Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา มิถุนายน 2554
Can Earthquakes Be Predicted? แผ่นดินไหว รู้ล่วงหน้าได้จริงหรือ             
โดย พัชรพิมพ์ เสถบุตร
 


   
search resources

Environment




หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 9 ริกเตอร์ เกิดขึ้นที่ Fukushima ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา ได้เกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องตามกันมาอีกหลายครั้ง ทั้งที่เป็น after-shocks ในญี่ปุ่น และที่เกิดขึ้นตามรอยเลื่อนในส่วนอื่นๆ ของโลกอีกหลายแห่ง

ล่าสุดในวันที่ 11 พฤษภาคม ก็มีแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ ที่สเปน

แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุด! กรุงโรม อิตาลี ที่ปกติคึกคักไปด้วยผู้คนและนักท่อง เที่ยว ในวันที่ 12 พฤษภาคม ถนนต่างๆ ในกรุงโรมกลับว่างเปล่า ทั้งๆ ที่กำลังย่างเข้าสู่ฤดูร้อนที่สดใสของการท่องเที่ยว ทั้งนี้ เพราะชาวกรุงโรมพากันอพยพออกไปนอกเมืองสู่ชนบทที่เป็นทุ่งหญ้าโล่ง ด้วยมีข่าวลือว่าจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่แบบถล่ม ทลายขึ้นในกรุงโรม ตามคำทำนายของนักพยากรณ์ชื่อดังคนหนึ่ง

ขณะที่รัฐบาลอิตาลีออกมาปฏิเสธคำทำนายนี้อย่างแข็งขันว่า ไม่มีมูลใดๆ ทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้มายืนยันแม้ แต่น้อย นักพยากรณ์ผู้นี้เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่เคยทำนายไว้ถูกต้องในคราวที่แผ่นดินไหวครั้งก่อน เมื่อปี 1915 เกิดที่ลามานชา ในอิตาลี คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 30,000 คน โดยให้เวลาคลาดเคลื่อนไปเพียงสองวันเท่านั้น

จึงเป็นที่มาของประเด็นปัญหาในบทความนี้

เป็นไปได้หรือที่จะชี้ชัดล่วงหน้าได้เป็นเดือนเป็นปี ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่ไหน วันไหน และรุนแรงขนาดไหน

นักวิทยาศาสตร์กำลังถกเถียงกันอยู่ในเรื่องนี้ เนื่องจากการเคลื่อนไหวทั้งภายในแกนโลกและเปลือกโลกมีพลวัตปรวนแปรอยู่เสมอ ทั้งยังขึ้นอยู่กับการโคจร และพลังงานของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวอื่นๆ ด้วย เรายังไม่มีอุปกรณ์ทันสมัยใดๆ ตรวจวัดไปได้ถึงแกนกลางโลก กระแสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า พายุสุริยะ ในระดับที่ละเอียดพอที่จะมาคำนวณได้อย่างแม่นยำ สิ่งที่เราทำได้ในการคาดการณ์คือ การนำเอาสถิติข้อมูลที่ผ่านมา มาทำแบบจำลองสัมพันธ์กันทางคณิตศาสตร์ (cor-relation model)

แม้ว่าเราจะมีศูนย์ทั่วโลก ตรวจวัดการสั่นสะเทือนใต้ผิวโลกทาง seismology และตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของโลก อยู่ตลอดเวลา แต่นั่นก็ไม่สามารถบ่งบอกการเกิดแผ่นดินไหวได้แน่นอน อาจจะบอก ได้แต่เพียงแนวโน้มความเสี่ยงเท่านั้น การตรวจจับการสั่นสะเทือนของรอยเลื่อนที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว บอกได้เป็นนาทีและอย่างดีที่สุดก็เป็นชั่วโมงล่วงหน้า ไม่ได้ให้เวลามากพอที่จะอพยพเตรียมการได้มากนัก

แน่นอน แผ่นดินไหวเป็นมหันตภัยต่อมนุษยโลก ที่มีทั้งนักฟิสิกส์ นักธรณีวิทยา นักดาราศาสตร์ทั้งสมัยเก่าสมัยใหม่พยายาม พยากรณ์กันมาอย่างโชกโชนแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ให้ผลที่แน่ชัด แม่นยำ พอที่นักวิทยาศาสตร์สามารถรับรองได้

