Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ ธันวาคม 2528








 
นิตยสารผู้จัดการ ธันวาคม 2528
"การประเมินภาวะเศรษฐกิจปี 2529"             
 

 
Charts & Figures

มูลค่าเพิ่มของการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญตามราคาคงที่ปี 2528
เครื่องชี้ภาวะการลงทุนของประเทศ
สถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนและการได้รับอนุญาตให้ตั้งและขยายโรงงาน
ปริมาณและมูลค่าส่งออกสินค้าสำคัญของไทย
มูลค่าสินค้านำเข้าสำคัญของไทย
การค้าและการเงินระหว่างประเทศ

   
related stories

สถานภาพทางการเงินของไทยปี 2529
แนวโน้มการลงทุนของไทย

   
search resources

Economics




ในระยะนี้คงเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของโลกอยู่ในขั้นวิกฤต เห็นได้จากตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจไม่ว่าของกลุ่มประเทศไหนก็ตาม มักมีอัตราการเติบโตลดลงทั้งนั้น ในปี 2523-2525 ระยะนั้นมีภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา และหวังกันว่าปี 26-27 คงจะฟื้นตัวขึ้นมาได้ ความจริงฟื้นตัวเหมือนกัน แต่ในอัตราที่ไม่สมหวังเท่าไรนัก และในปี 2528 กลับฟุบลงไปอีก แต่เท่าที่มองอยู่แม้ว่าจะเข้าปี 2529 สถานการณ์ก็คงจะไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นัก?

ในสมัยนี้ไม่ว่าจะมีผลอะไรเกิดขึ้นในต่างประเทศมักจะมีผลสะท้อนกระทบกระเทือนถึงบ้านเราเสมอ มีข้อหนึ่งที่น่าสังเกตในระยะหลังนี้คือ สถานการณ์เศรษฐกิจต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างเร็วและรุนแรงมาก เมื่อก่อนจะสังเกตว่า Economic cycle ยาวและการเปลี่ยนแปลงไม่รุนแรงเท่าไหร่นัก แต่ระยะหลังเปลี่ยนแปลงเร็วและแต่ละครั้งรุนแรงมาก เลยส่งผลกระทบกระเทือนถึงเราแรงเช่นเดียวกัน

ในด้านเศรษฐกิจต่างประเทศโดยทั่วไปปี 2528 ตัวเลขที่ออกมาคาดว่าอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะต่ำกว่าในปี 2527 คือปี 2528 จะอยู่ประมาณ 2.8% ตัวที่สำคัญคือประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปี 2527 ขณะที่เศรษฐกิจเขาฟื้นตัว การขยายตัวก็เพิ่มขึ้นถึง 7% แต่ในปี 2528 คาดว่าการขยายตัวของสหรัฐฯ อยู่ในราว 2.4% เท่านั้น ยังมีปัญหายิ่งใหญ่อีกประการ คือประเทศต่าง ๆ ที่อาศัยสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งสินค้าออกต้องพบกับความยุ่งยากขึ้น เพราะเหตุว่าในปีนี้สหรัฐฯ คาดว่าจะมีดุลการค้าขาดดุลถึง 150,000 ล้านเหรียญ จากการขาดดุลที่ร้ายแรงนี้เป็นแรงผลักดันทำให้สหรัฐฯ ต้องใช้นโยบายกีดกันสินค้าขาเข้า ประเทศกำลังพัฒนาที่ส่งสินค้าประเภทเกษตรกรรมหรือสินค้าขั้นปฐม คือพวกวัตถุดิบออกนอกประเทศ ราคาโดยทั่วไปลดลงเรื่อย ๆ สร้างความลำบากให้กับประเทศกำลังพัฒนาไม่น้อย ประกอบกับหนี้สินต่างประเทศซ้ำเติมอีก ซึ่งยังแก้ไขไม่ได้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ประเทศอุตสาหกรรมต่าง ๆ คิดว่าการแก้ไขการค้าระหว่างประเทศอันหนึ่งคือ ต้องพยายามทำให้เงินของสหรัฐฯ อ่อนลง ซึ่งพอจะมีผลบ้าง แต่ดูอีกทีแล้วนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในระยะต่อไปอาจทำให้เงินดอลลาร์กลับแข็งขึ้นไปอีกได้ เหตุการณ์ในต่างประเทศเหล่านี้ยุ่งยากสับสนมาก เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจของบ้านเราอย่างไร

เศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2528 โดยทั่วไปก็ไม่ดีไปกว่าประเทศอื่น การเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดไว้ เช่น ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5 คาดว่าจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจถึง 6% แต่ตอนนี้เหลือประมาณ 4.4%

เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่ขยายตัวขึ้นก็มีผลกระทบกระเทือนให้การค้าซบเซา ประกอบกับราคาพืชผลด้านเกษตรมีแนวโน้มต่ำลงเรื่อย ๆ ยิ่งทำให้กำลังซื้อในประเทศลดลง ทำให้การลงทุนลดลงด้วย จะพัวพันกันไปเรื่อย ๆ จึงต้องหาวิธีแก้ไข

เศรษฐกิจจะดีขึ้นได้โดยทั่วไปต้องอาศัยหลักอย่างหนึ่งคือ การลงทุน ถ้ามีการลงทุนคึกคักการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็มี การค้าก็คึกคัก ทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ในระยะนี้การลงทุนเติบโตช้าซึ่งจะกระทบถึงการค้าต่อเนื่องไปด้วย

ด้านกำลังซื้อลดต่ำลง ยิ่งในระยะนี้มีการดำเนินการด้านภาษีบางอย่างของรัฐบาลทำให้สินค้าแพงขึ้น ยิ่งดึงให้กำลังซื้อของเราต่ำลง อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอยู่ตลอดซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กำลังซื้อต่ำลง ในภาครัฐบาลก็ไม่มีกำลังที่จะเข้ามาช่วยกำลังซื้อเข้ามาในตลาดมากนัก ในปลายปี 2528 รัฐบาลต้องตัดงบลงไปอีก 4,000 ล้าน เพราะการเก็บภาษีไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้กำลังซื้อของประเทศอ่อนตัวลงทันที

การที่เศรษฐกิจตกต่ำ กำลังซื้ออ่อนตัวลง ราคาภาคเกษตรลดลงทำให้ระดับราคาของในประเทศไม่เพิ่มขึ้น ในปี 2528 ดัชนีค่าครองชีพคงไม่สูงกว่าปี 2527 เท่าไร คือสูงประมาณ 2-3% กำลังซื้อไม่มาก ผลผลิตที่ได้มากขึ้นในสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมเป็นแรงผลักดันให้ต้องส่งสินค้าออกไปขายต่างประเทศมากขึ้น และเมื่อปลายปี 2527 มีการลดค่าเงินบาททำให้มูลค่าในการส่งสินค้าออกในปี 2528 สูงกว่าในปี 2527 ประมาณ 12% ในขณะเดียวกันมูลค่าของสินค้าขาเข้าตามตัวเลขที่ประมาณไว้ขึ้นไปเพียง 9% ที่น้อยลงก็เพราะกำลังซื้อในประเทศต่ำลงมาก เพราะฉะนั้นการขาดดุลระหว่างประเทศในปี 2528 จึงใกล้เคียงกับปี 2527 คือประมาณหกหมื่นเก้าพันกว่าล้าน

