|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |

Ulises Liceaga กับภรรยา Christina Isaly-Liceaga เป็นคุณพ่อคุณแม่ลูกดก ทั้งสองมีลูกด้วยกันถึง 5 คน ที่สำคัญทุกคนอายุน้อยกว่า 7 ปี ...ขอย้ำว่าลูก 5 และอายุต่ำ 7!
เมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ เด็กๆ ได้เล่นสคูเตอร์ อย่างสนุกสนานไปรอบๆ เคาน์เตอร์ในห้องครัว ไม่ก็เข้าไปปักหลักกันในห้องสตูดิโอที่อยู่ชั้นบนของโรงเก็บรถ แล้วเล่นต่อสู้เอาหมอนมาฟาดกัน หรือไม่ก็ว่ายน้ำด้วยความสุขในสระว่ายน้ำในร่ม ความพิเศษอยู่ที่การออกแบบสร้างสระความยาวถึง 30 ฟุตให้อยู่ในตัวบ้าน มีเพียงบานเฟี้ยม (accordion doors) กั้นระหว่างตัวสระกับห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว
บ้านพักสไตล์คันทรีที่โคลด์สปริง รัฐนิวยอร์กหลังนี้เป็นผลงานออกแบบของ Fractal Construction บริษัทสถาปัตยกรรมของ Liceaga ที่นอกจากจะเน้นให้เป็นบ้านเพื่อรองรับความสุขสนุกสนานของเด็กๆ อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ยังมีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมอย่างน่าทึ่งด้วย
เมื่อก้าวเข้าไปในบริเวณบ้าน นอกจากจะประทับใจกับแนวคิดการสร้างสะพาน เชื่อมบ้านสองหลังเข้าด้วยกันแล้ว ยังชื่นชมที่ Liceaga ออกแบบสะพานแขวน (suspension bridge) ได้อย่างสง่างามเพื่ออนุรักษ์โครงสร้างเปิดโล่งของบ้านทั้งสองหลังที่มีเนื้อที่รวม 7,000 ตารางฟุต
บ้านทั้งสองหลังยังมีลักษณะเด่นคือ หลังคาลาดเอียง ส่วน ฝาบ้านใช้ไม้ซีดาร์เข้าชุดกับกรอบหน้าต่างไม้มะฮอกกานี เพื่อให้แลดูกลมกลืนกับป่าไม้ที่อยู่รายรอบ
หากผู้มาเยือนคาดหมายว่าจะได้สัมผัสความเป็นชนบทภายในตัวบ้าน ก็ต้องบอกว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาน่าทึ่งเหนือความคาดหมาย เพราะเจ้าบ้านนำแนวคิดความเป็นชนบทที่เป็นธรรมชาติมาพบกับความเป็นเมืองที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว เช่น ไม้กับหิน กระจกกับโลหะ เป็นต้น
เมื่อก้าวพ้นทางเข้าใหญ่เข้าสู่ตัวบ้าน จะเห็นการออกแบบให้ชั้นล่างเปิดโล่งและเป็นพื้นที่ใช้สอยสำหรับส่วนรวมเป็นหลัก เริ่มจากห้องครัวต่อด้วยห้องรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่น โดย ห้องนั่งเล่นมีเตาผิงหุ้มด้วยทองแดงเป็นจุดเด่น ขณะที่ห้องอาหาร เน้นเก้าอี้บุหนังสีทองแดงซึ่ง Liceaga ให้เหตุผลว่า “เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างในฤดูใบไม้ร่วง จะเห็นว่าสีทองแดงเข้ากับสีของใบไม้ข้างนอกเป็นอย่างดี”
สิ่งยืนยันอีกอย่างหนึ่งว่า Liceaga ต้องการให้บ้านของเขากลมกลืนกับ Hudson Valley ที่แวดล้อมตัวบ้านก็คือ การออกแบบ ตู้ในห้องครัวให้กลมกลืนกับภายนอกด้วยไม้อัดสีดำประดับลายใบไม้ขนาดมหึมา
ตัวบ้านชั้นล่างปูพื้นด้วยกระเบื้องพอร์ซเลนสีเทาที่นอกจาก จะขัดจนขึ้นเงาแล้ว ยังแข็งแรงทนทาน สามารถรองรับการเล่นขากระโดด (pogo sticks) อย่างโลดโผนของเด็กๆ ได้เป็นเยี่ยม
ถัดไปเป็นบานเฟี้ยมติดกระจกที่ทำหน้าที่คั่นกลางระหว่างพื้นที่ใช้สอยชั้นล่างกับสระว่ายน้ำในร่ม ซึ่งผู้รับเหมาส่วนใหญ่คิดว่า ช่างบ้าระห่ำสิ้นดีที่สร้างสระว่ายน้ำไว้ในตัวบ้าน แต่ Liceaga อธิบายว่า “ในเมื่อพื้นที่ชั้นล่างเน้นประโยชน์ใช้สอยอย่างอเนกประสงค์แล้ว ก็ไม่เห็นจะแปลกถ้าผมจะสร้างสระว่ายน้ำเพิ่มขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณนี้”
