ธอส.เตรียมโละหนี้เน่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท ตั้งที่ปรึกษาทำแผนการขาย คาดเปิดประมูลแบ่งหนี้เป็นกองๆ
เพื่อความโปร่งใสและให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด ด้าน บสก. ยืนยันพร้อมซื้อหนี้ธอส.ทุกรูปแบบ
หลังทำผลงานเยี่ยม บริหารหนี้ปีนี้ 4.5 พันล้านบาท กำไร ทั้งปี 1.6 พันล้านบาท
เกินเป้า คาดไตรมาสแรกปีหน้าเจรจาซื้อหนี้ธอส.ได้ และเริ่มบริหารทันที
นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยแผนดำเนินงานและบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
(เอ็นพีแอล) ของธนาคารที่มีอยู่ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันว่าธนาคารได้แต่ง
ตั้งที่ปรึกษาเพื่อขายหนี้เอ็นพีแอล โดยขณะนี้ที่ปรึกษากำลังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบหนี้เน่าทั้งหมดว่าเป็นอย่างไรบ้าง
คาดว่าขั้นตอนตรวจสอบจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
แยกหนี้เน่าขายเป็นกอง-บสก.สน
หลังตรวจสอบบริษัทที่ปรึกษาจะสรุปแนวทางบริหารหนี้เอ็นพีแอล โดยอาจแยกประเภทเอ็นพีแอล
และจัดเป็นกลุ่มเพื่อแบ่งขายเป็นกลุ่มๆ จากแนวทางเดิมที่จะขายทั้งหมดก้อนเดียว
หลักการบริหารเอ็นพีแอลเดิมของธนาคาร ได้หารือกับบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์
(บสก.)บ้างแล้ว โดยบสก.สนใจจะซื้อเอ็นพีแอลทั้งหมด ซึ่งตรงกับนโยบายธนาคารที่ต้องการจะขายหนี้เน่า
เพื่อความคล่องตัวดำเนินธุรกิจ โดยต้องตัดขายเอ็นพีแอลให้สถาบันการเงินที่มีประสบการณ์และชำนาญ เพื่อไปแก้ไขต่อไป ขณะที่ ธอส.ไม่มีความชำนาญด้านนี้ อย่างไรก็ตาม การเจรจาต้องชะลอไว้ระยะหนึ่ง
เพื่อให้ธนาคารตั้งที่ปรึกษา เพื่อให้การขายดังกล่าวโปร่งใสถูกต้อง
"ที่ปรึกษาต้องการที่จะให้เป็นการเปิดประมูลขายมากกว่าที่จะให้มีการเจรจา
เพื่อซื้อขายโดยตรงกับผู้ที่สนใจ เพราะวิธีประมูลขายจะเป็นประโยชน์กับ ธอส. มากกว่า
จะทำให้ได้ราคาที่สูงที่สุด รวมทั้งมีความโปร่งใสเปิดโอกาสให้กับสถาบันทุกแห่งที่สนใจเข้า
มาซื้อเพื่อนำไปพัฒนาหรือแก้ไขได้" นายขรรค์กล่าว
นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์
(บสก.) กล่าวว่าเบื้องต้น บสก.หารือกับ ธอส. ที่จะซื้อเอ็นพีแอล 85,000 ล้านบาท
ซึ่งเป็นยอดรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ทั้งรับรู้และดอกเบี้ยผิดนัด และเป็นเอ็นพีแอลทั้งหมดของ
ธอส. โดยแบ่งเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันประมาณ 68,000 ล้านบาท ขณะนี้กำลังรอให้ธอส.
