Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤษภาคม 2529








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤษภาคม 2529
ในที่สุดของกรณีพิพาทสุวัฒน์-โกดัก เมื่อฝ่ายหนึ่งยื่นฟ้องอาญา อีกฝ่ายก็ตอบโต้ด้วยการเลิกจ้าง             
 


   
www resources

โฮมเพจ โกดัก (ประเทศไทย)

   
search resources

Kodak
สุวัฒน์ แดงพิบูลย์สกุล
Law




คดีในศาลแรงงานระหว่างสุวัฒน์ แดงพิบูลย์สกุล กับบริษัทโกดัก (ประเทศไทย) ถึงขณะนี้ยังไม่สิ้นสุด

แต่ในที่สุดก่อนการสิ้นสุดนั้นก็คือ คดีอาญาอีกหนึ่งคดีที่สุวัฒน์จำต้องเป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทโกดัก (ประเทศไทย) เป็นจำเลยที่ 1 เจ ซี สมิธ เป็นจำเลยที่ 2 ณรงค์ จิวังกูร เป็นจำเลยที่ 3 และรชนี วนกุล ผู้จัดการแผนกพนักงานสัมพันธ์เป็นจำเลยที่ 4

ข้อหาทำและใช้เอกสารปลอม, ปลอมเอกสารสิทธิ, ใช้หรืออ้างเอกสารปลอม, นำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี (ในศาลแรงงานที่สุวัฒน์เป็นโจทก์ฟ้องบริษัทโกดักผู้เป็นนายจ้าง) ซึ่งสุวัฒน์ แดงพิบูลย์ ในฐานะโจทก์ก็ได้อ้างเหตุแห่งความผิดคือ

ประการที่หนึ่ง-จำเลยทั้ง 4 นี้ได้ร่วมกันทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับอันเป็นเอกสารการประเมินผลการปฏิบัติงานของสุวัฒน์ (โจทก์) ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม 2527 โดยณรงค์ จิวังกูร (จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงของโจทก์) ได้กรอกข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษระบุว่า สุวัฒน์ทำงานอยู่ในระดับ "E" ซึ่งมีความหมายว่า ผลการทำงานต่ำกว่าที่ควร แสดงถึงความประสงค์ในการทำงาน แต่ได้ผลงานต่ำกว่าที่ต้องการเนื่องจากขาดประสบการณ์ เอกสารการประเมินผลการปฏิบัติงานนี้ณรงค์ จิวังกูร ได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้ควบคุม ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2527 และ เจ ซี สมิธ ในฐานะผู้จัดการใหญ่ได้ลงลายมือชื่อในช่องถัดมาลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2527

ประการที่สอง-เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2528 ก็ยังได้ร่วมกันถ่ายสำเนาเอกสารการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ทำปลอมขึ้นนำไปแสดงต่อศาลแรงงานกลาง โดยมอบหมายให้ทนายจำเลยแนบเป็นเอกสารท้ายคำให้การ และฟ้องแย้งหมายเลข 1 ทนายยื่นบัญชีระบุพยานเอกสารฉบับนี้เป็นพยานเอกสารของฝ่ายจำเลย ส่วนทางโจทก์ (สุวัฒน์) ก็ได้ระบุพยานอ้างเอกสารต้นฉบับที่เป็นฉบับแท้จริงอยู่ในความครอบครองของจำเลยทั้ง 4 แต่เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2528 จำเลยทั้ง 4 กลับมอบหมายให้จำเลยที่ 2 (เจ ซี สมิธ) มีหนังสือนำส่งเอกสารการประเมินผลการปฏิบัติงานฉบับปลอม และมีข้อความเป็นเท็จต่อศาลแรงงาน หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เอกสารฉบับเดียวกับที่จำเลยทั้ง 4 ใช้อ้างเป็นพยานเอกสารท้ายคำให้การและฟ้องแย้งหมายเลข 1 ของจำเลยทั้ง 4 นั่นเอง

