Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์6 เมษายน 2554
คายาบาบุกเดี่ยว ปูฐานขยายตลาดโช้กอัพ             
 


   
search resources

Auto-parts
สยามกลการอะไหล่, บจก.




ธเนศร์ เพิ่มวุฒิวรนันท์

“คายาบา” โช้กอัพเจ้าตลาด เดินกลยุทธ์สร้างการรับรู้ด้าน Functional ตัวผลิตภัณฑ์ หวังปลุกตลาดโช้กอัพที่ในอดีตค่อนข้างนิ่งมานาน โดยเฉพาะเซกเมนต์โช้กอัพทดแทน หรือตลาด REM เหตุพฤติกรรมผู้บริโภคขาดความรู้ในเรื่องอายุการใช้งาน พร้อมอัดกิจกรรมโรดโชว์ และส่งผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มรถแต่งเสริมตลาด

แม้ในปีที่ผ่านมาตลาดโช้กอัพทั่วไปจะมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับตลาดรถยนต์รวม แต่ส่วนใหญ่เป็นตลาดส่วนของ OEM หรือตลาดชิ้นส่วนป้อนโรงงานผลิตรถยนต์ ในขณะที่ตลาดชิ้นส่วนทดแทน หรือ REM เติบโตน้อยมากคือปีละราว 10% ปัจจัยที่ทำให้ตลาดโช้กอัพเติบโตไม่มากเหมือนกับชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ อย่างเช่นยาง เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานของสินค้า

ธเนศร์ เพิ่มวุฒิวรนันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายโช้กอัพคายาบา อธิบายว่า โช้กอัพก็เหมือนกับสินค้าทั่วไป มีอายุการใช้งานในระดับหนึ่ง แต่พฤติกรรมการใช้รถของคนไทยนั้นจะไม่เปลี่ยนโช้กอัพ จนกว่าจะเกิดปัญหาโช้กรั่ว หรือโช้กแตกเท่านั้น ทั้งๆ ที่โช้ก 1 ชุด หรือ 1 ชิ้นจะมีอายุการใช้งานราวๆ 3 ปี ไม่แตกต่างจากยางรถยนต์ เนื่องจากโช้กเป็นชิ้นส่วนที่ต้องทำงานอยู่ตลอดเพื่อซับแรงสั่นสะเทือนจากช่วงล่าง

ดังนั้นในปี 2554 นี้ โช้กอัพคายาบา จึงพุ่งเป้าไปที่กลยุทธ์สร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์โช้กอัพ ให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะเรื่องของคุณสมบัติสินค้า หรือ Functional เพราะเมื่อผู้บริโภคมีความเข้าใจ (Know How) ของตัวสินค้ามากขึ้น น่าจะเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคต้องการเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นส่วนตัวนี้ด้วย เนื่องจากโช้กอัพมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบความปลอดภัยของตัวรถ

นั่นหมายถึงการเปลี่ยนโช้กอัพเมื่อถึงเวลา นั่นคือประมาณ 3 ปีต่อครั้ง หรืออย่างน้อยอาจยืดอายุการเปลี่ยนไปเป็น 4-5 ปี ดีกว่าที่จะเปลี่ยนเมื่อโช้กเสียหาย หรือชำรุด ซึ่งในความเป็นจริงรถยนต์บางคันไม่เคยมีการเปลี่ยนโช้กอัพเลยตลอดอายุการใช้งาน ทั้งๆ ที่ตัวโช้กอัพนั้นหมดอายุการใช้งานไปแล้วก็ตาม



ปัจจุบันเท่าที่สำรวจตลาดโช้กอัพรวมสำหรับ REM อยู่ที่ประมาณ 2-3 ล้านชิ้นต่อปี ขณะที่เมืองไทยมีตัวเลขรถยนต์ที่จดทะเบียนและใช้งานอยู่บนท้องถนนกว่า 8 ล้านคัน หากเทียบจำนวนโช้กอัพ ที่ต้องใช้สำหรับรถยนต์ 1 คันคือ 4 ชิ้น ตลาดรวมโช้กอัพน่าจะมีตัวเลขเกิน 30 ล้านชิ้น ทำให้คายาบา มองเห็นถึงตลาดอะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์ชนิดนี้ว่ายังสามารถเติบโตได้อีกมาก เพียงแต่ต้องให้ความรู้กับผู้บริโภคและตลาด เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของโช้กอัพ

“ที่ผ่านมานั้น โช้กอัพคายาบา สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้มากถึง 40% แม้จะไม่มีการสำรวจอย่างเป็นทางการ แต่ก็ต้องถือว่าเราเป็นเจ้าตลาด สินค้าของเราส่วนใหญ่อยู่ในตลาดแมส และในเมืองไทย โช้กอัพที่ทำตลาดส่วนใหญ่คือโช้กอัพรถปิกอัพ แต่หลังจากนี้เราจะพยายามขยายตลาดไปยังกลุ่มรถยนต์นั่งให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตลาดกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง หรือรถแต่งต่างๆ” ธเนศร์ กล่าว และว่า

“เมื่อปีที่ผ่านมาเราออกสินค้าใหม่คือ Super Red เป็นโช้กอัพกระบอกสีแดงเหมาะสำหรับรถ SUV รถกระบะ และรถตู้ ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มรถตู้โดยสารเกือบทั้งหมดให้ความวางใจเปลี่ยนมาใส่ Super Red และอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มรถเก๋งคือ New SR เป็นโช้กอัพกระบอกสีฟ้า เน้นสมรรถนะในการขับขี่ก็ได้การตอบรับที่ดีมาก และในปี 2554 เราได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในชื่อรุ่น Modi โดยจะตอบโจทย์ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความเร็วและการแต่งรถ และในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ บริษัทได้มีโปรโมชั่นพิเศษเมื่อลูกค้าซื้อ Modi ในงานจะได้รับส่วนลดทันที 5,000 บาทต่อชุด และเราจะนำรายได้ส่วนหนึ่งไปร่วมบริจาคให้ผู้ประสบภัยสึนามิในประเทศญี่ปุ่นด้วย และสินค้าอื่นๆ ก็จะมีแคมเปญลด 15-20% ด้วยเช่นกัน”

สำหรับโช้กอัพ Modi ถือเป็นอีกเซกเมนต์หนึ่งของโช้กอัพคายาบา โดยในปี 2554 นี้บริษัทได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ประมาณ 500 ชุด ผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่เราเป็นพันธมิตรกว่า 500 รายทั่วประเทศ กลุ่มเป้าหมายของเราคือผู้ใช้รถญี่ปุ่นที่เน้นสมรรถนะในการขับขี่ ชอบแต่งรถและมีกำลังซื้อ ในระยะแรกๆ นี้จะเน้นไปยังกลุ่ม Sport Marketing จะมีการจัดกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม จัดกิจกรรม Road Show เพื่อแนะนำสินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ในส่วนนี้มีงบประมาณ 35 ล้านบาทผ่านการโฆษณาและประชาสัมพันธ์จากสื่อต่างๆ โดยที่ผ่านมาลูกค้าของคายาบาจะอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลราว 70% แต่คาดว่าเมื่อถึงเวลาใช้จริงน่าจะอยู่ที่ 50-50 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us