สระว่ายน้ำบ้านนี้ใช้ระบบฆ่าเชื้อโรคในน้ำด้วยโอโซน ไม่ใช่ คลอรีน อากาศในบ้านจึงปลอดจากกลิ่นสารเคมีโดยสิ้นเชิง ทั้งยังติดตั้งท่อนำอากาศร้อนที่หน้าต่างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำ ระเหยกลายเป็นไอ หากไม่ต้องการใช้สระว่ายน้ำ เพียงปิดครอบไว้ เด็กๆ จะไม่มีวันกลิ้งตกลงไปอย่างแน่นอน
งานออกแบบชั้นบนกลับตรงข้ามกับชั้นล่างอย่างสิ้นเชิง เพราะ มีห้องนอนถึง 4 ห้องเรียงรายเต็มพื้นที่อย่างมีระเบียบ หน้าต่างห้อง ก็ออกแบบให้มีรูปทรงแคบและสูง “ผมชอบห้องนอนที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในรังไหมอันอบอุ่น”
แม้คุณพ่อคนเก่งจะสร้างห้องใต้ดินให้เป็นห้องเล่นของลูกๆ วัยซน เพราะมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับเก็บของเล่นและผลงานศิลปะมากมาย แต่หนูน้อยทั้งห้าก็ยังเข้าไปรุกรานและยึดห้องสตูดิโอที่อยู่ชั้นบนของโรงเก็บรถเป็นห้องเล่นอีกแห่งหนึ่ง
เดิมทีคุณพ่อของพวกเขาวางแผนใช้ห้องสตูดิโอเป็นห้องเล่นโยคะ และนั่งสมาธิ ซึ่งเขาปฏิบัติเป็นกิจวัตรก่อนเริ่มชีวิตประจำวันอันยุ่งเหยิง ทั้งในบทบาทนักธุรกิจและคุณพ่อลูกดก Liceaga ถึงกับประกาศอย่างมุ่งมั่นว่า “สักวันหนึ่งผมต้องเวนคืนห้องนี้กลับมาจากการยึดครองของลูกๆ ให้ได้”
ในส่วนงานตกแต่ง เดิมทีสองสามีภรรยาว่าจ้างให้บริษัทผลิตอุปกรณ์แห่งหนึ่งผลิตชิ้นงานต่างๆ ให้และชำระค่าจ้างไปแล้ว แต่โชคร้ายที่บริษัทนี้ล้มละลายเสียก่อน พวกเขาจึงสูญทั้งเงินที่จ่ายไปล่วงหน้า และไม่ได้ของที่สั่งทำด้วย หากต้องการตกแต่งตามแผนเดิม นั่นหมายถึงงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอีกมาก
Liceaga จึงแก้ปัญหาด้วยการสร้างนวัตกรรมขึ้นมา อย่างหลากหลาย เช่น ชุดเก้าอี้โต๊ะอาหาร เขาเพียงแต่นำของเก่ามาเลาะเบาะทิ้ง แล้วบุหนังสีทองแดงเสียใหม่ เมื่อต้องการติดตั้งโคมไฟชนิดราง (track lighting) ในห้องนอน ลูกสาว Liceaga ใช้วิธีง่ายๆ คือนำไฟสปอตไลต์ที่ใช้ในโรง ละครมาติดตั้งบนท่อทองแดงราคาถูก
ผลงานศิลปะที่ประดับบริเวณหัวเตียงของห้องนอนใหญ่ จริงๆ แล้วเป็นภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกที่พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ในสำนักงานของคุณพ่อนั่นเอง เพียงแต่นำมาใส่กรอบแล้ววางเรียงให้มีรูปแบบสะดุดตาที่สุดเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม Liceaga ยอมทุ่มงบประมาณในส่วน ที่จำเป็นเช่นกัน โดยติดตั้งระบบไฟของ Ingo Maurer นักออกแบบอุตสาหกรรมระดับโลกผู้เชี่ยวชาญการออกแบบโคมไฟชาวเยอรมัน นอกจากนี้ยังใช้ตาข่ายไนลอนรูปทรงคล้ายอวนประดับด้วยแก้วคริสตัลรูปหยดน้ำตาประดับตกแต่งระหว่างคานบนเพดาน ยามเล่นแสงไฟแล้วสวยงามระยิบระยับ
Liceaga สรุปว่าช่วงเวลาการตกแต่ง บ้านด้วย “รายละเอียด” ต่างๆ ได้สิ้นสุดลงตอนนี้เขาเริ่มสำรวจไปรอบบริเวณกินเนื้อที่ ถึง 9 เอเคอร์ เพื่อตัดสินใจว่าจะติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ดีไหม เพราะระหว่างก่อสร้างตัวบ้าน เขาเดินสายไฟรองรับไว้แล้ว จะสร้างบ้านพักรับรอง หรือสร้างเรือนกระจก เพื่อปลูกต้นไม้ หรือสร้างห้องเก็บของดี
ดูเหมือนบ้านหลังนี้จะเป็นโครงการที่ Liceaga ต้องรับผิดชอบ “ตลอดชีวิต” เสียแล้วสิ
|
|
 |
|
|