ประการที่สาม-นอกจากเอกสารการประเมินผลการปฏิบัติงานนี้แล้ว จำเลยทั้ง 4 ก็ได้สมคบกันทำเอกสารสิทธิปลอมขึ้นทั้งฉบับอันเป็นเอกสารหนังสือตั้งผู้แทนลูกจ้างฉบับลงวันที่ 20 ตุลาคม 2526 ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่จำเลยประสงค์แสดงให้ศาลหรือบุคคลอื่นหลงเชื่อเป็นเอกสารที่แท้จริงว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2526พนักงานของบริษัทโกดักจำนวน 205 คน รวมทั้งสุวัฒน์ด้วย ได้ทำการประชุมแต่งตั้งผู้แทนลูกจ้างขึ้นทั้งหมด 4 คน มีนายไพฑูรย์ ขันธทัตบำรุง นายเรวัต ลาภมากผล นางสาวจารุณี พึ่งเพียร และนางเยาวลักษณ์ สมบุญเกิด เป็นผู้มีสิทธิรับข้อเรียกร้องและเจรจาตกลงข้อแก้ไขสัญญาเกี่ยวกับสภาพการจ้างของพนักงานกับบริษัทโกดัก (ประเทศไทย) ได้ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างว่า "จำเลยที่ (หมายถึงบริษัทโกดักประเทศไทย) มีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงและโยกย้ายหน้าที่การงานของพนักงานได้ตามที่บริษัทฯเห็นสมควร..."

ประการที่สี่-ภายหลังที่จำเลยทั้ง 4 ได้ร่วมกันปลอมแปลงหนังสือตั้งผู้แทนลูกจ้างแล้ว ก็ยังสมคบกันกระทำความผิดทางอาญาในข้อหาแสดงพยานหลักฐานเท็จต่อศาล โดยได้มอบหมายให้ทนายจำเลยยื่นส่งเอกสารหนังสือตั้งผู้แทนลูกจ้างต่อศาลแรงงานกลาง และเอกสารนี้ต่อมาถูกใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีที่เป็นของสำคัญของศาลในคดีที่สุวัฒน์ฟ้องบริษัทโกดัก (ประเทศไทย) และพวก ทั้งๆที่เป็นเอกสารเท็จ

เป็นอันว่านอกจากจะต้องสู้กันเพื่อหาข้อยุติที่ศาลแรงงานกลางแล้ว

ทั้งโจกท์และจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างกับนายจ้างคู่นี้ก็จะต้องมีนัดเพื่อพบกันที่ศาลอาญาอีกหนึ่งคดี โดยที่ฝ่ายจำเลยผู้เป็นนายจ้างก็คงต้องประกาศสู้ไม่ถอย

การยื่นฟ้องอาญาข้อหาปลอมแปลงเอกสารฯของสุวัฒน์ แดงพิบูลย์สกุล นั้นได้ยื่นฟ้องไปแล้วเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2529 และศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 15 เมษายน 2529

สำหรับสุวัฒน์หรือสำหรับอีกหลาย ๆ คนก็น่าจะใช้ช่วงเวลาเดือนกว่า ๆ นี้ตระเตรียมพยานหลักฐานเพื่อมาหักล้างกันในวันไต่สวน

แต่สำหรับโกดักก็คงไม่เพียงเท่านั้น

วันที่ 28 มีนาคม 2529 เพียง 1 เดือนภายหลังการยื่นฟ้องอาญา หนังสือหนึ่งฉบับที่ลงนามโดย เจ ซี สมิธ ผู้จัดการใหญ่ก็ถูกส่งถึงสุวัฒน์ แดงพิบูลย์สกุล

ข้อความมีอยู่สั้น ๆ ไม่กี่บรรทัด ซึ่งสรุปแล้วก็คือ "หนังสือเลิกจ้าง"

ง่ายและก็รวบรัดมาก แต่จะมีผลทำให้คดีความที่ยังคาโรงคาศาลอยู่คงไม่ง่ายและรวบรัดเช่นนั้นแน่

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ที่ศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมานี้ สุวัฒน์ ได้แจ้งให้ศาลทราบเกี่ยวกับการบอกเลิกจ้างของโกดัก ก็เลยจะต้องมีการนัดพร้อมทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลย เพื่อชี้แจงถึงสาเหตุการเลิกจ้างและหาหนทางประนีประนอมกันในวันที่ 2 พฤษภาคม 2529 (ที่ผ่านมายังไม่มีการเจรจาประนีประนอมกันเลย)

และถ้ายังไม่สามารถประนีประนอมยอมความกันได้ การยื่นฟ้องข้อหาถูกเลิกจ้างอย่างไม่ชอบธรรมโดยสุวัฒน์ก็คงต้องเป็นคดีที่สามที่สุวัฒน์จะต้องฟ้องโกดัก (ประเทศไทย)

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us