Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา ธันวาคม 2554
อุโมงค์ยักษ์ กทม. ทางแก้หรือปัญหายั่งยืน             
โดย ปิยาณี รุ่งรัตน์ธวัชชัย
 

   
related stories

“น้ำ” จัดการได้
“บางลี่” ที่นี่เคยเป็น “ตลาดเก็บน้ำ”
ปฏิบัติการแก้แล้งแบบอีสาน
ทางด่วนสายน้ำที่จันทบุรี
10 ข้อเสนอแนะ มุมมองต่ออุทกภัยไทยปี 2011
Malaysia 'SMART' Tunnel Beyond Flood Management
สันเขื่อนแม่น้ำแดง ดัชนีความเชื่อมั่นของฮานอย
Function และ Emotion ของคันดินที่ริมโขงเวียงจันทน์

   
search resources

Water Supply and Irrigation




อุโมงค์ยักษ์ กทม.เพิ่งเปิดตัวส่วนอุโมงค์ช่วงพระรามเก้า-รามคำแหง ซึ่งเป็นเฟสแรกของโครงการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็ได้ใช้งานจริงทันที ช่วงที่น้ำเริ่มรุกเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน ประชาชนจำนวนหนึ่งหวังเต็มที่ว่า ถึงเวลาแล้วที่อุโมงค์ยักษ์โครงการที่กรุงเทพมหานครภูมิใจเสนอได้เวลาแสดงความสามารถเต็มที่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังได้เห็นประสิทธิภาพ กลับกลายเป็นข้อสงสัยที่เข้ามาแทนว่า ตกลงคนกรุงเทพฯ จะพึ่งพาอุโมงค์นี้ได้จริงไหม หรือจะเรียกว่านี่คือการทดสอบที่จะทำให้อุโมงค์ส่วนที่เหลืออีก 3 แห่งปรับปรุงได้ถูกทาง

อุโมงค์ยักษ์ กทม.เริ่มต้นดำเนินงาน ไล่หลังอุโมงค์ฉลาดของมาเลเซียไม่กี่ปี (อ่าน Malaysia ‘SMART’ Tunnel Beyond Flood Management) งบประมาณการก่อสร้างก็ไม่ต่างกันมาก ที่มาเลเซียอุโมงค์ ที่สร้างขึ้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 เมตร ระยะทาง 9 กิโลเมตร ใช้งบประมาณประมาณ 19,000 ล้านบาท ได้รับการยกย่องจากการออกแบบและประสิทธิภาพการใช้งานว่าเป็นอุโมงค์มหัศจรรย์ เพราะแก้ได้ทั้งน้ำท่วมเมืองจากฝนตกหนัก และป้องกันน้ำไหลบ่าจากพื้นที่ตอนเหนือของกรุงกัวลาลัมเปอร์ แถมยังใช้ช่วยระบายรถติดในศูนย์กลางเมืองได้อีกด้วย

ส่วนอุโมงค์ยักษ์ กทม.รวมแล้วมีระยะทางยาวมากกว่ามาก เส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า และใช้งบประมาณรวม 16,000 ล้านบาท เป็นโครงการที่ไฮไลต์มาตั้งแต่เริ่มว่า จะเกิดมาเพื่อระบายน้ำท่วมจากฝนตกหนักในพื้นที่ กทม.เท่านั้น ส่วนน้ำเหนือที่ไหลล้นเข้าไปเหมือนเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดในปีนี้ ไม่ได้อยู่ในจินตนาการ มาก่อน และระบบน้ำที่จะไหลเข้าอุโมงค์ก็ไม่ได้จินตนาการไว้เผื่อว่า หากกรณีมีขยะจำนวนมากไหลรวมมาด้วยจะมีปัญหาต่อ ระบบอย่างไร เราจึงไม่เห็นระบบตักขยะอัตโนมัติ นอกจากพนักงานทำความสะอาดของ กทม.ที่เข้ามาจัดเก็บขยะที่ไหลมาติดตะแกรงบริเวณที่น้ำจะไหลเข้าอุโมงค์แทน

