การเปิดตัวโครงการเจมโมโปลิส เมื่อกลางเดือนกันยายน ที่ผ่านมาจัดเป็นศูนย์กลางอัญมณีรายล่าสุดที่เปิดตัวโครงการมาในปีนี้
เจมโมโปลิส แปลกกว่าโครงการอื่น ๆ คือไปตั้งอยู่ที่ กม. 8 ถนนบางนา-ตราด
ซึ่งห่างไกลย่านธุรกิจสำคัญ ขณะที่โครงการซึ่งเปิดตัวไปแล้วไม่ว่าจะเป็นเจมส์
ทาวเวอร์, จิวเวลรี เทรด เซนเตอร์, สีลม พรีเซียส ทาวเวอร์ และบางกอกเจมส์
แอนด์ จิวเวลรี ทาวเวอร์ ล้วนตั้งอยู่ในใจกลางเมืองย่านถนนสีลม มเหศักดิ์
สุรวงศ์และเจริญกรุง ซึ่งถือเป็นแหล่งการค้าอัญมณีในปัจจุบัน
ทำเลที่ตั้งของเจมโมโปลิสอาจจะดูด้อยเมื่อเทียบกับทำเลของโครงการอื่น ๆ
แต่ในอนาคตซึ่งแนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกในโครงการอีสเทิร์น
ซีบอร์ด ทำได้สำเร็จ รวมทั้งโครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ถนนวงแหวนรอบนอก
ถนนศรีนครินทร์ บางนา-ตราด ท่าอากาศยานหนองงูเห่าเกิดขึ้นจริง มิพักต้องสงสัยว่าทำเลที่ตั้งของเจมโมโปลิสจะเป็นจุดดึงดูดนักธุรกิจได้มากกว่าทำเลที่ตั้งในใจกลางเมืองสักเพียงใด
แนวคิดในการสร้างเมืองอุตสาหกรรมอัญมณีหรืออัญธานีแห่งนี้คือต้องการให้เป็นศูนย์รวมการผลิต
การติดต่อซื้อขาย และการผ่านพิธีทางศุลกากรเพื่อการส่งออกซึ่งอัญมณีและเครื่องประดับไว้พร้อมสรรพภายในอาณาบริเวณเดียวกัน
(ONE-STOP SERVICE)
พรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับกล่าวว่า "ปัจจุบันมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยมี
34,000 ล้านบาท ผมคิดว่าหลังจากที่เราสร้างเจมโม โปลิสเสร็จ โครงการนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมการส่งออกคึกคักมากขึ้น
เราตั้งความหวังกันไว้ว่าจะเพิ่มมูลค่าให้ได้สูงถึง 100,000 ล้านบาท"
พื้นที่ 170 ไร่ บริเวณชานเมืองด้านฝั่งตะวันออกกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วที่ดินแถบนี้ซื้อขายกันในราคาตารางวาละ
20,000-30,000 บาท และมีแนวโน้มแต่จะพุ่งสูงขึ้น ว่ากันว่าที่ดินเหล่านี้เป็นของกลุ่มเชียงเฮงเทรดดิ้ง
ซึ่งนำโดยบุญยง อัศรัสกรเป็นหัวเรือใหญ่ในบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล เจมส์
ซินดิเคทหรือ IGS ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้บริหารเจมโมโปลิส กลุ่มเชียงเฮงเป็นผู้ค้าและส่งออกอัญมณีรายใหญ่รายหนึ่ง
ดำเนินกิจการมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว
IGS มีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท กลุ่มผู้ถือหุ้นนอกจากเชียงเฮง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และมีพี่น้องเข้ามาร่วมบริหารงานด้วยหลายคน
