"ประชัย" เผยนักลงทุนต่างประเทศสนใจซื้อหุ้นเพิ่มทุนทีพีไอโพลีน พร้อมเดินหน้าโรดโชว์ให้กับนักลงทุนในประเทศสัปดาห์หน้า
ระบุนักวิเคราะห์ประเมินราคาขายที่หุ้นละ 34-50 บาท ก่อนจะสรุปราคาจริงต้น เดือนพ.ย.นี้
พร้อมเตรียมผุดโรงงานปูนซีเมนต์แห่งที่ 4 กลางปีหน้า คาดใช้เงินลงทุนเพิ่มอีก 150
ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด
(มหาชน) เปิดเผยว่า จากการเดินทางไปโรดโชว์ที่ต่างประเทศ พบว่านักลงทุนกว่า 20
แห่งให้ความสนใจหุ้นทีพีไอโพลีนเป็นอย่างดี และในสัปดาห์หน้านี้บริษัทเตรียมที่จะโรดโชว์ให้กับนักลงทุนสถาบันในประเทศ
ก่อนที่จะแนะนำหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนในต่างจังหวัด เช่น ที่เชียงใหม่ หาดใหญ่
โคราช ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทต้องการให้ประชาชน มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ
ส่วนราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน (พีโอ) ครั้งนี้ นักวิเคราะห์ได้ประเมินราคา อยู่ที่ประมาณ
34-50 บาท แต่คงต้องรอ ผลจากการทำกำหนดราคาจากการสำรวจ ความต้องการของนักลงทุน
(Book Build) อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปประมาณต้นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายนนี้
ก่อนที่จะเปิดจองซื้อหุ้นในเดือนเดียวกัน
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน 180 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น ทีพีไอโพลีนจะนำไปซื้อลดหนี้มูลค่า
220 ล้านเหรียญ ทำให้ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น และกลายเป็นบริษัทที่น่าลงทุนหรืออินเวสต์เมนต์เกรด
นายประชัย กล่าวว่า จากความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามภาคอุตสาหกรรม
ก่อสร้างคาดว่าปีหน้าจะเติบโตอีก 16 % หรือคิด เป็น 2 เท่าของจีดีพี ดังนั้นกำลังการผลิตปูนส่วน
เกินคาดว่าจะหมดไป หากผู้ประกอบการไม่ใด้ขยายกำลังการผลิตเพิ่มเชื่อว่าในปี 2550
ไทยคงต้องนำเข้าปูนซีเมนต์ต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันกำลังการผลิตภายในประเทศ
42 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้อยู่ที่ 27 ล้านตัน ที่เหลือส่งออก 12.5 ล้านตัน
ดังนั้น ทีพีไอโพลีน จะพิจารณาขยายกำลังการผลิตโรงปูนซีเมนต์โรงที่ 4 อีก 3 ล้านตัน
ในกลางปีหน้า โดยดูจากตลาดและความต้องการใช้ปูนซีเมนต์และความเหมาะสมอื่นๆ หากตัดสินใจขยายกำลังการผลิตเพิ่มจะใช้เงินลงทุนอีก
150 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะถือว่าต่ำมาก เนื่องจากบริษัทได้ลงทุนในการสร้างฐานราก
ของโรงงานไปแล้วล่วงหน้าเป็นเงิน 3 พันล้านบาท โดยโรงปูนแห่งที่ 4 จะใช้ระยะเวลาการติดตั้งเครื่องจักรเพียงแค่
8-12 เดือนเท่านั้น แหล่งเงิน จะมาจากการออกหุ้นกู้ หรือโปรเจกต์ไฟแนนซ์
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้
จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทาง การเงินในการขายหุ้นเพิ่มทุนทีพีไอโพลีน กล่าวว่า ทีพีไอโพลีน
อยู่ในกลุ่มวัสดุก่อสร้างซึ่งจัดเป็นหมวดธุรกิจที่น่าลงทุน เนื่องจากมีแนวโน้มการใช้ปูนเพิ่มสูงขึ้นตลอด
3 ปีข้างหน้า
"ทีพีไอโพลีน ถือเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการสามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้
และราคาเม็ดพลาสติกอยู่ในช่วงขาขึ้น จึงจัดว่าเป็นหุ้นที่น่าสนใจ ประกอบกับพี/อี
ค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกัน หลังจากปผรับโครงสร้างหนี้เสร็จบริษัทจะโตแบบก้าวกระโดด
เพราะที่ผ่านมาบริษัทติดปัญหาโครงสร้างทาง การเงินเท่านั้น"
ปัจจุบันทีพีไอโพลีน มีทุนจดทะเบียน 5 พันล้านบาท มีภาระหนี้สินรวม 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ
คิดเป็นอัตราหนี้สินต่อทุน 3 เท่า หลังจากปรับโครงสร้างหนี้แล้วเชื่อว่า ดี/อี
จะอยู่ที่ประมาณ 1 เท่า