SVOA ไตรมาส 3 ปีนี้โชว์กำไรพุ่ง 193% อานิสงส์ลงทุนในหุ้น IT เพราะหากไม่นับกำไรดังกล่าวผลการดำเนินงานไม่กระเตื้อง
ขณะที่บอร์ดมีมติให้แตกพาร์จากหุ้นละ 10 บาท เหลือ 1 บาท
นายเธียรชัย ศรีวิจิตร ประธานกรรมการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) (SVOA)
เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ปี 2546 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร
30.75 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 193 ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มจาก 42
สตางค์เป็น 1.22 บาทต่อหุ้น
อย่างไรก็ตาม ผลกำไรที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก SVOA ได้รับอานิสงส์จากการรับรู้กำไรจากเงินลงทุนในบริษัท
ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน)(IT) ซึ่งบริษัทฯ ถือไว้เพื่อเป็นเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดในส่วนที่นอกเหนือจากการถือครองไว้เพื่อเป็นเงินลงทุนระยะยาวแล้วนั้น นั่นคือผลการดำเนินงานของ SVOA ในงวดบัญชีนี้บริษัทมีกำไรสุทธิรวม
31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1
โดยบริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,253.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 336.2 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ
36.7 จากปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น 239.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ
26.4 เนื่องมาจากยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในส่วนของกลุ่มธุรกิจช่องทางการจัดจำหน่าย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลภายใต้ตราสัญลักษณ์ "SVOA
PC" และของกลุ่มธุรกิจโครงการไอที (ITPSBU) โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานโครงการเช่าคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร
ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นจำนวนเงิน 633 ล้านบาท
ส่วนแบ่งเงินกำไรจากเงินลงทุนในบริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้น 3.0
ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 48.4 ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากผลการประกอบการที่ดีของในบริษัท
ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) เอง โดยที่เงินลงทุนดังกล่าว บริษัทฯ ถือครองโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินลงทุนระยะยาวในสัดส่วนร้อยละ
35 ของทุนจำหน่ายและชำระแล้ว
กำไรจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์ บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้น 59.0
ล้านบาท และรายได้จากการโอนกลับสำรองหนี้สงสัยจะสูญค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวนเงิน
24.0 ล้านบาท จากการได้รับคืนค่าภาษีมูลค่าเพิ่มของปี 2539-2542 ที่ขอคืนจากกรมสรรพากร
ด้านค่าใช้จ่าย บริษัทฯ มีรายจ่ายรวมทั้งสิ้น 1,152.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 270.7
ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30.7 จากปีก่อน เนื่องจากต้นทุนจากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น
233.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 29.7 ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าและบริการ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 37.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 39.1 เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจปี
2546 ที่บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายธุรกิจเติบโตจากปีก่อนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 23.5
นายเธียรชัย เปิดเผยถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2546 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่
31 ตุลาคม 2546 มีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จากเดิมมูลค่าหุ้นละ 10
บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท พร้อมทั้งแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทให้สอดคล้องกัน
รวมทั้งอนุมัติการปรับเพิ่มจำนวนหน่วยของใบสำคัญแสดงสิทธิ (1:1 Split Warrants)
และปรับราคาใช้สิทธิ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้น
โดยให้จำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จัดสรรแล้วแต่ยังไม่ได้ขอใช้สิทธิ 16,925,000 หน่วย
ปรับเพิ่มเป็น169,250,000 หน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วย ใบสำคัญแสดงสิทธิต่อ
1 หุ้นสามัญ ในราคาใช้สิทธิจากเดิมหุ้นละ 10 บาท เป็น 1 บาท
ทั้งนี้กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2546 ในวันที่ 27 พฤศจิกายน
2546 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมเอสิค ชั้น 34 อาคารเอสวีโอเอทาวเวอร์ ถนนพระรามที่
3 แขวง บางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร และกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
ครั้งที่ 1/2546 ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2546 เวลา 12.00 ไปจนกว่าการประชุมดังกล่าวจะแล้วเสร็จ