Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤษภาคม 2533








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤษภาคม 2533
สหธนาคาร : ข่าวลือที่มากับลมร้อน             
 


   
search resources

ธนาคารสหธนาคาร
กรพจน์ อัศวินวิจิตร
เศรณี เพ็ญชาติ
Banking




การประชุมผู้ถือหุ้นของธนาคารสหธนาคารประจำปี 2533 เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยสร้างความผิดหวังให้กับนักสังเกตการณ์วงนอกที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียแต่อยากเห็นการได้เสียเกิดขึ้นเป็นอันมากไม่น้อย เพราะได้มีการคาดหมายรวมทั้งการสร้างกระแสปูพรมไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วว่ายกที่สองของการประลองกำลังระหว่าง "ชลวิจารณ์" กับ"เพ็ญชาติ-อัศวินวิจิตร-เอบีซี" คงจะดุเดือดไม่แพ้ยกแรกเมื่อปีที่แล้วและคงจะได้รู้กันเสียทีว่าใครกันแน่ที่แน่กว่าใคร

เมื่อไม่มีอะไรในกอไผ่จริงๆ ในการประชุมที่เพิ่งผ่านพ้นไป ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาคาดหมายกันต่อไปว่าถึงปีนี้ไม่มีเรื่องปีหน้าหรือปีต่อๆ ไปก็ต้องมีเข้าสักปีหนึ่งจนได้ คอยดูกันไปเถอะ!

ระหว่างรอเพื่อไม่ให้เรื่องราวเงียบเหงาจนตกสายตานักสังเกตการณ์ ก็เลยมีข่าวคราวความเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายออกมาเป็นระยะๆ

ข่าวเงียบๆ แต่ถ้าคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของแบงก์นี้ได้ยินแล้วต้องหูผึ่งตาสว่างแน่แฝงมากับอุณหภูมิร้อนสุดฤทธิ์ของเดือนเมษายนว่า บัดนี้หนทางที่จะคืนสู่แบงก์อย่างผู้ชนะของฝ่ายเพ็ญชาตินั้นได้ถูกปิดตายแล้วเพราะฝ่ายชลวิจารณ์กำหุ้นไว้ในมือถึง 51%

แหล่งข่าวระดับสูงในสถาบันการเงินระดับชาติซึ่งเป็นผู้เปิดเผยข่าวนี้ไม่ได้แย้มถึงที่มาว่าใครเป็นผู้ให้ข่าว แต่ขยายรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไปว่ากลุ่มชลวิจารณ์นั้นประสบความสำเร็จในการเจรจาขอซื้อหุ้นบางส่วนจากกรพจน์ อัศวินวิจิตร หนึ่งในกลุ่มพันธมิตร "เพ็ญชาติ-อัศวินวิจิตร-เอบีซี" จนสามารถครอบครองเสียงข้างมากไว้ได้ โดยเศรณี เพ็ญชาติไม่ทันรู้ตัวและถ้าเป็นเช่นนี้จริงแล้วคนที่จะกระอักเลือดด้วยความชอกช้ำก็คือ เศรณี เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ว่าความแค้นที่เขามีกับชลวิจารณ์นั้นเป็นเรื่องที่มิอาจไม่ชำระได้

"ไม่จริง" เศรณีปฏิเสธสั้นๆ อย่างหนักแน่นว่าข่าวนี้ไม่มีมูลกับ"ผู้จัดการ" และไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น

ผู้บริหารของธนาคารระหว่างประเทศแห่งหนึ่งที่มีสำนักงานในกรุงเทพฯ กลับยืนยันว่ากรพจน์ขายหุ้นไปจริง ก่อนหน้าที่จะถึงการประชุมผู้ถือหุ้นสหธนาคารหนึ่งเดือน โดยขายไปประมาณ 5%จากจำนวนหุ้นที่มีอยู่ราว 12 % และกรพจน์ได้กำไรไปเหนาะๆ ไม่ต่ำกว่าหุ่นละ 700 บาท

