|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แม้ส่วนแบ่งตลาดระหว่างผู้นำนมพาสเจอไรซ์อย่าง “ซีพี-เมจิ” ที่มีอยู่ 50% กับผู้ท้าชิงเบอร์สองและสาม “โฟร์โมสต์” และ “ดัชมิลล์” ที่มีประมาณ 20% จะห่างกันหลายสิบก้าว แต่ซีพี-เมจิ ยังคงสร้างสีสันและใส่กลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อรักษาเก้าอี้ให้มั่น ล่าสุดปล่อยแคมเปญโฆษณา 3 ซีรีส์ พร้อมสยายปีกสู่ธุรกิจเครื่องดื่ม “มิลค์ เบอร์รี่” โดยเป้าหมายการรุกตลาดในครั้งนี้ นอกจากปลุกกระแสดื่มนมในกลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน และผู้ไม่พิสมัยการดื่มนมเพิ่มขึ้นแล้ว ซีพี-เมจิ ยังหวังอัปแบรนด์ให้พรีเมียมขึ้นด้วย
ตลาดนมพร้อมดื่มมูลค่า 20,000-30,000 ล้านบาท ยังคึกคักต่อเนื่อง โดยการแข่งขันเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง 3 แบรนด์หลัก คือ เมจิ, โฟร์โมสต์ และดัชมิลล์ สำหรับตลาดยูเอชทีที่ปีนี้มีการเติบโตเพียง 2-3% ต้องยอมรับว่า โฟร์โมสต์เป็นแบรนด์ผู้นำที่แข็งแกร่งอย่างมาก ทว่าในตลาดพาสเจอไรซ์ที่มีการเติบโต 9% กลับต้องพ่ายให้กับเมจิ และถึงแม้คู่แข่งจะสาดกลยุทธ์ใส่ไม่ยั้ง แต่ก็ไม่สามารถล้มแชมป์ได้
“นโยบายการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ บวกกับจุดขายเรื่องความเข้มข้น เมื่อลูกค้าได้ลองดื่มจะเห็นถึงประโยชน์ที่แตกต่างจากการดื่มนมยูเอชทีที่คู่แข่งมักจะชูความสะดวกในการดื่มเป็นหลัก”
เป็นคำกล่าวของ ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดนมพาสเจอไรซ์พร้อมดื่มแบรนด์ “เมจิ” และ “เมจิ ไพเกน” ถึงหัวใจสำคัญที่ทำเมจิครองบัลลังก์ตลาดนมพาสเจอไรซ์มานานถึง 20 ปี ด้วยส่วนแบ่งตลาด 50% จากมูลค่าตลาดรวม 4,000 ล้านบาท และบอกว่า ถึงแม้เมจิจะเป็นผู้นำตลาดมานาน แต่ก็ไม่หยุดนิ่งโดยเฉพาะการขยายฐานการดื่มนมพาสเจอไรซ์ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
นั่นเพราะตลาดนมในเมืองไทยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก สะท้อนให้เห็นจากอัตราการบริโภคนมของไทยวันนี้ยังต่ำมาก เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยไทยมีอัตราการบริโภคนมเฉลี่ย 14 ลิตรต่อคนต่อปี ขณะที่มาเลเซียอยู่ที่ 30 ลิตรต่อคนต่อปี ส่วนสิงคโปร์ประมาณ 40 ลิตรต่อคนต่อปี และญี่ปุ่นอัตราการดื่มนมสูงถึง 60 ลิตรต่อคนต่อปี
ดังนั้น กลยุทธ์ของซีพี-เมจิในการรุกตลาดนมพาสเจอไรซ์ต่อจากนี้ จึงให้ความสำคัญอย่างมากกับการกระตุ้นผู้บริโภคทุกกลุ่มวัยให้หันมาดื่มนมมากขึ้น เพราะผู้บริโภคจำนวนมากยังขาดความรู้ถึงคุณประโยชน์ที่แตกต่างจากการดื่มนมพาสเจอไรซ์ที่แท้จริง โดยล่าสุดส่งแคมเปญโฆษณา “นมสดเมจิ อร่อยเข้มข้น นมเต็มๆ” 3 ซีรีส์ หวังปลุกกระแสดื่มนมในกลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน และผู้ไม่ชอบดื่มนมหันมาบริโภคนมพาสเจอไรซ์มากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ ส่งแคมเปญเจาะกลุ่มเด็กและคุณแม่ จนสำเร็จมาแล้ว