การชะงักงันของเศรษฐกิจต่าง ๆ ส่งผลสะท้อนไปยังภาวะการจ้างแรงงาน ตามสถิติปี 2528 มีประชากรที่อยู่ในกำลังแรงงาน 27 ล้านคน ในขณะที่มีประชากรทั้งหมด 52 ล้านคน แต่ในจำนวน 27 ล้านคนที่จะมาหางานทำมีเพียง 25.3 ล้านคนที่หางานทำได้ แสดงว่ามีคนว่างงานถึง 1.7 ล้านคน หรือประมาณ 6% กว่า ต่อไปภาวะการหางานจะต้องลำบากขึ้น เพราะการขยายตัวเศรษฐกิจลดลง และมีอุตสาหกรรมหลายประเภทที่จะต้องผลิตน้อยลง ทำให้มีการเลิกจ้างมากขึ้น

ในภาครัฐบาลก็ไม่แจ่มใสเท่าไรนัก งบประมาณปี 2528 ตัวเลขขาดดุลมีถึง 53,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขขาดดุลที่สูงผิดปกติ สูงมากกว่าปี 2527 ถึง 36% ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 7.3% รายจ่ายเพิ่มขึ้นถึง 13% กว่า โอกาสที่รัฐบาลจะมีรายได้จากภาษีอากรเพิ่มขึ้นคงไม่ดีนัก

ภาวะการเงินในประเทศ ปี 2528 ต้นปีมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง เงินฝืด เพราะปลายปี 2527 ลดค่าเงินบาท ค่าเงินดอลลาร์สูงขึ้น คนที่กู้เงินจากต่างประเทศมาพยายามเอาเงินคืนไปและไม่มีใครกล้ากู้เข้ามาใหม่ แต่ในไตรมาสที่ 2 และ 3 อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศลดลง ผลต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยในประเทศและต่างประเทศกว้างขึ้น เป็นเครื่องส่งเสริมให้คนเอาเงินเข้ามาจากต่างประเทศมากขึ้น ประกอบกับการลงทุนชะลอตัวลง เพราะฉะนั้นสภาพคล่องในไตรมาส 2-3 มีมากขึ้น แต่ในไตรมาสที่ 4 จะฝืดมาก เนื่องจากความไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะเข้มงวดกับตะกร้าการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เงินบาทอาจจะอ่อนตัวลงทำให้คนคืนเงินที่ไปกู้มาจากต่างประเทศ ทำให้มีภาวะเงินฝืดเกิดขึ้น ตัวเลขประมาณคร่าว ๆ ขณะนี้เงินฝากธนาคารพาณิชย์สูงขึ้นประมาณ 14% ในปีนี้เงินกู้สูงขึ้นประมาณ 10% กว่า การขยายตัวต่ำกว่าปีก่อนมาก

จากตัวเลขที่ประมาณได้ในปีนี้ด้านอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ค่อนข้างต่ำราว 5-6% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ผลิตของใช้ในประเทศ เป็นต้นว่าพวกรถยนต์ ตู้เย็น ฯลฯ จะได้รับผลกระทบมาก เพราะกำลังซื้อในประเทศลดลง อุตสาหกรรมที่คิดว่าจะขยายตัวได้บ้าง คืออุตสาหกรรมประเภทแปรรูปที่ส่งขายต่างประเทศได้ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน

ในเมืองไทยการผลิตไม่มีปัญหาเพราะมีกำลังการผลิตมากพอ แต่ปัญหาอยู่ที่ผลิตแล้วหาตลาดไม่ได้ เพราะตลาดในประเทศมีจำกัด ถ้ามีการส่งออกที่ดีจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ดีที่สุด ในปี 2528 สินค้าออกเพิ่มขึ้น 12% สินค้าเข้า 9% ที่เพิ่มช้าก็เพราะการกีดกันทางการค้าและสินค้าเกษตรตกต่ำลง ผลต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ Terms of trade ต่ำลงด้วย ซึ่งถ้าเทียบกับปี 2527-28 ต่ำลงถึง 10% คือจาก 87.5 เหลือ 78.5

ในปี 2529 การค้าระหว่างประเทศจะลดน้อยกว่าปี 2528 อาจสามารถส่งสินค้าออกได้บ้างถ้าไม่ถูกรบกวนจากเจนกินส์บิลล์ จะสามารถขยายการส่งออกได้ถึงประมาณ 8% แต่สินค้าเข้าลดลงมากโดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคเนื่องจากกำลังซื้อในประเทศลดลง