ฝ่ายชลวิจารณ์นั้นหลังจากการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อปีที่แล้ว ก็พยายามกว้านซื้อหุ้นโดยได้ทาบทามขอซื้อจากธนาคารอาหรับหรือเอบีซีรวมทั้งกรพจน์ด้วย เพื่อเป็นหลักประกันอำนาจการบลริหารแบงก์ของตนเอง

"กรพจน์เองคงเห็นว่าศึกแย่งชิงแบงก์นี้ไม่รู้จะยืดเยื้อไปอีกนานเท่าใด เพราะหุ้นทางเอบีซีเอง ก็ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลว่าเกินสัดส่วนหุ้นต่างชาติที่อนุญาตให้มีได้หรือไม่ เมื่อฝ่ายนั้นให้ราคาดีก็เลยขายให้" แหล่งข่าวรายเก่าเปิดเผย

เหตุผลหนึ่งที่กรพจน์ตัดสินใจขายหุ้นให้คือต้องการเงินไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนของยูนิคอร์ด ซึ่งจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ จำนวนหุ้นที่กรพจน์ซื้อไปนั้นคือ ห้าแสนหุ้น

กรพจน์นั้นนับญาติกันกับ ดำริห์ ก่อนันทเกียรติ แห่งยุนิคอร์ด เพราะภรรยาของเขาเป็นลูกสาวตระกุลแต้ไพสิษฐพงศ์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนร่วมกับตระกูลก่อนันทเกียรติในเบทาโกรมา จนถึงวันนี้

แต่เงินไม่ถึง 50 ล้านบาทสำหรับซื้อหุ้นยุนิคอร์ด คนอย่างกรพจน์เองดงไม่อับจนหาไม่ได้จนต้องขายหุ้นสหธนาคารทิ้งไปหรอก!

ตัวกรพจน์เองนั้นความที่มีพื้นฐานธุรกิจมาจากพ่อค้าข้าวที่ให้ความสำคัญกับกำไรเป็นหลัก ประกอบกับสไตล์การตัดสินใจที่ฉับไว ก้าวร้าวจนมีภาพพจน์ว่า"เขี้ยว" ผลประโยชน์ต้องมาก่อน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะจับเอาภาพแบบนี้ของเขาไปวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของข่าวการขายหุ้น

แต่เศรณีไม่เชื่อข่าวนี้ และไม่เชื่อว่ากรพจน์จะทำอย่างนั้น"ถ้าเขาทำก็เป็นการหักหลังผม"

ความมั่นใจของเศรณีอยู่ตรงที่ในกลุ่มพันธมิตรเพ็ญชาติ อัศวินวิจิตรและเอบีซี มีสัญญาระหว่างกันว่าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการขายหุ้นจะต้องขายให้กับอีกสองฝ่ายก่อน ต่อเมื่ออีกสองฝ่ายไม่ซื้อจึงขายให้บุคคลภายนอกได้

สัญญาฉบับนี้ร่างขึ้นโดยสำนักงานเบเกอร์ แอนด์แมคเคนซี่ และสำนักงานอเนก เดนตันฮอล์ ซึ่งลงนามโดยชำนาญ-เศรณี เพ็ญชาติ อวยชัย-กรพจน์อัศวินวิจิตร และตัวแทนของฝ่ายเอบีซีอีกสองคน

กรณีที่เศรณีเปิดเผยข้อผูกพันของทั้งสามฝ่ายตามสัญญาฉบับดังกล่าวเท่ากับเป็นการยืนยันข่าวลือเรื่องกรพจน์ ขายหุ้นให้ชลวิจารณ์ว่าเป็นเพียงแค่"ข่าวลือ"เท่านั้น ส่วนใครจะเป็นคนปล่อยข่าวนั้นเป็นเรื่องที่รู้กันได้ด้วยการวิเคราะห์แบบชั้นเดียว

กว่าจะถึงการประชุมผู้ถือหุ้นสหธนาคารครั้งใหม่ต้นปีหน้า ข่าวลือนี้คงมีมาอีกหลายระลอก

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us