แนวทางการสื่อสารการตลาดผ่านแคมเปญโฆษณา 3 ชุด ซีพี-เมจิจะเน้นสื่อสารง่ายๆ ตรงไปตรงมา เพื่อชี้ให้กลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มเห็นถึงเป้าหมายทางการตลาด และยังตอกย้ำความเข้มข้น ซึ่งเป็นจุดแข็งและจุดขายของเมจิให้เห็นเด่นชัดยิ่งขึ้นด้วย
“เราไม่สามารถเปรียบเทียบคุณภาพระหว่างยูเอชทีและพาสเจอไรซ์ได้โดยตรง เพราะผิดมาตรฐานองค์การอาหารและยา (อย.) เราจึงเลือกสื่อสารแบบตรงๆ และมองว่าเป็นแนวทางที่ช่วยให้เราเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย”
ภายใต้แคมเปญดังกล่าว ซีพี-เมจิ ยังมีการโรดโชว์ไปตามสถานที่ที่เป็นแหล่งรวมของวัยรุ่น และคนทำงาน เช่น ลานสเกต เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมกันนี้ยังมีการจัดโปรโมชั่น ณ จุดขาย เพื่อเชื้อเชิญกลุ่มที่ไม่ชื่นชอบการดื่มนม ให้หันมาเห็นประโยชน์และดื่มนมมากขึ้น
นอกจากการเปิดตัวแคมเปญโฆษณาเพื่อขยายฐานการดื่มนมพาสเจอไรซ์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นและคนทำงานมากขึ้นแล้ว ปีนี้ ซีพี-เมจิ ยังนำร่องแตกไลน์ธุรกิจใหม่ในชื่อ “มิลค์ เบอร์รี่” ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการเครื่องดื่มและไอศกรีมภายใต้การพัฒนาสูตรต่างๆ จากผลิตภัณฑ์นมสดเมจิโดยเฉพาะ สำหรับเป้าหมายการขยายธุรกิจใหม่ในครั้งนี้ ไม่เพียงจะช่วยให้เมจิสามารถขยายฐานการดื่มนมถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้นผ่านรูปแบบเครื่องดื่ม ยังจะช่วยเขยิบอิมเมจนมจากการเป็นสินค้าสแตนดาร์ดให้มีความเป็นพรีเมียมมากขึ้น
โมเดลธุรกิจของมิลค์ เบอร์รี่ จะทำตลาดในรูปแบบคีออส เบื้องต้นเน้นขยายสาขาในซีพี ฟู้ด มาร์เก็ต โดยสาขาแรกเปิดให้บริการที่ อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ 3 ในเดือน ต.ค.นี้ และสาขา 2 ที่ฟอร์จูน ทาวเวอร์ ก่อนจะทยอยเปิดให้บริการในห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่อไป โดยใช้งบลงทุนต่อจุดประมาณ 1.2 ล้านบาท
และนี่คือ การขยับของผู้นำในตลาดนมพาสเจอไรซ์ ที่ครั้งนี้สยายปีกขึ้นสังเวียนไปชนตลาดเครื่องดื่มแบบเต็มตัว ซึ่งซีพี-เมจิหวังว่า ไม่เพียงจะช่วยกระตุ้นการบริโภคนมพาสเจอไรซ์ของคนไทยเพิ่มขึ้น เพราะนั่นย่อมหมายถึง ซีพี-เมจิจะเติบโตตามไปด้วย โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 4,100 ล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อนมีรายได้ราว 2,700 ล้านบาท
|
|
 |
|
|