มีนักวิชาการเปรียบเทียบความพยายามที่จะพยากรณ์ไว้ว่า เหมือนกับการเททรายลงบนกองทรายสูง เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เม็ดทรายใดจะทำให้ส่วนใดของกองทรายเคลื่อนไหลยุบตัวลง ถ้าจะพูดในทางคณิตศาสตร์ก็จะออกมาในทำนองว่า เป็นระบบความสัมพันธ์แบบ non-linear หรือไม่เป็นเชิงเส้น (คือไม่เป็นธรรมดา) การทำแบบจำลองที่ให้ผลแม่นยำจึงทำได้ยากยิ่ง

ส่วนการขยับตัวของเปลือกโลกก็เป็นพลวัต คือเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและเป็นไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่พอจะทำได้และทำกันอยู่เวลานี้ คือการรวบรวมข้อมูลทางสถิติ ทั้งในปัจจุบันและย้อนกลับไปหลายร้อยศตวรรษ มาประมวลเข้าด้วยกัน โดยป้อนข้อมูลตรวจวัดในปัจจุบัน ร่วมกับข้อมูลจากการค้นหาร่องรอยของแผ่นดินไหว ภูเขาไฟ จากวัตถุโบราณ ซากฟอสซิล หิน ดิน ในที่ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ในแนว rings of fire

ในกรณีที่ Fukushima นักตรวจจับการสั่นสะเทือนใต้ผิวโลก หรือ seismologist แห่ง USGS เคยออกมาเตือนแล้วว่าบริเวณ นี้แผ่นเปลือกโลกมีพลังสะสมกดดันอยู่มาก และถึงกำหนดที่จะต้องมีการเคลื่อนไหวในเร็วๆ นี้แล้ว แต่ระยะเวลากำหนดของการไหวอาจจะนับได้เป็นสิบปี ซึ่งทำให้ไม่รู้ว่าจะเตรียมตัวอย่างไรดี

ในขณะที่ทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ทุกวันทุกนาทีมีความหมายเป็นเงินเป็นทอง ยิ่งญี่ปุ่นมีพื้นที่จำกัด มีอุตสาหกรรมมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง และวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นก็อดทนและเร่งรีบอยู่บนความเสี่ยงต่างๆ อยู่แล้ว ถ้าเตรียมการนานเกินไปก็หมายถึง การสูญเสียทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ สรุปได้ว่า การเตือนภัยแผ่นดินไหวและสึนามิใน ‘วินาทีสุดท้าย’ ได้ทำกันอยู่แล้วอย่างแข็งขันทั่วโลก แต่ไม่ได้ช่วยลดความสูญเสียและความเสียหายได้มากนัก เราจึงต้องดิ้นรนหาการเตือนภัยล่วงหน้าให้ได้นานกว่านั้น ปัจจุบัน ที่มีการพยากรณ์กันอยู่ในหลายๆ สำนัก ยังเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถยืนยันได้

การเตือนโดยพฤติกรรมของสัตว์

ในขณะที่เกิดภัยพิบัติไปทั่วโลก มิใช่ แต่แผ่นดินไหวเท่านั้น ยังมีพายุไซโคลน พายุไต้ฝุ่น แผ่นดินถล่ม ตามมากันเป็นขบวน ผู้คนจึงพยายามไขว่คว้าหาความมั่นคงปลอดภัยเท่าที่จะทำได้ ดูเหมือนว่า ในขณะที่อะไรต่ออะไรยังไม่มีความแน่นอน ลงตัว ก็ต้องพึ่งพาธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันไปพลางๆ ก่อน

นักวิทยาศาสตร์ทางสัตววิทยายอมรับว่า มีความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติในบรรยากาศกับการเคลื่อนไหวของแผ่นหินลึกลงไปใต้พื้นผิวโลก คลื่นไฟฟ้านี้สัตว์สามารถรับรู้ได้

ปีที่แล้ว วารสาร zoology ได้ตีพิมพ์งานศึกษาปรากฏการณ์ที่คางคกจำนวนมากได้อพยพออกจากถิ่นอาศัยแพร่พันธุ์ สามวันก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ ที่อิตาลีในปี 2009 นอกจากนั้นในจีน เมื่อปี 2008 ที่เกิดแผ่นดินไหวในปักกิ่ง ก่อนเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง ก็มีคางคกหลายพันตัวออกมาพล่านอยู่เต็มท้องถนนในปักกิ่ง และก่อนหน้านั้น 10 วัน น้ำในบ่อบาดาลหลายพันคิวลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครบอกได้ว่าหายไปไหน

