|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |

หลายคนอาจยังจำความรู้สึกเวลาเล่นโลดโผนบนชิงช้าในสนามเด็กเล่นได้ ความกลัวที่มาพร้อมความสนุก และความรู้สึกอิสระขณะลอยตัวในอากาศ สำหรับใครที่ลืมไปหมดแล้ว บางที “Yoga Fly” อาจช่วยนำความรูสึกนั้นกลับมาให้ได้
โดยทั่วไป เสียงหัวเราะในชั่วโมงโยคะดูจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น บ่อย แต่คลาสโยคะที่ Pilates Station กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แห่งความสนุกสนาน ดังสลับกับจังหวะดนตรีบีทเร็วต่างจากบีทของโยคะทั่วไป เพราะโยคะของที่นี่คือ “โยคะบิน” หรือ Yoga Fly
แทนที่ความสงบเนื่องจากท่าโยคะในโพส (Yoga Pose) ที่ต้องแช่นิ่งไว้สักพัก กลับเห็นความสนุกจากการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ที่มีลีลาอ่อนช้อยสลับกับโลดโผนบน “Hammock (ลักษณะคล้าย เปลญวน)” แทนที่ท่าโยคะที่มือและเท้าสัมผัสพื้นมากที่สุดเพื่อยืดกล้ามเนื้อ ในคลาสโยคะบินจะได้เห็นหลายท่าของโยคะที่ทั้งมือและเท้าแทบจะไม่ได้แตะพื้น ขณะที่โยคะธรรมดามีท่างู (Cobra Pose) เป็นท่ายาก ท่าพีคของโยคะบินกลับเป็นท่าแวมไพร์
“โยคะบิน” เป็นการออกกำลังกายที่นำเอาจุดเด่นของโยคะ พิลาทิส การเต้น และยิมนาสติกมาผสมผสาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่ผ้า Hammock นำเข้าจากอเมริกา ซึ่งถูกทอขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อให้มีความนุ่มนวล ยืดหยุ่นเฉพาะแนวขวาง และรับน้ำหนักได้เป็นพันกิโลกรัม
“จุดกำเนิดจริงๆ ของ Yoga Fly มาจากหัวใจของเราสองคน ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของที่นี่” นภสร มหาธนสินกล่าว
นอกจากนภสรแล้วยังมีหุ้นส่วนอีกคนคือ Patricia Duchaussoy มาสเตอร์ทางพิลาทิส ผู้เปลี่ยนชีวิตของเธอจากสาวร่างอวบอ้วนให้เป็นสาวฟิตแอนด์เฟิร์มที่มีความสุขกับร่างกาย ที่แข็งแรงและมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยพิลาทิส ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว
เพียง 1 ปี พวกเธอขยับจากผู้สอนกับนักเรียน มาเป็นเพื่อน และหุ้นส่วนทางธุรกิจ เมื่อ Patricia เริ่มมองหาหุ้นส่วนเพื่อก่อตั้ง สถาบันสอนพิลาทิสแห่งนี้ โดยจุดที่ทำให้นภสรยอมตกลง มาจาก คำมั่นสัญญาของ Patricia ที่จะร่วมนำความเชี่ยวชาญของเธอมาช่วยสร้างศูนย์รีทรีตเพื่อผู้ด้อยโอกาส ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ที่นภสรตั้งใจทำเพื่อตอบแทนสังคม
ไม่เพียงพิลาทิส Patricia ยังมีทักษะทั้งด้านการเต้นและโยคะ ในหลักสูตรโยคะบิน เธอเป็นผู้คิดค้นท่าทางต่างๆ โดยมีหนูทดลองเป็นนภสร ลองผิดลองถูกร่วมกันนานเป็นปี จึงได้โยคะ แบบใหม่ที่มีการเติมสีสันและความสนุกของการออกกำลังกายรูปแบบอื่นลงไป โดยเปิดตัวเป็นที่แรกในเมืองไทย เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา
“ท่าโยคะที่หลายคนเคยทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่นาน พอถูกประยุกต์ เป็นท่าในโยคะบิน จะง่ายขึ้น เพราะมี Hammock คอยซัพพอร์ต แต่จะเหนื่อยกว่า เพราะต้องคุมการหายใจเข้าออก และยังได้ work out เต็มที่ โยคะบินยังมีท่าโลดโผนที่ต้องเล่นอย่างต่อเนื่อง”
ท่า “ศีรษะอาสนะ” ซึ่งเป็นท่าที่เอาเท้าชี้ฟ้าและยืนด้วยศีรษะของโยคะทั่วไป จัดเป็นท่ายากและมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดกระดูกคออักเสบสำหรับคนที่เพิ่งหัดเล่น แต่เป็นท่าที่ได้ประโยชน์อย่างสูง เพราะการอัพไซด์ ดาวน์จะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมอง ช่วยให้ระบบฮอร์โมนตื่นตัว โดยเฉพาะ ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต และช่วยกระตุ้นต่อมใต้สมอง (หรือต่อม พิทูอิทารี) แต่ท่านี้ถือว่าไม่ยากเกินกว่าจะทำได้ตั้งแต่คลาสแรกในโยคะบิน เพราะมี Hammock ช่วยพยุงไว้ ทำให้กระดูกคอไม่ต้องรับน้ำหนักโดยตรง จึงไม่เสี่ยงต่อการถูกกดทับหรือเคลื่อนตัว
