
เวลา 17.00-20.00 น. ของทุกวันระหว่างวันที่ 20-30 กรกฎาคม ห้องประชุมภายในสำนักงานหอการค้า จ.ตาก อ.แม่สอด ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องเรียนภาษาพม่าชั่วคราว สำหรับ 30 ผู้ประกอบการ SMEs รุ่นใหม่ในแม่สอด
แต่ละวัน ทายาทเถ้าแก่ชายแดนที่หลายคนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี-โทจากสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ต้องเข้ามานั่งเรียนรู้ภาษาพม่า ตามตำรา “ภาษาพม่าเบื้องต้น” ที่ศูนย์เมียนมาร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร แม่สอด รวบรวมขึ้นทั้งสิ้น 44 บทเรียน โดยมีวีระ วนาเจริญเขต อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, เหม่โซ อาจารย์พิเศษชาวพม่าที่ได้เข้ามาสอนภาษาพม่าให้กับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง
เริ่มตั้งแต่คำที่ใช้ในการทักทาย คำพื้นฐานอย่าง “มิงกาลาบา ขิ่มยา-สวัสดีครับ มิงกาลาบา เชี้ยน หรือฉิน-สวัสดีค่ะ” ไปจนถึงการทักทาย การสนทนาอย่าง “โจ่โส่บ่าแด่/เชี้ยนหรือฉิน-ขิ่มยา” ที่แปลว่ายินดีต้อนรับ “เจซูติ่นบ่าแด่” ที่หมายถึงขอบคุณ “เหน่ก๊องล้า-สบายดี” “ถะมีงซาปี๊ปี่ล้า” ที่แปลว่ากินข้าวแล้วหรือยัง ฯลฯ
ตลอดจนคำเรียกแบบเครือญาติของพม่า เช่น อะโพ-ปู่/ตา, อะพวา-ย่า/ยาย, อะเพ-พ่อ, อะเม-แม่, อู-ลุง, อูเล-น้าชาย, ดอดอ-ป้า, ดอเล-น้าหญิง, อะโพ-พี่ชาย, อะมะ-พี่สาว เป็นต้น
หรือถ้าคู่เจรจาสนทนาเป็นครูอาจารย์ ก็ควรจะใช้คำว่า สะยา-ครูชาย หรือสะยามะ-ครูหญิง และถ้าเป็นครูที่มีอายุหน่อยก็เปลี่ยนเป็นสะยาจี หรือพ่อครู และสะยามะจี หรือแม่ครู
เนื่องจากส่วนใหญ่คนพม่าจะทักทายด้วยคำว่า “มิงกาลาบา” เฉพาะกับคนที่ไม่มักคุ้นและคนต่างประเทศเท่านั้น แต่สำหรับคนที่สนิทสนมกันแล้วก็จะทักทายกันด้วยชื่อพร้อมถาม สารทุกข์สุกดิบ เพื่อเพิ่มความสนิทสนมกันมากกว่า ขณะที่คำแทนตัวเอง สำหรับผู้ชายก็ต้องใช้คำว่าจุนดอ ขณะที่ผู้หญิงก็ต้องใช้คำว่าจุนมะ
ในบทเรียนภาษาพม่าเบื้องต้นที่พวกเขาต้องเรียนนี้ ยังหมายรวมไปถึงหมวดคำถามเรื่องความต้องการ เช่น บ่าปยิ้ดซีโหล่ฉิ่นบ่าตะแล ที่หมายถึงการถามคู่สนทนาว่า อยากได้ของอะไร เมื่อมีการตอบว่า เลียดซีดปยิ้ดซีโหล่ฉิ่นบ่าแด่ หมายถึงการตอบว่าอยากได้เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
หมวดการนัดหมาย หมวดคำศัพท์อวัยวะต่างๆ ในร่างกาย หมวดอาหาร เครื่องดื่ม ตลอดจนคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของพม่า ซึ่งสามารถปรับใช้ในการเจรจาธุรกิจ
นอกจากนี้พวกเขายังต้องเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ “วิถีพม่าหรือเมียนมาร์” ไล่กันตั้งแต่อาหารการกิน ขนม นม เนย ความนิยม/ไม่นิยมบริโภคของอย่างใดอย่างหนึ่งของพม่า เพื่อเรียนรู้เป็นปฐมบทก่อนที่จะก่อนเดินทางเข้าเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าพม่า ณ กรุงย่างกุ้ง
ผู้ประกอบการ SMEs แม่สอดรุ่นใหม่เหล่านี้ยังต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของพม่า เช่น คนพม่านิยมดื่มน้ำชาร้อนที่เรียกกันว่า ละแพะแหย่จาง หรือเหย่-นเวจาง แบบดื่มกันได้ทั้งวันทั้งคืน เพราะเชื่อว่ามีประโยชน์ แก้เลี่ยน แก้กระหาย ช่วยขับเสลด ไม่นิยมดื่มน้ำเย็นกันมากนัก
นอกจากนี้คนพม่ายังนิยมสูบบุหรี่ ที่ภาษาพม่าเรียกว่า เซเละ หรือยามวน และหมาก หรือกวาน หรือกูน กันมาก ซึ่งหากเดินตามท้องถนนทุกมุมเมืองทุกย่านก็จะพบซุ้มหมากคำ หรือกูนหย่า และเซเละ รวมถึงมีพ่อค้าเดินเร่ขายตามถนน ย่านชุมชนทั่วไป เป็นต้น
“เรื่องราวเหล่านี้ เราต้องเรียนรู้ ต้องศึกษาก่อนที่จะเข้าไปร่วมทำธุรกิจกับเขา คนพม่ารู้ภาษาไทยกันเยอะ เขาดูทีวีไทย แต่คนไทยรู้ภาษาพม่า รู้เรื่องพม่ากันน้อยมาก ส่วนใหญ่จะรู้เฉพาะที่สอนในตำราเรียนประวัติศาสตร์ ซึ่งของไทยและพม่า อาจเขียนแตกต่างกัน หรือรู้ผ่านสื่อตะวันตก ที่บางครั้งเขานำเสนออย่างมีเป้าหมาย” บรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้า จ.ตาก กล่าว
การเรียนรู้นี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะพม่าเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงเพื่อนบ้านในอาเซียนที่กำลังจะรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ด้วย
ด้วยจนถึงวันนี้ ดูเหมือนว่าการเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียนของคนไทย โดยเฉพาะการเรียนรู้เรื่อง “ภาษา” จะมีน้อยกว่าน้อย
ซึ่งเลี่ยงไม่พ้นที่จะมีผลต่อการรับมือกับประชาคมอาเซียนแน่นอน
|