ส่วนสึนามิที่เกิดขึ้นในทะเลอันดามัน เมื่อเดือนธันวาคม 2004 มีผู้สังเกตเห็นสัตว์หลายชนิดอพยพออกจากที่อาศัยไปหลบภัยบริเวณภูเขาสูง เพราะมันสามารถรู้สึกได้ถึงความกดดัน ความชื้น และคลื่นในอากาศที่ผิดปกติ

นอกจากนั้นยังมีผู้เล่าจากประสบการณ์ของตนเองอีกมาก เช่น ในเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่น เมื่อเร็วๆ นี้ สุนัข พันธุ์ชิซุ ซึ่งเจ้าของเคยพาไปเดินเล่นริมทะเลทุกวัน แต่วันที่เกิดสึนามิ มันปฏิเสธที่จะเดินไปทางทะเล กลับเดินไปทางภูเขา มันพยายามชวนให้เจ้าของเดินตามมันไปทางภูเขา ตอนแรกเจ้าของไม่ยอม จนมันต้องวิ่งกลับไปตามสองสามครั้ง และในที่สุดมันก็ช่วยชีวิตตัวมันและเจ้าของไว้ได้

ยังมีผู้สังเกตอีกว่า ก่อนเกิดภัยพิบัติ ทำนองนี้ ไก่หยุดออกไข่ ผึ้งบินหนีออกจาก รัง ปลาวาฬเกยตื้น ม้าลายเอาหัวโขกประตูคอกในสวนสัตว์ ช้างกวัดแกว่งงวงอย่างบ้าคลั่ง สิงโต เสือ เดินไปเดินมาอยู่ในคอก ทั้งๆ ที่เป็นเวลานอนหลับของมัน เป็นต้น

จากหลักฐานต่างๆ มากมาย การคาดการณ์ภัยพิบัติจากพฤติกรรมของสัตว์ก็น่าจะเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ถึงอย่างไรก็ไม่เสียหายอะไร ถ้าเราจะคอยสังเกตและรับฟังเรื่องราวของสัตว์ที่อยู่รอบๆ ตัว หรือ ในสิ่งแวดล้อม ส่วนคนรอบข้าง อาจจะเชื่อ ถือได้ไม่มากนัก เพราะคนมีมิจฉาทิฐิต่างๆ มากมาย เล็งผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก บางทีสิงสาราสัตว์ก็ไว้ใจได้มากกว่าคนด้วยซ้ำไป

ล่าสุดมี seismologist (นักตรวจจับแรงสั่นสะเทือน) ชาวอเมริกันชื่อ R.J. Roberts Ph.D ได้จัดตั้งศูนย์ทำนายโดยใช้ ข้อมูลสถิติและแบบจำลองคณิตศาสตร์และอ้างว่าเท่าที่ทำนายมาทั้งแผ่นดินไหวเล็กและใหญ่ โดยรวมๆ แล้วมีความถูกต้องถึง 85%

อย่างไรก็ตามยังไม่มีคำรับรองใดๆ จากนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ

พื้นที่ใด! ที่จะเกิดเหตุครั้งใหญ่ต่อไป

นักวิทยาศาสตร์พบว่า พื้นที่ที่กำลังมีแรงเครียดแรงเค้นสูง และถึงเวลาที่จะต้องมีการขยับตัวครั้งใหญ่เช่นเดียวกับเหตุแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นและนิวซีแลนด์ น่าจะเป็นบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ทางด้านฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ หรือรัฐแคลิฟอร์เนีย

แน่นอน! สหรัฐฯ ได้เตรียมการป้องกันไว้แล้วเป็นอย่างดี แต่จะเพียงพอหรือไม่ ยังเป็นที่สงสัย เหตุที่เกิดกับญี่ปุ่นที่ฟูกุชิมะนั้น ญี่ปุ่นเองก็มิได้ประมาท มีการสร้าง พนังกั้นน้ำทะเล อาคารต่างๆ ก็มีระบบป้องกันแผ่นดินไหว แต่ก็เอาไว้ไม่อยู่ เพราะแผ่นดินไหวครั้งนั้นรุนแรงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยตรวจวัดได้

ส่วนบริเวณอื่นที่มีแนวโน้มสูง คือ จีน ไต้หวัน พม่า สเปน อิตาลี ไม่เว้นแม้แต่เกาะสุมาตราและทะเลอันดามันใกล้ๆ เมืองไทยนี่เอง จึงเป็นสิ่งที่คนไทยต้องใส่ใจไว้ อย่ามัวประมาทหลงทาง และแย่งอำนาจกันเองอย่างทุกวันนี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us