Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน10 กุมภาพันธ์ 2555
“นมวัวแดง”เพิ่มคู่ค้าดึงแชร์33% น้ำท่วมลดเป้า-ลุยไอศกรีม-ทุ่มพันล.เพิ่มผลิต             
 


   
search resources

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)
Dairy Product




บอร์ด “นมวัวแดง” ไฟเขียวปรับลดรายได้หลังเจอวิกฤติน้ำท่วม เหลือ 6,300 ล้านบาท จากเดิม 7,000 ล้านบาท อัดงบตลาด 80 ล้านบาทลุย เพิ่มเอเย่นต์ภาคเหนือ-ใต้ ลุยตลาดนมแช่เย็น ไอศกรีม โยเกิร์ต ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เตรียมผุดโรงงานผลิตใหม่ พร้อมรับมือเออีซี

นายนพดล ตันวิเชียร รองผู้อำนวยการ และรักษาการ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เจ้าของผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์กหรือนมวัวแดง เปิดเผยว่า บอร์ด อสค. ได้อนุมัติเห็นชอบในหลักการแล้วเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผานมาตามที่ทางคณะผู้บริหารของ อสค. ได้เสนอเรื่องไปเพื่อขอปรับลดเป้ารายได้ปีงบประมาณ 2555 (ตุลาคม 54 – กันยายน 55) ของนมวัวแดง ลงเหลือประมาณ 6,300 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ช่วงต้นปีงบประมาณ 7,000 ล้านบาท  ส่วนผลกำไรปีนี้คาดว่าจะทำได้ใกล้เคียงหรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วไม่มากนักที่ทำได้ประมาณ 470 ล้านบาท 

สาเหตุที่เสนอเพื่อขอปรับลดวงเงินรายได้นั้น เนื่องจากผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่รุนแรงมาตั้งแต่เมื่อต้นเดือนตุลาคมปี 2554 จนถึงธันวาคม 2554 ซึ่งเป็น 3เดือนสุดท้ายของปี 2554 ซึ่งถือเป็น 3 เดือนแรกของปีงบประมาณของนมวัวแดงพอดี ทำให้กะทบต่อรายได้อย่างมาก อีกทั้งประเมินภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้แล้วคาดว่าจะซบเซาต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาสแรกปีนี้แน่นอน ส่งผลต่อกำลังซื้อรวมของผู้บริโคภที่ลดลงด้วยส่วนหนึ่ง

อีกทั้งปัญหาทางด้านต้นทุนการผลิตจากน้ำนมดิบที่สูงขึ้นตลอด จตั้งแต่เดือนนเมษายน 2554 ที่ปรับเพิ่มเป็น 17 บาทต่อลิตร จากเดิม 16.50 บาทต่อลิตร  และปรับเพิ่มอีกครั้งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเป็น 18 บาทต่อลิตร  ซึ่งเท่ากับว่าปีที่แล้วเพิ่มขึ้นรวม 1.50 บาทต่อลิตรซึ่งเป็นอัตราที่สูงพอสมควร

อย่างไรก็ตามทางอสค.ยังคงวางแผนการตลาดในเชิงรุกต่อเนื่องในปี 2555 นี้ ด้วยงบการตลาดรวม 80 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 6,300 ล้านบาท เติบโต 5% และตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดนมโดยรวมอีก 2% จากเดิมมีแชร์ 31% เป็น 33% ในภาพรวมทั้งคอร์ปอเรทแบรนด์ ขณะที่ภาพรวมตลาดนมยูเอชทีนั้นคาดว่าจะเติบโตประมาณ 2-3% เท่านั้น  จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 20,000 ล้านบาท 

โดยปัจจุบันมีค่ายโฟร์โมสต์เป็นผู้นำตลาดด้วยแชร์ 50% ที่สองคือวัวแดงแชร์ 31% และที่สามคือ หนองโพมีแชร์ 7% นอกนั้นเป็นหลายแบรนด์รวมกัน 

ปีนี้จะขยายช่องทางเอเย่นต์มากขึ้นจากขณะนี้มีประมาณ 30 กว่ารายใหญ่ โดยจะเร่งขยายภาคเหนือและภาคใต้ เนื่องจากภาคใต้ยังสู้คู่แข่งไม่ได้และวัวแดงมีสัดส่วนรายได้จากภาคใต้แค่ 2-3% เท่านั้นเองจากรายได้รวม โดยมีแบรนด์หนองโพเป็นผู้นำในตลาดภาคใต้ ขณะที่ส่วนแบ่งรายได้ของวัวแดงมาจากภาคอีสานมากที่สุด 40% จากรายได้รวม แต่มีแชร์ในภาคอีสาน 60% ของตลาดรวมอีสาน และทำการส่งเสริมการขายช่องทางโมเดิร์นเทรดมากขึ้น จากปัจจุบันสัดส่วน 3 ช่องทางหลักคือ เทรดดิชันนัลเทรดรวมเอเย่นต์ด้วย 60% โมเดิร์นเทรด 30% และ ช่องทางร้านสะดวกซื้อ 10% 

รวมทั้งจะขยายผลิตภัณฑ์นมแช่เย็นหรือพาสเจอร์ไรซ์ ไอศกรีม โยเกิร์ต อย่างจริงจัง หลังจากเริ่มทดลองทำตลาดในงานมหกรรมพืชสวนโลกแล้วได้รับผลตอบรับดี และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับดิสทริบิวเตอร์ที่สนใจอยู่ คาดหวังปีแรกจะทำรายได้นมแช่เย็นประมาณ 50 ล้านบาท และตั้งเป้าหมาย 5 ปีจะรายได้ของกลุ่มนี้ 1,000 ล้านบาท จากตลาดรวมกลุ่มนี้ 10,000 ล้านบาท 

ส่วนแผนการลงทุนนั้น จะใช้งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงการผลิตโรงงานทั้งหมดให้มีความทันสมัย และเพิ่มกำลังผลิตอีกประมาณ 150 ตันต่อวัน จาดเดิมผลิตรวมกันที่ 500 ตันต่อวันจาก 5 โรงงาน

นอกจากนนั้นอยู่ระหว่างการศึกษาตั้งโรงงานผลิตนมยูเอชทีเพิ่มที่ลำปาง กำลังผลิตประมาณ 100 ตันต่อวัน จากเดิมภาคเหนือมีที่เชียงใหม่เป็นโรงงานผลิตพาสเจอร์ไรซ์ และอยู่ระหว่างวางแผนที่จะเพิ่มโรงงานผลิตที่มวกเหล็กอีก ซึ่งคาดว่าจะสรุปแผนกลางปีนี้ โดยสองโครงการคาดว่าต้องใช้งบขั้นต่ำ 1,000 ล้านบาท 

สำหรับ แผนตลาดต่างประเทศ ปีนี้จะเร่งขยายมากขึ้น เพื่อรองรับกับการเปิดเออีซีหรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะมีผลในอีก 3 ปีจากนี้หรือปี 2558 ซึ่งขณะนี้มีทำบ้างแล้วที่ ลาว กัมพูชา โดยมีเอเยนต์รับผิดชอบ และเตรียมบุกตลาดพม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปินส์ จีนและเวียดนาม 

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us