โดยบุญยง พี่ใหญ่ขึ้นเป็นประธานกรรมการแล้ว ก็มีพรสิทธิ์เป็นประธานกรรมการบริหาร
วิชัย อัศรัสกรเป็นกรรมการผู้จัดการ ศิริ อาชาพิลาส, แสงชัย คุณารัตนอังกูร,
ประเกียรติ นาสิมมา, คมสัน โอภาสสถาวร และอีกหลายคนซึ่งล้วนอยู่ในวงการผู้ประกอบการอัญมณีไทยรวมเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นและกรรมการ
ความคิดที่จะสร้างศูนย์กลางอัญมณี เกิดจากความเติบโตของธุรกิจส่งออกอัญมณีของไทยอย่างมาก
ๆ ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา บรรดาพ่อค้าอัญมณีประสบปัญหาที่คล้ายคลึงกันในเรื่องความไม่สะดวกของพ่อค้าต่างชาติที่เข้ามาติดต่อซื้อขายอัญมณีไทย
ปัญหาหลักอยู่ที่กระบวนการติดต่อและส่งสินค้า
กลุ่มพ่อค้าต่างชาติจะต้องตระเวนซื้อสินค้าจากร้านต่าง ๆ บางครั้งต้องเดินทางไปต่างจังหวัด
ตะลุยไปถึงแหล่งวัตถุดิบ และยังจะต้องมาติดต่อบริษัทประกันภัย นำสินค้าผ่านด่านพิธีทางศุลกากรติดต่อกับธนาคาร
ซึ่งกว่าจะจบสิ้นกระบวนการในการเดินทางมาครั้งหนึ่ง ๆ ก็ต้องใช้เวลาหลายวันและยุ่งยากน่าเหนื่อยหน่ายไม่น้อย
แม้ว่าย่านสีลม สุรวงศ์ และมเหศักดิ์จะเป็นศูนย์รวมร้านค้าอัญมณีไว้มากที่สุดคือประมาณ
400 รายจากจำนวนผู้ประกอบการค้าอัญมณีทั้งสิ้น 3,000 รายทั่วประเทศ แต่ก็มีร้านค้าและโรงงานหลายแห่งที่ไม่ได้อยู่บริเวณนี้
และการผ่านกระบวนการอื่น ๆ ดังที่กล่าวมา ซึ่งจะต้องใช้เวลาเดินทางผ่านเส้นทางจราจรที่ติดขัดก็เป็นเรื่องไม่น่าสนุกนัก
ศูนย์กลางอัญมณีเป็นสิ่งที่ผู้ค้าและส่งออกอัญมณีต้องการเป็นที่สุด เพราะไม่เพียงแต่จะรวมขั้นตอนกระบวนการทุกอย่างไว้ในสถานที่เดียวกัน
แต่ในแง่ของการสร้างอาคารศูนย์กลางขึ้นมาใหม่นั้น ผู้ค้าสามารถออกแบบอาคารสถานที่ควบคุมความปลอดภัยและการควบคุมในเรื่องแสง
การติดตั้งกระจกเพื่อให้การชมและเลือกซื้ออัญมณีสามารถทำได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้การพิจารณาความงดงามของอัญมณีว่าจะเปล่งปลั่งแวววาวสักเพียงใด
นั้นอาศัยดูกับแสงธรรมชาติจะเห็นชัดที่สุด
โครงการเจมโมโปลิสมีสิ่งที่ต่างไปจากโครงการศูนย์อัญมณีอื่น ๆ คือมีพื้นที่สำหรับสร้างโรงงานผลิต
เจียระไนเพชร อัญมณีและเครื่องประดับ โดยในส่วนที่เป็นโรงงานนี้มีรวมทั้งสิ้น
46 หลัง และวิชัย อัศรัสกรกล่าวกับ "ผู้จัดการ" ว่าโรงงานเหล่านี้มีการจับจองไปหมดแล้ว
และขณะนี้กำลังเปิดให้จองอาคารเทรดดิ้ง เซนเตอร์ 1 ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์หลังแรกในจำนวน
3 หลัง ที่จะสร้างขึ้นสนนราคาต่ำสุดยูนิตละ 4.5 ล้าน บาท/100 ตรม. สูงสุดยูนิตละ
25.65 ล้านบาท/570 ตรม.