“เราพิสูจน์มาแล้วว่า ใน 1 ชม.โยคะบินจะช่วยให้สูงขึ้นได้เพราะ ภายใต้แรงดึงดูดของโลก กระดูกสันหลังจะถูกกดทับ พอเล่นท่าอัพไซด์ ดาวน์จะช่วยให้กระดูกสันหลังคลายตัว เพราะอยู่นอกเหนือแรงโน้มถ่วง เมื่อกระดูกสันหลังทุกเปลาะคลายตัว เราจะสูงขึ้น และอาการปวดหลังก็จะลดลง แต่พอเลิกเล่น กระดูกก็จะกลับมาหดตัวใหม่ เพราะฉะนั้นใครที่ อยากสูงและหลังไม่โก่งยามแก่ จึงต้องเล่นท่านี้เป็นประจำ” นภสรโฆษณา
ประโยชน์ของโยคะบินยังช่วยยืดร่างกายทุกส่วนตั้งแต่หัวจรดเท้า ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดี ช่วยสร้างกล้ามเนื้อพร้อมกับสร้างความยืดหยุ่น ของร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อร่างกายส่วนบน ช่วยพัฒนาระบบประสาท และยังช่วยให้ผู้เล่นมีสติ เพราะทุกท่าต้องมีการกำผ้าที่ถูกต้องเพื่อที่จะหมุน และเล่นท่าได้ตามที่ครูผู้สอนบอก ผู้เล่นจึงต้องมีสติฟังและดูครูสาธิตอยู่ตลอดเวลาด้วย
นภสรยืนยันว่า โยคะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่จำเป็น ต้องมีพื้นฐานทางโยคะหรือพิลาทิส เพียงแค่มีหัวใจที่อยากสนุกและกลับเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะในเวลา 1 ชม.ของคลาสนี้จะช่วยดึงชีวิตผู้ใหญ่ให้กลับสู่วัยเด็กได้ หากผู้เล่นต้องเปิดใจและขจัดความกลัวไปได้ เพราะตั้งแต่คลาสแรก นักเรียนทุกคนจะต้อง “บิน” ได้
จนปัจจุบัน Pilates Station มีผู้เรียนโยคะบินเพียง 50 คน เนื่องจากสัปดาห์หนึ่งๆ จะมีคลาสเรียนเพียง 5 ชั่วโมง เพราะครูโยคะบินยังมีเพียง 2 คน คือนภสรและ Patricia เท่านั้น แต่ทั้งนี้นภสรเล่าว่า ปัจจุบันมีลูกศิษย์ของเธอบางรายที่นำเอาหลักสูตรโยคะบินไปเปิดสอนในสถาบันของตัวเองบ้างแล้ว เช่น Yoga & Me ของ “ป้าจิ๊” อัจราพรรณ เป็นต้น
“การสอนโยคะบินจะเหนื่อยกว่าการสอนโยคะทั่วไป แต่ที่ยากที่สุดคือ การใช้จิตวิทยาเพื่อดึงความเป็นเด็กของผู้เรียนออกมาให้มากที่สุด ทั้งคลาสจึงจะอยู่ในภวังค์ของความสนุก ซึ่งถ้าใจไม่รักที่จะสอนจริงๆ ไม่มีความสุขจริงๆ เวลาที่ได้ยินเสียงหัวเราะ ของนักเรียน คงทำไม่ได้นาน” นี่จึงเป็นที่มาของการเปิดคอร์สอบรมครูโยคะบินที่กำลังจะมีขึ้น
แม้จะเป็นงานที่เหนื่อยมาก แต่ทุกวันนี้ นภสรก็ยังยินดีที่จะมาสอนโยคะบินทุกครั้งโดยไม่รับค่าตอบแทน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับกำลังใจที่มาจากเสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ และคำขอบคุณของเหล่านักเรียน อีกส่วนมาจากความต้องการกระตุ้นให้ทุกคนหันมาใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น หลังจากที่เธอค้นพบแล้วว่า สิ่งสำคัญในชีวิตไม่ใช่แค่การหาเงิน แต่ชีวิตจะไม่มีความสุขเลย ถ้าสุขภาพไม่แข็งแรง
“รถยนต์ยังมีอะไหล่รถ แต่คนเราไม่มี รถยนต์ต้องการแบตเตอรี่ เพราะมันคือ energy ของรถ คนเราก็ต้องการการออกกำลังกาย เพราะเป็นการเติม energy ให้กับร่างกายและชีวิต อย่าปล่อยให้เครื่องยนต์และกลไกของร่างกายเสียหายก่อนถึงจะคิดมาดูแลมัน เพราะเมื่อนั้นจะสายเกินไป” นภสรเชื่อว่า การทำธุรกิจอะไหล่และแบตเตอรี่รถยนต์มีส่วนช่วยให้เธอได้สติกลับมาสร้างสมดุลให้ชีวิต ก่อนใครหลายคน และก่อนที่ความเสื่อมทางร่างกายจะมาเยือน
ดูเหมือนความยากที่สุดในการออกกำลังกาย ไม่ได้อยู่ที่ความยากง่ายของการออกกำลังแต่ละรูปแบบ แต่น่าจะอยู่ที่ว่า คนเราจะก้าวออกจากกงล้อแห่งการเป็นเครื่องจักรผลิตเงินได้หรือไม่ และจะแบ่งเวลามารักตัวเองได้มากแค่ไหน เมื่อใดที่คุณก้าวข้ามจุดนั้นมาได้ โยคะบินก็เป็นเพียงเรื่องง่ายๆ ที่คุณเองก็บินได้...ทันที!
|
|
 |
|
|