บอร์ด “นมวัวแดง” ไฟเขียวปรับลดรายได้หลังเจอวิกฤติน้ำท่วม เหลือ 6,300 ล้านบาท จากเดิม 7,000 ล้านบาท อัดงบตลาด 80 ล้านบาทลุย เพิ่มเอเย่นต์ภาคเหนือ-ใต้ ลุยตลาดนมแช่เย็น ไอศกรีม โยเกิร์ต ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เตรียมผุดโรงงานผลิตใหม่ พร้อมรับมือเออีซี
นายนพดล ตันวิเชียร รองผู้อำนวยการ และรักษาการ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เจ้าของผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์กหรือนมวัวแดง เปิดเผยว่า บอร์ด อสค. ได้อนุมัติเห็นชอบในหลักการแล้วเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผานมาตามที่ทางคณะผู้บริหารของ อสค. ได้เสนอเรื่องไปเพื่อขอปรับลดเป้ารายได้ปีงบประมาณ 2555 (ตุลาคม 54 – กันยายน 55) ของนมวัวแดง ลงเหลือประมาณ 6,300 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ช่วงต้นปีงบประมาณ 7,000 ล้านบาท ส่วนผลกำไรปีนี้คาดว่าจะทำได้ใกล้เคียงหรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วไม่มากนักที่ทำได้ประมาณ 470 ล้านบาท
สาเหตุที่เสนอเพื่อขอปรับลดวงเงินรายได้นั้น เนื่องจากผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่รุนแรงมาตั้งแต่เมื่อต้นเดือนตุลาคมปี 2554 จนถึงธันวาคม 2554 ซึ่งเป็น 3เดือนสุดท้ายของปี 2554 ซึ่งถือเป็น 3 เดือนแรกของปีงบประมาณของนมวัวแดงพอดี ทำให้กะทบต่อรายได้อย่างมาก อีกทั้งประเมินภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้แล้วคาดว่าจะซบเซาต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาสแรกปีนี้แน่นอน ส่งผลต่อกำลังซื้อรวมของผู้บริโคภที่ลดลงด้วยส่วนหนึ่ง
อีกทั้งปัญหาทางด้านต้นทุนการผลิตจากน้ำนมดิบที่สูงขึ้นตลอด จตั้งแต่เดือนนเมษายน 2554 ที่ปรับเพิ่มเป็น 17 บาทต่อลิตร จากเดิม 16.50 บาทต่อลิตร และปรับเพิ่มอีกครั้งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเป็น 18 บาทต่อลิตร ซึ่งเท่ากับว่าปีที่แล้วเพิ่มขึ้นรวม 1.50 บาทต่อลิตรซึ่งเป็นอัตราที่สูงพอสมควร
อย่างไรก็ตามทางอสค.ยังคงวางแผนการตลาดในเชิงรุกต่อเนื่องในปี 2555 นี้ ด้วยงบการตลาดรวม 80 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 6,300 ล้านบาท เติบโต 5% และตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดนมโดยรวมอีก 2% จากเดิมมีแชร์ 31% เป็น 33% ในภาพรวมทั้งคอร์ปอเรทแบรนด์ ขณะที่ภาพรวมตลาดนมยูเอชทีนั้นคาดว่าจะเติบโตประมาณ 2-3% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 20,000 ล้านบาท
โดยปัจจุบันมีค่ายโฟร์โมสต์เป็นผู้นำตลาดด้วยแชร์ 50% ที่สองคือวัวแดงแชร์ 31% และที่สามคือ หนองโพมีแชร์ 7% นอกนั้นเป็นหลายแบรนด์รวมกัน
ปีนี้จะขยายช่องทางเอเย่นต์มากขึ้นจากขณะนี้มีประมาณ 30 กว่ารายใหญ่ โดยจะเร่งขยายภาคเหนือและภาคใต้ เนื่องจากภาคใต้ยังสู้คู่แข่งไม่ได้และวัวแดงมีสัดส่วนรายได้จากภาคใต้แค่ 2-3% เท่านั้นเองจากรายได้รวม โดยมีแบรนด์หนองโพเป็นผู้นำในตลาดภาคใต้ ขณะที่ส่วนแบ่งรายได้ของวัวแดงมาจากภาคอีสานมากที่สุด 40% จากรายได้รวม แต่มีแชร์ในภาคอีสาน 60% ของตลาดรวมอีสาน และทำการส่งเสริมการขายช่องทางโมเดิร์นเทรดมากขึ้น จากปัจจุบันสัดส่วน 3 ช่องทางหลักคือ เทรดดิชันนัลเทรดรวมเอเย่นต์ด้วย 60% โมเดิร์นเทรด 30% และ ช่องทางร้านสะดวกซื้อ 10%
รวมทั้งจะขยายผลิตภัณฑ์นมแช่เย็นหรือพาสเจอร์ไรซ์ ไอศกรีม โยเกิร์ต อย่างจริงจัง หลังจากเริ่มทดลองทำตลาดในงานมหกรรมพืชสวนโลกแล้วได้รับผลตอบรับดี และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับดิสทริบิวเตอร์ที่สนใจอยู่ คาดหวังปีแรกจะทำรายได้นมแช่เย็นประมาณ 50 ล้านบาท และตั้งเป้าหมาย 5 ปีจะรายได้ของกลุ่มนี้ 1,000 ล้านบาท จากตลาดรวมกลุ่มนี้ 10,000 ล้านบาท
ส่วนแผนการลงทุนนั้น จะใช้งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงการผลิตโรงงานทั้งหมดให้มีความทันสมัย และเพิ่มกำลังผลิตอีกประมาณ 150 ตันต่อวัน จาดเดิมผลิตรวมกันที่ 500 ตันต่อวันจาก 5 โรงงาน
นอกจากนนั้นอยู่ระหว่างการศึกษาตั้งโรงงานผลิตนมยูเอชทีเพิ่มที่ลำปาง กำลังผลิตประมาณ 100 ตันต่อวัน จากเดิมภาคเหนือมีที่เชียงใหม่เป็นโรงงานผลิตพาสเจอร์ไรซ์ และอยู่ระหว่างวางแผนที่จะเพิ่มโรงงานผลิตที่มวกเหล็กอีก ซึ่งคาดว่าจะสรุปแผนกลางปีนี้ โดยสองโครงการคาดว่าต้องใช้งบขั้นต่ำ 1,000 ล้านบาท
สำหรับ แผนตลาดต่างประเทศ ปีนี้จะเร่งขยายมากขึ้น เพื่อรองรับกับการเปิดเออีซีหรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะมีผลในอีก 3 ปีจากนี้หรือปี 2558 ซึ่งขณะนี้มีทำบ้างแล้วที่ ลาว กัมพูชา โดยมีเอเยนต์รับผิดชอบ และเตรียมบุกตลาดพม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปินส์ จีนและเวียดนาม