Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์9 กุมภาพันธ์ 2553
ต่อยอดธุรกิจบน 3G แข่งโซลูชั่นดันยอดพุ่ง             
 


   
search resources

3G




เปิดมุมมองเซียนธุรกิจมือถือบนโอกาสการต่อยอดบริการ 3G จุดพลิกเกมการตลาดที่ใครสามารถฉกฉวยได้ สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ดันยอดผู้ใช้งานพุ่งโกยรายได้มหาศาล เชื่อ 3G เต็มรูปแบบโมบายบรอดแบนด์เกิดดันปริมาณการใช้ข้อมูลเติบโตหลายเท่าตัว

3จี ถือเป็นความหวังของเหล่าผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่จะสร้างรายได้เพิ่มในอนาคต เพื่อชดเชยรายได้ด้านเสียงที่นับวันหดลงต่อเนื่อง

เห็นได้ชัดว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่บรรดาโอเปอเรเตอร์ทุกค่ายต้องเผชิญความท้าทายหลากหลาย โดยเฉพาะความพยายามเสาะหาแนวทางสร้างรายได้เพิ่ม 3จี จึงคือคำตอบ นั่นก็เป็นเพราะว่า ความเร็วของโครงข่ายดังกล่าว จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดบริการด้านดาต้าใหม่ๆ ทำให้โอเปอเรเตอร์สามารถต่อยอดแพกเกจการให้บริการใหม่ๆ และดันรายได้เพิ่มขึ้น

ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค บอกว่า การมีเครือข่าย 3G และสมาร์ตโฟน จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับวงการโทรคมนาคมไทย เนื่องจากพฤติกรรมการใช้งานผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป หันมาใช้งานด้านดาต้าเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายวิดีโอละเอียดขึ้น และการอัปโหลดขึ้นสู่เครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นต้น 

ดังจะเห็นได้จากตัวเลขหลังเปิดให้บริการ 3G พบว่า ปริมาณการใช้งานดาต้าบนเครือข่ายวันเดียว เท่ากับปริมาณการใช้งานดาต้าในระบบ 2.5G EDGE/GPRS ถึง 8 เดือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้งานดาต้าของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ผลจากปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้น 2 เท่า ทำให้แนวทางการตั้งราคาของผู้ให้บริการต้องมีความเหมาะสม โดยต้องคิดตามจำนวนที่ลูกค้าใช้งานจริง เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสบายใจในการใช้งานต่อเนื่อง

ขณะที่ พิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจนอนวอยซ์และ 3G บริษัท ทรูมูฟ จำกัด บอกว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อเกิดการใช้งานข้อมูลเพิ่มขึ้นมหาศาล ก็คือ การบริหารจัดการ ไม่เช่นนั้นโอเปอเรเตอร์อาจจะตกอยู่ในสถานะลำบากมากกว่าจะสร้างรายได้เพิ่ม 

ดังเช่น ในช่วงแรกที่เปิดให้บริการ และมีการตั้งราคาแบบไม่จำกัด ผลปรากฏว่ามีปริมาณการใช้งานสูงถึง 600 GB ใน 1 เดือน คิดเป็นกว่า 60% ของระบบ ดังนั้นโอเปอเรเตอร์จึงจำเป็นต้องมีข้อตกลงจำกัดปริมาณการใช้งานเกิดขึ้น

“ในต่างประเทศ เมื่อมีการเปิดให้ใช้งาน 3G ได้มีการยกเลิกการให้บริการแบบไม่จำกัด แต่เชื่อว่าในไทยยังไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถคำนวณปริมาณการใช้งานดาต้าของตนเองได้ แม้ว่าปัจจุบันจะมีการปรับรูปแบบการคิดค่าบริการดาต้ามาเป็นแบบตามปริมาณการใช้งานก็ตาม”

อย่างไรก็ตาม โจนาห์ พรานสกี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ฝ่ายกลยุทธ์และการตลาดแบบเจาะลึก แอมด็อคส์ ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารชั้นนำของโลก บอกว่า หากดูตัวเลขการเข้าถึงบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยช่วงปี 2554 จะพบว่า มีอัตราการเติบโต 22.8% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเชื่อว่า จะทำให้การพัฒนาไม่หยุดแค่ระบบ 2-3จี โดยในอนาคตจะเห็นการพัฒนาเพิ่มเป็น 3.5จี หรือ 4จี