ถึงขั้นที่เจ้าหน้าที่ กทม.ต้องออกมาขอความร่วมมือประชาชนอย่าทิ้งขยะลงคลอง ในช่วงที่น้ำท่วมหนัก เพื่อไม่ให้ขยะและสิ่งต่างๆ ไปกีดขวางทางน้ำ เพราะขยะยิ่งมากประสิทธิภาพการระบายน้ำก็ยิ่งลดลง

อุโมงค์ยักษ์สายแรกพระรามเก้า-รามคำแหง ตั้งอยู่บริเวณจุดตัดระหว่างคลองลาดพร้าวกับคลองแสนแสบ ระยะทาง 5 กิโลเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร ใหญ่กว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อระบายน้ำใน กทม.เดิมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย 1.8 เมตรปลายทางอุโมงค์คือแม่น้ำเจ้าพระยา รองรับการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่รัศมี 50 กิโลเมตรในเขตลาดพร้าว วังทองหลวง บางกะปิ ห้วยขวาง บึ่งกุ่ม และสะพานสูง เป็นจุดที่ กทม. เลือกสร้างอุโมงค์เพราะเป็นพื้นที่ต่ำและมีปัญหาน้ำท่วมทุกปี สามารถระบายน้ำได้ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ส่วนอุโมงค์ส่วนที่เหลือได้แก่ สายรัชดาภิเษก-สุทธิสาร จากจุดตัดของถนนสองสายลงสู่เจ้าพระยา ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร จะแล้วเสร็จใน 4 ปี รับผิดชอบระบายน้ำในพื้นที่ห้วยขวาง ดินแดง จตุจักร พญาไท ดุสิต และบางซื่อ สายที่สามจากสวนหลวง ร.9 ลงแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 9.5 กิโลเมตร สำหรับพื้นที่ประเวศ พระโขนง บางนา และสวนหลวง จะแล้วเสร็จปี 2555 และสายสุดท้ายยาว 13.5 กิโลเมตรจากบริเวณสนามบินดอนเมืองลงแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสายที่ยาวที่สุดและมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เมตร รับระบายน้ำในพื้นที่จตุจักร หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง และบางส่วนของพื้นที่เขตสายไหม

ทั้ง 4 อุโมงค์รวมกันจะสามารถระบายน้ำได้ 240 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ กทม.เพิ่มศักยภาพการระบายน้ำเพิ่มมากกว่า 2 เท่าภายใน 5 ปีเมื่ออุโมงค์ทุกสายแล้วเสร็จ

“เวลาน้ำท่วมส่วนใหญ่ก็ระบายโดยธรรมชาติได้ แต่ระบบอุโมงค์ยักษ์จะเหมือนทางด่วนทำให้น้ำไหลผ่านไปลงเจ้าพระยาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็ดีใจที่วันนี้เราได้เริ่มก้าวแรกที่ได้เริ่มต้นระบบอุโมงค์เพื่อลดความเสี่ยงของพื้นที่เสี่ยงที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมานาน พี่น้องที่สัญจรไปมาใช้พื้นที่เสี่ยงเป็นทางผ่านหรือมาทำงานในพื้นที่นี้จะสบาย ขึ้นอีกเยอะ” คำพูดของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งกล่าว ไว้ในวันทำพิธีเปิดอุโมงค์สายแรก

ความรู้สึกดีใจของผู้ว่าฯ จะส่งผ่านไปถึงชาว กทม.ได้ทั่วถึงหรือไม่ คงไม่มีใครตอบได้ดีกว่าชาว กทม.ซึ่งสัมผัสกับประสบการณ์จากอุโมงค์ยักษ์สายแรกกันแล้วถ้วนหน้า   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us