Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน29 ตุลาคม 2546
เฮดจ์ฟันด์ลุยหุ้น47 6กลุ่มยังน่าสนลงทุน             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

   
search resources

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
พรีมาเวสท์, บลจ. - Prima Vest
กระทรวงพาณิชย์
กระทรวงพลังงาน
กองทุนเฮดจ์ฟันด์
พนิช วิกิตเศรษฐ์
สิทธิพร รัตโนภาส
เชิดพงษ์ สิริวิชช์
ชัชวาลย์ ชมภูแดง
Stock Exchange




บลจ.อยุธยาเจเอฟประเมินตลาดหุ้นไทยปี 47 จะผันผวนสูง เหตุกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ที่เน้นเก็งกำไร เตรียมลุยหุ้นเอเชีย มากขึ้นปีหน้า หลังแทบไม่ได้กำไรจากตลาดหุ้นยุโรป-มะกัน คาดหุ้นไทยปีหน้าจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 15% ดัชนีราคาหุ้นจะปรับขึ้นไปได้ที่ 750 จุด เหตุบริษัทใน ตลท.บางกลุ่ม ต้องเจอภาวะแข่งขันรุนแรงมากขึ้น แต่หุ้น 6 กลุ่มยังน่าสน ขณะที่ ครม. ไฟเขียว ร่างกฎกระทรวงปรับปรุงหลักเกณฑ์ซื้อหุ้นคืน-ขายหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท เพิ่มประสิทธิภาพตลาดหุ้น ส่วนกฟผ.ตั้งบอร์ดเร่งแปรรูปเป็นบริษัทภายในปีนี้ เข้าตลาดหุ้นปีหน้า

นายชัชวาลย์ ชมภูแดง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวานนี้(28 ต.ค.) ว่าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ อนุมัติ หลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการว่าด้วยการซื้อหุ้นคืน จำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน และ ตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไป

ร่างกฎกระทรวงเรื่องนี้ ปรับปรุงหลักเกณฑ์จำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน ให้บริษัทสามารถจำหน่ายหุ้น ที่ซื้อคืนได้ก่อนครบกำหนด 6 เดือน เพื่อให้บริษัทสามารถปรับปรุงโครงสร้างถือหุ้นได้คล่องตัว จะเป็น ประโยชน์ต่อการฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพตลาดหุ้น

สาระสำคัญ คือแก้ไขเพิ่มเติม กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และ วิธีการว่าด้วยการซื้อหุ้นคืนจำหน่าย หุ้นที่ซื้อคืน และตัดหุ้นที่ซื้อคืนของ บริษัท พ.ศ.2544 เพื่อลดเวลาให้บริษัทที่ซื้อหุ้นคืน ตามโครงการที่กำหนด สามารถจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน ได้เมื่อพ้นกำหนด 1 เดือน นับแต่การซื้อหุ้นคืนแต่ละคราวเสร็จสิ้น กำหนดให้การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนกรณีดังกล่าวต้องเสนอขายประชาชน เป็นการทั่วไป ตามกฎหมายว่าด้วย หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

กฟผ.ตั้งบอร์ดเร่งแปรรูป

ด้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตั้งคณะกรรมการเตรียมตั้งบริษัท กฟผ จำกัด (มหาชน) เร่งพิจารณารายละเอียดตั้งบริษัท รองรับแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยคณะกรรมการเตรียมการตั้งบริษัท กฟผ แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อพิจารณารายละเอียดตั้งบริษัท คาดองค์กรใหม่จะตั้งเรียบร้อยภายในสิ้นปีนี้

นายสิทธิพร รัตโนภาส ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่าตามที่ ครม.มีมติให้ตั้งคณะกรรมการเตรียมการ ตั้งบริษัทฯ และแปลงสภาพ กฟผ. รวมทั้งเตรียม ความพร้อมกระจายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์

ประชุมคณะกรรมการดังกล่าวครั้งแรก โดยนายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกรรมการเตรียมการตั้งบริษัท เป็นประธานประชุม ที่ประชุมสรุปรายนามคณะกรรมการเตรียมการตั้งบริษัท 11 คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงพลังงาน ประธานกรรมการ กรรมการอีก 10 คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้แทนพนักงาน กฟผ. นายโอฬาร ไชยประวัติ นายกสภามหาวิทยาลัยชินวัตร นายสมบูรณ์ มณีนาวา อดีตผู้ว่าการ กฟผ. นางณัฐนันทน์ อัศวเลิศศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนกระทรวงการคลัง

คณะกรรมการดังกล่าว จะทำหน้าที่เสนอแนะรายละเอียดบริษัทใหม่ เพื่อให้สอดคล้องการดำเนินงานรูปแบบบริษัทอนาคต ได้แก่ กำหนดกิจการสิทธิ หนี้ ความรับผิดและสินทรัพย์บริษัทใหม่ กำหนดพนักงานบริษัท กำหนดทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้นและมูลค่าหุ้น

กำหนดชื่อบริษัท โครงสร้างบริหาร และคณะกรรมการบริษัท ทำหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับบริษัท รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆ ที่กำหนดตามมาตรา 19 พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542

การแปลงสภาพ กฟผ.เตรียมการขั้นแรก ก่อนจะกระจายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทที่จะตั้งใหม่ ต้องรองรับการดำเนินงาน และการพัฒนาธุรกิจอนาคตได้อย่างดี อย่างไรก็ดี แม้ กฟผ. จะแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชนปีหน้า แต่ภาครัฐจะยังคงถือหุ้นใหญ่ เนื่องจาก กฟผ. เป็นหน่วยงานสำคัญดูแลสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านพลังงาน นายสิทธิพร กล่าว

นายพนิช วิกิจเศรษฐ กรรมการบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุน บลจ.อยุธยาเจเอฟ คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะผันผวนสูงปีหน้า เนื่องจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะไม่ขยายตัวเท่าปีนี้ บริษัทประเมินว่าปีนี้ จะมีการเติบโต บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ 30% ปีหน้า หลายกลุ่มอุตสาหกรรมแข่งขันรุนแรงมากขึ้น ทำให้ความสามารถทำกำไรบริษัทลดลง

ปีนี้ ดัชนีตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ปรับตัวขึ้นได้สูงถึง 60% เมื่อเทียบการขยายตัวความสามารถทำกำไร บจ.เติบโตเพิ่มเพียง 30% แสดง ให้เห็นว่า ดัชนีปรับตัวขึ้นสูงมากกว่าพื้นฐาน ทำ ให้ปี2547 ไม่น่าจะปรับตัวขึ้นได้มากนัก

คาด 3 ปัจจัยกระทบหุ้นปีหน้า

ปัจจัยที่จะมีผลกระทบกับตลาดหุ้นไทยช่วง 12 เดือนข้างหน้า มี 3 เรื่อง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจไทย แต่บริษัทเชื่อว่า รัฐบาลจะสามารถ ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ต่อเนื่อง 2-3 ปีข้างหน้า เรื่องดอกเบี้ย ซึ่งแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังปีหน้า มีโอกาสจะปรับขึ้นได้ เรื่องอัตราแลกเปลี่ยน คาดว่า 1-3 ปีข้างหน้า เงินบาทจะแข็งค่ามากขึ้น นายพนิชกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากสภาพคล่องการเงินในระบบยังอยู่ลักษณะปัจจุบัน และความสามารถปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ยังต่ำ ทำให้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะยังไม่สูงขึ้นได้ ตลาดหุ้นไทยก็ยังน่าสนใจที่จะลงทุนได้ เพราะดัชนีหุ้นไทยประมาณ 600 จุดปัจจุบัน สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) 11-12 เท่า ถือว่าไม่สูง แต่ต้องใช้ความระวังลงทุนมากขึ้น

6 กลุ่มหุ้นน่าลงทุนปี 47

กลุ่มอุตสาหกรรมน่าลงทุนปี 2547 ได้แก่ กลุ่มยานยนต์ กลุ่มบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุปโภคและบริโภค เช่น โรงพยาบาล โรงแรม กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มที่ลงทุนในจีน รวมทั้งกลุ่มสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ

ตลาดหุ้นแถบยุโรป และสหรัฐฯ ขณะนี้กองทุนเฮดจ์ฟันด์ ซึ่งเป็นกองทุนลงทุนระยะสั้น เน้นเก็งกำไร จะมีบทบาทมากขึ้น แนวโน้มจะลงทุนในเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ตลาดฯ ผันผวน ดังนั้น ทั้งกองทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อย ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

ส่วนของนักลงทุนสถาบัน สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมอยู่ระหว่างยื่นขออนุมัติสำนักงาน ก.ล.ต.เพื่อทำช็อตเซล หรือขายหุ้นก่อนซื้อคืนได้ แต่ ก.ล.ต.ยังไม่อนุญาต ซึ่งถ้าสถาบันทำได้ จะช่วยให้การลงทุนดีขึ้น และควบคุมความเสี่ยง

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us