นอกจากนี้ การที่ผู้กำหนดนโยบายอย่างไอซีที พยายามขับเคลื่อนอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เข้าสู่คนไทย โดยตั้งเป้าหมายที่จะให้ประชากร 80% สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในปี 2558 และเพิ่มขึ้นเป็น 95% ในปี 2563 ก็นับเป็นหัวใจหลักในการผลักดันอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยในการขยายตัว

ด้าน นิธิน บัท หุ้นส่วนและหัวหน้าคณะที่ปรึกษา บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก บอกว่าการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 3G/LTE จะเติบโต 2 เท่าทุกๆ 3 ปี โดยที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสาย (บรอดแบนด์) ก็จะเติบโตในอัตราคงที่ 3G/LTE จะเริ่มเจาะตลาดในขณะที่บรอดแบนด์ก็ยังคงขยายการครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ "อินเทอร์เน็ตเข้าถึงทุกสิ่ง" ได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นโอกาสให้ใครก็ตามที่สามารถใช้ประโยชน์การเปลี่ยนแปลงนี้สามารถสร้างธุรกิจใหม่ๆ ได้ โดยเครือข่ายที่ดีขึ้นจะทำให้วิธีการบริโภคข้อมูลเปลี่ยนไปทั้งในด้านการได้รับ วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูล

ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน มั่นใจว่าจำนวนผู้ใช้บริการ โมบายบรอดแบนด์ในไทยมีแนวโน้มว่าจะเติบโตถึง 30 ล้านหน่วย ภายในปี 2557 ส่งผลให้ผู้ให้บริการสามารถให้บริการระบบ 3จี และเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น

“โมบายบรอดแบนด์จะเป็นตัวขับเคลื่อนตลาด ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะโตขึ้นถึง 3 เท่าในปี 2558” บัท กล่าวและว่า “สงครามราคาระหว่างผู้ให้บริการทั้งหลายยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด”

 

โซลูชั่นใหม่สร้างบริการใหม่

จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ แอมด็อคส์ เดินหน้าผุดโซลูชั่นใหม่ได้แก่ M2M และ Connected Home เพื่อเป็นช่องทางสร้างบริการใหม่ๆ แก่ลูกค้า 

เออร์วานน์ โธมัสเซน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แอมด็อคส์ เอเชีย แปซิฟิก บอกว่า โซลูชั่นดังกล่าวเป็นการทำงานบนคลาวด์ คอมพิวติ้ง โดย M2M เป็นโซลูชั่นแบบ pre-packaged ที่เอื้อให้ผู้ให้บริการเครือข่ายนำเสนอบริการและสนับสนุนคู่ค้าที่ให้บริการแอปพลิเคชั่น M2M เช่น รถยนต์เชื่อมต่อกับระบบสื่อสาร (connected car), eReaders,ระบบวัดปริมาณการใช้บริการสาธารณูปโภคอัจฉริยะ (smart utility meters) และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ Amdocs Connected Home: โซลูชั่นแบบ cloud-based ที่ช่วยให้ผู้บริการเครือข่ายสามารถเปิดตัวบริการประเภท pre-packaged home และ business premise เช่น ความปลอดภัยพลังงาน สุขภาพ และมัลติมีเดีย

ขณะที่ Connected Home เป็นโซลูชั่นที่ช่วยเชื่อมต่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบรักษาความปลอดภัยในครัวเรือน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปควบคุม ดูแล และจัดการอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่อในระบบอย่างระบบเปิด-ปิดไฟ เซ็นเซอร์รักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ตโฟน แท็บเลตได้

ทั้งนี้ แอมด็อคส์กำลังอยู่ในช่วงพูดคุยกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในไทย ทั้ง เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ เพื่อที่จะนำโซลูชั่นดังกล่าวเข้ามาให้บริการภายในไทย