ตั้งที่ปรึกษาเรียบร้อยก่อน จึงจะเดินหน้าเจรจาขอซื้อเอ็นพีแอลใหม่
สำหรับประเด็นที่ ธอส.มีนโยบายปรับเปลี่ยนวิธีขายหนี้เอ็นพีแอลใหม่ ด้วยการเปิดประมูล
บสก.ยินดี และพร้อมจะยื่นประมูลซื้อเอ็นพีแอลด้วย เพราะเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขหนี้ที่มีปัญหาได้ประสบความสำเร็จ
เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและสำนักงานซึ่งกระจายอยู่ถึง 24 แห่งทั่วประเทศ
ประเด็นสำคัญคือ โครงสร้างหนี้ของธอส.กับ บสก.ใกล้เคียงกันมาก คือเป็นกลุ่มลูกหนี้รายย่อยเกือบทั้งหมด
ดังนั้น บสก.สนใจซื้อทุกเงื่อนไข แม้ ธอส.จะจัดแบ่งเอ็นพีแอลเป็นกอง บสก.ก็พร้อมจะประมูลทุกกอง
คาดดีลขายหนี้เน่าสรุปไตรมาสแรก 47
"ขณะนี้ ต้องให้เวลาที่ปรึกษาของ ธอส.ในการเข้าไปตรวจสอบข้อมูลลูกหนี้ต่างๆ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ
3 เดือน ประมาณ ม.ค. 2547 คงจะเริ่มมีการประกาศรายละเอียดของหนี้ที่จะขาย ที่จะแยกออกเป็นกองๆ
ตามที่แนะนำ หลังจากนั้นคงจะต้องให้เวลากับผู้ที่สนใจเข้าไปตรวจสอบถึงหนี้ดังกล่าวด้วยระยะหนึ่ง
คาดว่าจะสามารถตกลงซื้อขายกันได้ประมาณไตรมาสที่ 1 ของปี 2547" กรรมการผู้จัดการบสก.กล่าวสำหรับความคืบหน้าการแก้ไขหนี้เอ็นพีแอลของ
บสก. ขณะนี้คืบหน้ามาก คือดำเนินการเสร็จเรียบ ร้อยแล้วประมาณ 3,700 ล้านบาท จากที่ตั้งเป้าหมายปีนี้ประมาณ
4,090 ล้านบาท โดยแยกเป็นขายทรัพย์สินประมาณ 700 ล้านาท ปรับโครงสร้างหนี้ 3,390
ล้านบาท ทำให้คาดว่าอีก 2 เดือน ที่เหลือของปีนี้ บสก. จะแก้ไขหนี้ได้ประมาณ 4,500
ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายแน่นอน
"ขณะเดียวกัน ยอดขายสินทรัพย์เอง น่าจะเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะขณะนี้อนุมัติขาย
ไปแล้วประมาณ 1,200 ล้านบาท มีเงินเกิดขึ้นจริงมากกว่า 600 ล้านบาท ทำให้ บสก.มีกำไรประมาณ
1,300 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้มีกำไร 1,090 ล้านบาท ดังนั้นจะทำให้กำไร
ทั้งปีของ บสก.เพิ่มขึ้นได้อีกถึงประมาณ 1,600 ล้านบาท"
เป้า บสก.ปี 47 แก้หนี้ 4.1 พันล.
ส่วนเป้าหมายปี 2547 ขณะนี้ บสก.กำลังปรับปรุงแผนและเป้าหมายดำเนินงาน จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งเป้าแก้ไขหนี้ไว้ประมาณ
4,100 ล้านบาท แบ่งเป็นขายสินทรัพย์ประมาณ 800-900 ล้านบาท ที่เหลืออีกประมาณ
3,300-3,400 ล้านบาท จะพัฒนาสินทรัพย์หรือปรับโครงสร้างหนี้
สาเหตุที่ บสก. ต้องการปรับเป้าหมายดำเนินการและบริหารจัดการหนี้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น
เนื่องจากทีมผู้บริหารต้องการให้ตั้งเป้าหมาย ไว้สูงๆ เพื่อผลักดันให้พนักงานและผู้บริหาร
พยายามดำเนินการให้ได้ตามเป้าหมาย รวมทั้งท้าทายความสามารถของทีมงานด้วย ซึ่งจะส่งผลดีกับทุกๆฝ่าย
แต่ต้องตกลงกับคณะกรรมการให้เข้าใจประเด็นดังกล่าวด้วย เพราะหากการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายใหม่
คณะกรรมการต้องไม่ตำหนิ หรือกล่าวโทษพนักงาน
"บสก.มีความมั่นใจว่าจะสามารถบริหารหนี้ได้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะหนี้ที่ได้ซื้อมาจากธนาคารทหารไทย
ประมาณ 41,500 ล้าน บาท โดยขณะนี้มีลูกหนี้เข้ามาเจรจากับ บสก. แล้ว 2-3 ราย มูลค่าประมาณ
200-300 ล้านบาท ซึ่งในปีหน้าเชื่อว่าจะเจรจาลูกหนี้ได้เพิ่มขึ้น" นายบรรยงกล่าว