|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |

แม้ยูนิลีเวอร์จะเจาะตลาดระบบขายตรงมานานผ่านสินค้าระดับพรีเมียมอย่าง “อาวียองซ์” แต่ปรากฏว่าเวลากว่า 10 ปี ตลาดไทยกลับเป็นประเทศเดียวที่ประสบความสำเร็จสูงสุดและล่าสุดได้รับการผลักดันขึ้นเป็นศูนย์กลางหรือฐานในการเจาะประเทศใหม่ๆ มีการยกเครื่องโครงสร้างบริหารดึงประเทศที่เคยเจาะตลาดอย่างกัมพูชา อินเดีย แม้กระทั่งแอฟริกาที่หยุดทำการตลาดไปก็เข้ามารวมศูนย์ที่อาวียองซ์ไทย
ถือเป็นการปรับยุทธศาสตร์การขายตรงของยูนิลีเวอร์และเปิดทศวรรษที่ 2 ของอาวียองซ์ในการรุกสู่ตลาดโลก
สุชาดา ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ อาวียองซ์ ภาคธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ชั้นสูง บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด บอกว่า อาวียองซ์เปิดตัวในไทยเมื่อสิบปีก่อนและเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยอาศัยความเป็นแบรนด์ระดับโลกของยูนิลีเวอร์และช่องทาง การทำธุรกิจหลากหลายช่องทาง
ปัจจุบัน อาวียองซ์มีฐานสมาชิก 4.5 แสนรหัส แบ่งเป็นสมาชิก และผู้ร่วมธุรกิจในอัตราส่วน 50:50 รวมทั้งผู้บริโภคที่ไม่ใช่สมาชิกกว่า 1 ล้านคน ซึ่งยูนิลีเวอร์ได้วางนโยบายนำโมเดล ของอาวียองซ์ไทยบุกตลาดต่างประเทศในนามบริษัท อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีทีมบริหารจากอาวียองซ์ไทยและนำร่องประเทศแรกที่มาเลเซีย จดทะเบียนในชื่อ ยูนิลีเวอร์ มาเลเซีย อาวียองซ์
สำหรับการเลือกมาเลเซียตามแผนก้าวสู่ตลาดโลกนั้น ยูนิลีเวอร์มองว่า ในมาเลเซียมีธุรกิจขายตรงมานานและเป็นที่ยอม รับในวงกว้าง สามารถหาผู้บริหารธุรกิจขายตรงได้ง่าย ประชากร ในมาเลเซีย 28.3 ล้านคน แบ่งเป็นชาวมาเลย์ 54% ชาวจีน 25% และชาวอินเดีย 7.5% ถ้าแยกตามกลุ่มศาสนาแบ่งเป็นผู้นับถือ ศาสนาอิสลาม 60.4% พุทธ 19.25% และคริสต์ 9% การใช้ภาษา จึงค่อนข้างครอบคลุมทั้งภาษาอังกฤษ จีน และบาฮาซา ที่เป็นภาษาของชาวมุสลิม ซึ่งคนเหล่านี้มีเครือข่ายไปยังประเทศต่างๆ จึงง่ายต่อการขยายตลาดในอนาคต
มาเลเซียยังมีอัตราการเติบโตของตลาดขายตรงใกล้เคียงกับไทยและมีมูลค่าถึง 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 33,000 ล้านบาท ประชากรกว่า 75% ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายของอาวียองซ์ ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจและรู้จักธุรกิจขายตรงเป็นอย่างดี ซึ่งบริษัทตั้งเป้าภายใน 1 ปีแรก จะมีฐานสมาชิกกว่า 2 แสนรหัส
กลยุทธ์หนึ่ง นอกเหนือจากความใหญ่ของแบรนด์แม่แล้ว บริษัทยังปรับแผนปันผลตอบแทนแบบไร้พรมแดน “ไอ-ทเวล์ฟการันตี” มีการจ่ายเงินเพิ่มอีก 13% หน้าแผนและเพิ่มสูงสุด 20% สำหรับยอดสั่งซื้อจากสมาชิกใหม่ใน 2 เดือนแรกพร้อมประกันรายได้ให้ผู้ร่วมธุรกิจใหม่ตลอดระยะเวลา 1 ปี รายได้ตั้งแต่ 8,000-28,000 บาท และทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท สร้างซอฟต์แวร์ใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานและความสะดวกให้ผู้ร่วมธุรกิจ
เฟสแรกเปิดตัวอาวียองซ์ไซเบอร์ ออฟฟิศ เป็นเว็บไซต์ ช่วยเช็กคะแนน ดูยอดองค์กร จำนวนสมาชิกใหม่ และโปรแกรม ต่างๆ ตามด้วย “อาวียองซ์ไซเบอร์ ช็อป” หน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง เพิ่มความสะดวกเข้าถึงลูกค้า เปิดแอพพลิเคชันบนไอแพด เล่นกับสมาชิก เช่น การตรวจผิวหน้า
อย่างไรก็ตาม สุชาดาย้ำกว่า การบุกตลาดต่างประเทศไม่ใช่การหนีสงครามการแข่งขันในไทย เพราะตลาดไทยยังขยาย ตัวต่อเนื่อง มูลค่าล่าสุดมากกว่า 45,000 ล้านบาท รายได้ของอาวียองซ์ก็เติบโตมากกว่า 10% สัดส่วนหลักๆ มาจากกลุ่มสกินแคร์ 60% กลุ่มเสริมอาหาร 25% อื่นๆ 15% โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวสินค้าอีกหลายรายการ ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม อาหารเสริม ผงชงคอลลาเจน และเตรียมเปิดช็อปอีก 4-5 สาขา เช่น ที่ จ.ลำปาง นครศรีธรรมราช ขอนแก่น จากปัจจุบันมี 40 สาขา
ทั้งหมดถือเป็นยุทธศาสตร์กินรวบทุกช่องทางขายแบบเบ็ดเสร็จ
|
|
 |
|
|