เพราะเชื่อว่าโซลูชั่นดังกล่าวจะช่วยให้โอเปอเรเตอร์สามารถสร้างบริการใหม่ให้แก่ลูกค้าได้นอกจากให้บริการด้านเสียง และดาต้าในปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ แอมด็อคส์ได้เปิดให้บริการ 2 โซลูชั่นนี้ในต่างประเทศมาแล้ว และได้รับความนิยมอย่างมาก โดยปัจจุบันมีผู้ใช้ประมาณ 10% ของครัวเรือนในสหรัฐและแคนาดา

ขณะที่ผลสำรวจจาก มาชิน่า รีเสิร์ช คาดว่า บริการเชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์มือถือ M2M จะเติบโตจาก 135 ล้านราย ในปี 2011 เป็น 2.3 พันล้านราย ในปี 2020 ส่วนผลวิจัยจากพาร์ก แอสโซซิเอท ระบุว่า ร้อยละ 12 ของผู้บริโภคในสหรัฐ และร้อยละ 9 ของผู้บริโภคในยุโรปตะวันตกมีความสนใจใช้บริการรักษาความปลอดภัยในบ้าน

เออร์วานน์ บอกว่า สำหรับประเทศไทย ถือว่าตลาดเพิ่งเริ่ม แต่เชื่อว่าผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง 3 รายสนใจที่จะลงทุน และให้บริการในที่สุด 

เบื้องต้นกลุ่มเป้าหมายหลักจะเน้นบ้านหรู โรงงานในอุตสาหกรรมการผลิต องค์กร และสถานศึกษา พร้อมเชื่อว่าในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีราคาถูกลง จะทำให้โซลูชั่นเหล่านี้ขยายการใช้งานสู่กลุ่มผู้สูงอายุ และเด็กเล็กมากขึ้น

เอไอเอสปักธง 4G

ในสังเวียนโทรศัพท์มือถือที่กำลังเดือดพล่าน โดยเฉพาะพื้นที่ 3G บนคลื่นความถี่เดิม (850 และ 900 เมกะเฮิรตซ์) คู่ชกอย่างดีแทคและทรู กำลังเมามันกับการรุกบริการ ทว่าผู้นำตลาด “เอไอเอส” กลับออกมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการ ด้วยการเปิดทดสอบบริการ 4G เป็นเจ้าแรก ที่ครั้งนี้เชื่อว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดฮัลโหลนับจากนี้อย่างมาก

“วันนี้ผู้ใช้บริการดาต้า โดยเฉพาะในเครือข่ายของเรามีกว่า 10 ล้านราย แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ความต้องการด้านนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด การมองหาเทคโนโลยีอนาคตที่จะตอบโจทย์ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำควบคู่กับการให้บริการปัจจุบัน”

วิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าว และบอกว่า แม้วันนี้เอไอเอสจะเปิดทดสอบ 4G ก่อนค่ายอื่น แต่ก็จะต้องเข้าร่วมประมูล 3จี ที่กำลังจะเกิดขึ้นเพราะเทคโนโลยีต้องทำควบคู่กันไป

การจุดพลุทดสอบ 4G ในครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังร่วมกันของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด บนเทคโนโลยี Long Term Evolution - LTE หรือชื่อเรียกที่รู้จักกันว่า 4G

สำหรับเทคโนโลยี LTE ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีอนาคต ที่ต่อยอดจาก 3G ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถตอบสนองการใช้งานบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูง โดยทำความเร็วตั้งแต่ 100 Mbps – 1024 Mbps (1Gbps) หรือเร็วจี๊ดกว่า 3G เดิมถึง 7 เท่าทีเดียว

นอกจากความเร็วที่แตกต่างกันแล้ว เทคโนโลยี 4G ยังสามารถทำประชุมทางไกลคุยแบบโต้ตอบได้ทันที ไม่เหมือน 3G ที่จะมีอาการดีเลย์ แถม 4G ยังได้ภาพคมชัดแบบไฮเดฟฟินิชั่น ทั้งยังสามารถถ่ายทอดสดแบบ Live Broadcast แบบ Realtime ตลอดจนการรักษาโรคทางไกล 

ขณะที่ นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บอกว่า ความเร็วของ 4G ที่แรงกว่า 3G นี้ จะทำให้เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เสมือนกับถนนที่มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น ก็สามารถที่จะรองรับรถได้มากขึ้น และวิ่งเร็วได้มากขึ้นด้วย

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us