|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
นายฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์สิงห์ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดเบียร์มูลค่า 8-9หมื่นล้านบาท ในปีนี้คาดว่ามีอัตราการเติบโตอย่างน้อย 3% จากในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมา สภาพตลาดเบียร์ทรง หรือเติบโตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
โดยปัจจัยที่ผลักดันให้ตลาดเบียร์โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตมาจากสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น หลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นและได้รัฐบาลชุดใหม่มาบริหารประเทศ อีกทั้งในช่วงครึ่งปีหลังยังเป็นช่วงไฮซีซันหรือฤดูกาลจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยิ่งผลักดันให้ตลาดเติบโตเพิ่มขึ้น
“หากไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงหรือการชุมนุมการเมือง บรรยากาศในช่วงปลายปีหรือเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ปีนี้น่าจะคึกคัก อีกทั้งกำลังการซื้อของผู้บริโภคก็ดี ก่อนเลือกตั้งมีเม็ดเงินสะพัดสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ และหลังเลือกตั้งเชื่อว่ารัฐบาลจะต้องมีการดำเนินโครงการต่างๆ ยิ่งผลักดันให้เม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้น”
แผนการตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทเน้นการตอกย้ำแบรนด์เบียร์สิงห์ ให้มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ประเดิมได้ร่วมกับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำ “ริโอ เฟอร์ดินานด์” กองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกของทีม เดินทางมาในฐานะตัวแทน "ผีแดง" เพื่อขอบคุณและแชร์ความภาคภูมิใจร่วมกับแฟนบอลชาวไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
และล่าสุดนำทีมเชลซี ขนนักเตะระดับบิ๊กเนม เดินทางมาโชว์ฝีเท้าที่เมืองไทย ในวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ถือว่าเป็นการตอกย้ำการดำเนินกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ขยายฐานลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
สำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีอัตราการเติบโตตามเป้าหมาย ซึ่งการเติบโตมาจากช่วงชิงส่วนแบ่งคู่แข่ง ซึ่งปัจจุบันคอร์ปอเรทแชร์ 64% และคาดว่าสิ้นปีจะมีส่วนแบ่ง 65% โดยมั่นใจว่าทุกแบรนด์ของบริษัท ทั้งเบียร์สิงห์ และโดยเฉพาะเบียร์ลีโอจะเติบโต ขณะที่เบียร์ช้าง อันดับสอง ครองส่วนแบ่ง 31% และที่เหลือไฮเนเก้น มีส่วนแบ่ง 3-4%
อย่างไรก็ตามแม้ว่าช่วงที่ผ่านมากลุ่มเบียร์ของบริษัทจะเติบโต แต่กำลังการผลิตที่โรงงานบางเลน หรือประมาณ 500ล้านลิตรต่อปี ก็ยังรองรับกับการเติบโตที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้
|
|
 |
|
|