Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ตุลาคม 2528








 
นิตยสารผู้จัดการ ตุลาคม 2528
เมื่อนายแบงก์อยากเป็นผู้ว่าฯ กทม.             
 


   
search resources

ชนะ รุ่งแสง
พรรคประชาธิปัตย์
Political and Government




ในแวดวงนายแบงก์ไทย นอกจากบุญชู โรจนเสถียร ก็เห็นจะมี ชนะ รุ่งแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของธนาคารกสิกรไทยนี่แหละที่ให้ความสนใจด้านการเมืองมาตลอด และจะว่าไปเข้ามาขลุกกับการเมืองถึงขั้นลาออกจากแบงก์ก่อนบุญชู โรจนเสถียร เสียด้วยซ้ำ

ชนะ รุ่งแสง ลาออกจากธนาคารกสิกรไทยครั้งแรก เมื่อปี 2511 โดยเข้าสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล กรุงเทพฯ ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็ได้รับเลือกตั้ง รวมทั้งได้ดำรงตำแหน่งเทศมนตรีเทศบาลนครกรุงเทพฯ อีกด้วย

ลาออกครั้งที่ 2 เมื่อสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส. กรุงเทพฯ เขต 8 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์เจ้าเก่า เมื่อปี 2519 ก็ได้รับการเลือกตั้งสมใจนึก แต่เป็น ส.ส. ได้ไม่กี่วัน เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม และรัฐประหาร โดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า คณะปฏิรูป จึงหมดสภาพการเป็น ส.ส. ไปโดยปริยาย

ลาออกครั้งที่ 3 ปีนี้ เพื่อลงเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเคย โดยจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้

บางคนอาจจะข้องใจว่า เอ๊ะ…ลาออกจากธนาคารแบบนี้ ทำไมกลับเข้าไปทำงานได้อีกเรื่อยๆ ก็คงอธิบายสั้นๆ ว่า ผู้ใหญ่ในแบงก์อนุญาตให้ลาออกได้ โดยมีเงื่อนไขว่าหากได้รับการเลือกตั้งจนกระทั่งหมดภาระหน้าที่ในฐานะนักการเมืองหรือ "สอบตก" ให้กลับเข้ามาทำงานที่แบงก์ใหม่นะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชนะ รุ่งแสง เป็นเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของธนาคารกสิกรไทย ที่เพิ่งจะเซ็นสัญญา 10 ปีกับธนาคารไปหมาดๆ สัญญานี้ระบุว่า ชนะ รุ่งแสง มีอายุงานเหลือในธนาคารกสิกรไทยไปจนถึงปี 2538 หรือเมื่อมีอายุได้ 65 ปี โดยมีรายได้และสิทธิประโยชน์ที่ไม่สามารถเรียกได้ว่าเงินเดือน สูงสมฝีมือ สมศักดิ์ศรี

ทีนี้ถ้ามาดูประวัติการกระโจนเข้าสู่แวดวงการเมือง ถือได้ว่า ชนะ รุ่งแสง รักเดียวใจเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด และ 2 ครั้งที่ผ่านมา ต่างก็ประสบความสำเร็จ คือ ได้รับเลือกตั้ง รวมทั้งก็ไม่ได้เป็นนักการเมืองที่ลงสมัครอย่างพร่ำเพรื่อ

จึงพออ่านออกว่างานนี้ นักบัญชีอย่างชนะ รุ่งแสง คงคำนวณแล้วว่าโอกาสพลาดยาก เพราะเสียงสนับสนุนจากผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์เต็มที่ แม้กระทั่ง "พี่หาญ" พลเอกหาญ ลีนานนท์ ที่ขยับท่าว่าจะลงเลือกตั้งครั้งนี้แน่ ยังถอยฉากให้ "น้องชนะ" เลย

เสียดายวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม "ผู้จัดการ" ไปนั่งเฝ้าที่ศูนย์การค้าบางซื่อ เพราะอยากฟังฝีปากนายแบงก์อาชีพที่พิสมัยการเมืองท่านนี้ ก็บังเอิญหลอดเสียงท่านเกิดอักเสบ จึงขึ้นมาพูดได้ไม่กี่คำ แต่ก็พอสรุปได้ว่าลีลาการพูด การให้น้ำหนักในเรื่องราวที่สำคัญชัดเจน และที่ดีที่สุดไม่มีการพูดโจมตีคู่แข่งเลย

"นโยบายของผมในการที่จะบริหารกรุงเทพมหานครก็ขึ้นอยู่กับ 6 เป้าหมาย 4 แนวทางและ 10 มาตรการ ซึ่งผมเชื่อว่าสามารถทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ ดีกว่านี้" ชนะ รุ่งแสง พูดเน้น แต่ไม่แจงว่าเจ้า 6-4-10 ที่ว่านั้น คืออะไร ที่จริง "ผู้จัดการ" มี…เผอิญเนื้อที่ไม่พอ

คงต้องรอจนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2528 นี้ จึงจะรู้ได้ว่านายแบงก์ผู้มีสโลแกนในการเลือกตั้งว่า "เลือกชนะ เพื่อชัยชนะของประชาชน" หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ จะได้รับการเลือกตั้งให้ได้ดั่งหวัง… ให้สมตั้งใจ… ให้คลายหมองหม่น หรือเปล่า เพราะคู่แข่งน่ากลัวไม่น้อย

โชคดีครับ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us