Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน27 ตุลาคม 2546
"ยุทธศาสตร์คลัง" 5 ปีดันแบงก์ปล่อยกู้เพิม             
 


   
search resources

กระทรวงการคลัง
ทักษิณ ชินวัตร
สุชาติ เชาว์วิศิษฐ
Banking and Finance




คลังวางกรอบยุทธศาสตร์ 5 ปีข้างหน้า เน้นปรับปรุงโครงสร้างตลาด เงินและตลาดทุนไทยเข้มแข็ง ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งให้สถาบันการเงิน เดินเครื่อง ปล่อยกู้ต่อได้ เน้นเอสเอ็มอี ดันตลาดตราสารหนี้เทรดให้คึกคักเหมือนตลาดหุ้น เพื่อเป็นฐานพัฒนาเศรษฐกิจประเทศต่อไป หลังแบงก์อ้างหนี้เน่ายังท่วมระบบ ไม่ยอมปล่อย กู้เพิ่ม หลังฐานะการคลังเข้มแข็ง คาดเริ่มเกินดุลงบฯ ปี 48 เตรียมชงเรื่องเสนอทักษิณ 25 พ.ย.

แหล่งข่าวกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า คลังประชุมแผนยุทธ-ศาสตร์กระทรวงการคลัง 5 ปีข้างหน้า เสนอร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับทราบแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 25 ต.ค. ซึ่งต้องรอผลพิจารณา ข้อเสนอแนะ และความเห็นชอบของรัฐมนตรีคลัง หลังจากนั้นจะสรุป และทำรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะเสนอ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับทราบ 25 พ.ย. พัฒนาสถาบันการเงิน 3 ด้าน

กรอบยุทธศาสตร์การคลังที่ทำครั้งนี้ เน้นปรับโครงสร้างระบบสถาบันการเงิน เพื่อเป็นรากฐานระบบเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนกับที่ผ่านมา จะมุ่งพัฒนาครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่

1. พัฒนาสถาบันการเงินให้เข้มแข็งและยั่งยืน ทั้งสถาบันการเงินรัฐและเอกชน โดยสถาบันการเงินเอกชน จะให้มีแนวทางสอด คล้องแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังดำเนินการอยู่ ส่วนสถาบันการเงินรัฐ ระยะ 1-2 ปีนี้ ยังจำเป็นที่ต้องมีบทบาทพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ตามนโยบายรัฐบาลต่อไปอีก

2. พัฒนาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เข้มแข็งมากขึ้น และ

3. พัฒนาตลาดตราสารหนี้ให้ ก้าวหน้า โดยต้องวางรากฐานให้ซื้อ ขายกันได้เหมือนตลาดหลักทรัพย์ ต้องพัฒนาระบบบัญชี และระบบกำกับตรวจสอบให้สอดคล้องยิ่งขึ้น เพราะแม้ขณะนี้ ตลาดตราสารหนี้จะเติบโตรวดเร็ว แต่การซื้อขายตราสารยังเป็นแบบหักลบกลบหนี้กันภายในวันเดียว

แหล่งข่าวกล่าวว่า การทำแผน ยุทธศาสตร์ที่คลังเน้นโครงสร้างระบบสถาบันการเงิน เนื่องจากที่ผ่านมา คลังสามารถดำเนินการส่วน นโยบายการคลังได้ตามเป้าหมาย ทำให้ฐานะการคลังประเทศเข้มแข็ง โดยปีงบประมาณ 2546 เก็บรายได้สูงกว่าเป้าหมายเกิน 100,000 ล้านบาท แนวโน้มการคลังปีต่อไปดี เชื่อว่าจะยังคงสามารถเก็บรายได้ได้สูงกว่าประมาณการ

"ขณะนี้ ฐานะการคลังประเทศไม่น่าเป็นห่วง ซึ่งเชื่อว่าในปี 2547 นี้ เราก็จะยังคงจัดเก็บได้เกิน เป้าตามเอกสารงบประมาณ เพราะโดยปกติ การ จัดเก็บรายได้ จะมีการขยายตัวทุกปีอยู่แล้ว" แหล่งข่าวกล่าว แบงก์ไม่ยอมปล่อยกู้อ้างหนี้เน่าสูง

ด้านดูแลหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลังก็ ดูแลและบริหาร จนสามารถลดภาระหนี้ได้มาก ซึ่งล่าสุด สิ้น ก.ย. หนี้สาธารณะคงเหลือเพียง 49.45% ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) เป็น เงิน 2.901 ล้านล้านบาทเท่านั้น

ขณะที่ปัญหาระบบเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน ยังติดที่ภาคการเงิน คือสถาบันการเงินยังมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สูง จึงไม่ยอม ปล่อยสินเชื่อ ทำให้สภาพคล่องในระบบสูงขึ้นต่อ เนื่อง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศ สิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข คือสร้างความแข็งแกร่งให้สถาบันการเงิน เพื่อให้สามารถเป็นฐานพัฒนาเศรษฐกิจ ต่อไป

คาดเกินดุลฯ ปี 48

อย่างไรก็ตาม การวางเป้ากรอบเศรษฐกิจมหภาค คลังยังคงวางกรอบอนุรักษ์นิยม (Conservative) คือใช้สมมติฐานให้อัตราเติบโตเศรษฐกิจประเทศขยายตัวเฉลี่ยปีละ 5% ส่วนการ เกินดุลงบประมาณ คาดว่าจะทำได้ปี 2548 หนี้สาธารณะต่อจีดีพี 55% และสัดส่วนงบประมาณเพื่อชำระหนี้ต่องบประมาณ 16%

"การจัดทำงบประมาณแบบสมดุลนั้น เชื่อว่าสามารถทำได้ในปีงบประมาณ 2548 แน่นอน แต่หากรัฐบาลต้องการจะลงทุนในโครงการโครง สร้างพื้นฐาน ก็สามารถทำงบประมาณแบบขาดดุลต่อไปได้ โดยไม่กระทบเสถียรภาพทางด้านการคลัง" แหล่งข่าวกล่าว

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us