ชาญณรงค์ อัศรัสกรจากกลุ่มเชียงเฮงกล่าวว่า "ลูกค้าที่มาจับจองพื้นที่ส่วนมากเป็น
ชาวต่างชาติอย่างมิสเตอร์อาโอยาม่าจากบริษัท โอเรียลเต็ล ไดมอนด์ ก็สนใจโครงการเจม
โมโปลิสมาก เขาเป็นลูกค้าเก่าแก่ที่ซื้ออัญมณีกับเรามาเป็นเวลานาน"
โยชิยูกิ อาโอยาม่า ผู้จัดการใหญ่บริษัทโอเรียลเต็ล ไดมอนด์ อิงค์ (ODI)
ซึ่งเป็น 1ใน 200 บริษัทลูกค้าชั้นดีของบริษัทเดอเบียร์ส (DBS) ที่รู้จักกันทั่วโลกว่าเป็นผู้ค้าอัญมณีรายใหญ่
กล่าวกับ "ผู้จัดการ" ว่า "ผมเดินทางเข้ามาซื้อเพชรในตลาดไทยนานกว่า
10 ปีแล้วโดยมียอดซื้อจากตลาดไทยสูงถึง 10-15% ของยอดซื้อทั้งหมดของ ODI
คิดเป็นมูลค่าประมาณ 18-27 ล้านดอลลาร์จากยอดซื้อทั้งหมด 180 ล้านดอลลาร์/ปี"
ทั้งนี้เพชรที่อาโอยาม่าซื้อไปนั้นเป็นเพชรที่ผ่านกระบวนการเจียระไนแล้ว
แต่ก็ถือเป็นวัตถุดิบที่ต้องเอาไปแต่งเข้าตัวเรือนอีกขั้นหนึ่ง
ชาญณรงค์กล่าวว่า "ข้อได้เปรียบของการผลิตในไทยคือ เราสามารถทำขนาด
(SIZE) เล็กคือในขนาด .03-.10 กะรัตขึ้นไป ขณะที่แหล่งผลิตบางแห่งเช่นที่มอสโกมีความชำนาญแต่การผลิตขนาดใหญ่คือ
.25 กะรัตขึ้นไป ซึ่งนี่ก็เป็นข้อได้เปรียบทางการตลาดของเรา แม้การผลิตขนาดเล็กจะราคาต่ำแต่ว่าเป็นที่ต้องการของตลาดมาก
และญี่ปุ่นก็เป็นตลาดที่เราส่งออกเพชรไปจำหน่ายมากที่สุดแห่งหนึ่ง มูลค่าตลาดอัญมณีในญี่ปุ่นสูงถึง
200,000 ล้านเยน" อาโอยาม่าให้ข้อคิดเห็นว่าโครงการเจมโมโปลิสจะเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมอัญมณีที่สมบูรณ์ที่สุดเมื่อโครงการสำเร็จเรียบร้อย
และในอนาคต ODI อาจพิจารณาลงทุนในเมืองไทยบ้าง แต่ต้องรอดูสถานการณ์สักระยะหนึ่งก่อน
เป้าหมายของผู้ค้าและส่งออกอัญมณีที่จะเห็นมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นถึง
100,000 ล้านบาท/ปีจะเป็นจริงเมื่อไหร่นั้นคงต้องรอดูกันต่อไป โครงการศูนย์อัญมณีเหล่านี้ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า
3-5 ปีจึงจะสำเร็จ และเมื่อถึงเวลานั้นก็คงจะพอดีกับที่โครงการด้านคมนาคมขนส่งรายรอบเจมโมโปลิสเป็นรูปร่างจริงจังมากขึ้น