บัญชีด้านการบริการในปี 2528 เกินดุลไป 20,000 กว่าล้านบาท สูงกว่าปี 2527 เล็กน้อย ที่เกินดุลเพราะลดค่าเงินบาท เงินบาทที่เข้ามาด้านการท่องเที่ยว ค่าจ้างแรงงานที่คนไทยไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นทำให้รายได้ด้านบริการเพิ่มขึ้น ในปี 2529 จะลดลงกว่าปี 2528 เล็กน้อย เพราะคาดว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น เงินที่เป็นค่าจ้างแรงงานคงจะต่ำลง ดูจากบัญชีเดินสะพัดในปี 2528/29 คงจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2527

ถ้ามองปี 2529 เหตุการณ์ต่าง ๆ จะไม่กระเตื้องขึ้นเท่าไร? การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอุตสาหกรรมจะลดลงประมาณ 2%

แม้แต่ในญี่ปุ่นหรือในประเทศกลุ่มอาเชียนไม่มีประเทศใดที่มีภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นเช่นกัน สำหรับประเทศไทยปัจจัยที่ได้รับผลกระทบจากต่างประเทศมีมาก เช่น การกีดกันสินค้าขาเข้าของประเทศอุตสาหกรรม ราคาสินค้าเกษตรลดลง ความไม่แน่นอนในเรื่องอัตราดอกเบี้ยอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ยุ่งยากมาก ในปี 2529 การขยายตัวจะไม่มากว่าปี 2528 การลงทุนคงไม่ดีนัก การค้าระหว่างประเทศจะอยู่ในระดับใกล้เคียงหรือต่ำกว่าปีก่อนเล็กน้อย กำลังซื้อไม่ดีขึ้น การลงทุนไม่สูงกว่าปี 2528 ระดับราคาสินค้าคาดว่าจะมีดัชนีค่าครองชีพสูงขึ้นไม่มากนัก ประมาณ 2-3% การค้าระหว่างประเทศ การขาดดุลจะใกล้เคียงคือเพิ่มหรือลดกว่าปี 2528 เล็กน้อย

ด้านการคลัง งบประมาณปี 2529 ตั้งไว้ 218,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นค่าชำระหนี้ถึง 50,000 กว่าล้าน หรือประมาณ 23.3% ที่เหลือเป็นงบประมาณที่ใช้สอยจริง ๆ คิดเป็นเงิน 167,281ล้าน หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.8% อัตราการเพิ่มขึ้นถ้าเอาอัตราเงินเฟ้อหรือระดับราคามาเทียบแล้วจะลดลงเพราะคาดว่าอัตราระดับราคาจะสูงขึ้นประมาณ 2-3% แต่ในปี 2529 มีข้อที่น่าเป็นห่วงคือรัฐบาลตั้งรายได้ถึง 185,000 ล้าน ซึ่งสูงกว่าปี 2528 ถึง 14.2% ในขณะที่เศรษฐกิจซบเซา การค้าไม่คล่อง การลงทุนน้อย การเก็บภาษีเพิ่มจึงคาดว่าจะทำได้ลำบาก

ในระยะ 2-3 ปีหลัง มาตรการของรัฐบาลค่อนข้างจะเข้มงวดเพราะรัฐบาลมีความเป็นห่วงในเรื่องเสถียรภาพภายในประเทศในเรื่องราคามาก ฉะนั้นมาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้นี้ไม่ส่งเสริมให้เกิดความเจริญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายในปี 2528 ทำให้กระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศอย่างหนัก ประกอบกับสินค้าเกษตรราคาตกต่ำทำให้กำลังซื้อลดน้อยลง ปัญหานี้จะตามจากปี 2528 ไปถึงปี 2529 ด้วย

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us