สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าพ่อวงการเหล็ก เตรียมเข็น"นครไทยสตริปมิล"ขายหุ้นเพิ่มทุน
(PO) จำนวน 1,800 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคมนี้ ในช่วงราคาหุ้นละ 2.00-2.20
บาท หวังได้เม็ดเงิน 4,000 ล้านบาท มาลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเดิน เครื่องผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนอีกครั้ง
หลังหยุดผลิตไป 5 ปี ตั้งเป้าปีแรกผลิต 3.15แสนตัน ก่อนขยับเป็น 1 ล้านตันภายในปีที่
3 โดยหุ้น NSM จะกลับมาเทรด ใหม่อีกครั้ง 17 พฤศจิกายนนี้ ยืนกรานไม่ควบรวม SICOS
อ้างต้องการซื้อแค่เครื่องจักร
นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง รักษาการประธานเจ้าหน้า ที่บริหาร บริษัท นครไทยสตริปมิล
จำกัด (มหาชน) (NSM) เปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมขายหุ้นสามัญเพิ่ม ทุน (PO) ให้กับประชาชนทั่วไปในวันที่
27-29 ตุลาคม นี้ ซึ่งเป็นไปตามแผนฟื้นฟูกิจการ หลังหุ้นของบริษัทได้หยุดพักซื้อขายมาตั้งแต่กลางปี
2543 หลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ คาดว่าจะระดมทุนได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท
เม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทฯจะใช้ในส่วนค่าแรง ค่าไฟฟ้า อะไหล่และสำรองขาด
ทุนระหว่างดำเนินการประมาณ 2,500 ล้านบาท ส่วน เงินเพิ่มทุนที่เหลืออีก 1,500 ล้านบาท
จะใช้ลงทุนเพิ่ม เติมในส่วนที่ลงทุนไปแล้ว เพื่อให้โรงงานเสร็จสมบูรณ์ และสามารถเปิดดำเนินการผลิตได้
ที่ผ่านมาโรงงาน NSM ได้ลงทุนไปแล้ว 6,000-7,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะกลับมาเดินเครื่องผลิตเหล็ก
แผ่นรีดร้อนได้อีกครั้งหลังได้รับเงินจากการระดมทุน ภายใน 90 วัน โดยตั้งเป้าหมายยอดขายในปีแรกที่
3.15 แสนตัน และจะผลิตให้ได้ครบ 1 ล้านตันภาย ในปีที่ 3 หลังเริ่มผลิตใหม่
นายสวัสดิ์ กล่าวย้ำว่า เครื่องจักรที่มีอยู่ยังทันสมัย และใช้การได้ดีแม้จะหยุดเดินเครื่องไปเป็นเวลา
5 ปีก็ตาม โดยมีพนักงานพร้อมที่จะเดินเครื่องผลิตกว่า 300 คน ซึ่งปัจจุบันบริษัทจ่ายเงินเดือนให้เพียง
ครึ่งหนึ่ง
ขณะที่ความต้องการใช้เหล็กในไทยสูงถึง 6.4-6.5 ล้านตันต่อปี แต่กำลังการผลิตในประเทศมีไม่เพียงพอ
โดยSSI มีกำลังการผลิตเพียง 2.4 ล้านตันต่อปี รวมทั้งราคาเหล็กได้ปรับตัวสูงขึ้นจากเดิม
380 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เป็น 400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และมีแนวโน้มว่าจะปรับเพิ่มสูงขึ้นอีก
การหวน กลับมาอีกครั้งของ NSM ครั้งนี้จึงมีความแข็งแกร่งขึ้น
หลังการปรับโครงสร้างหนี้ของ NSM ส่งผลให้ จำนวนหนี้ 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเหลือเพียง
200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราดอกเบี้ยเพียง 1% และจำนวนหนี้ดังกล่าวได้ขยายเวลาชำระหนี้ออกไป
10 ปี นับจากวันที่แผนปรับโครงสร้างหนี้มีผลบังคับใช้ ทำให้บริษัทบริหารงานมีกำไรในอนาคตตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
ภายหลังการขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้แล้ว โครง สร้างผู้ถือหุ้นบริษัทฯจะเปลี่ยนเป็นเจ้าหนี้
72% นักลงทุนทั่วไป 20% และนายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง 8%
NSM กลับมาเทรดใหม่ 17 พ.ย.
ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินบริษัท
นคร ไทยสตริปมิล กล่าวว่า ภายหลังจากการขายหุ้นเพิ่ม ทุน NSM เสร็จเรียบร้อยในปลายเดือนตุลาคมนี้
คาด ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะอนุญาตให้ NSM กลับเข้าทำการซื้อขายได้ในวันที่
10 พฤศจิกายน ในหมวดฟื้นฟูกิจการ (รีแฮปโก้) และจะเปิดซื้อขายอย่างเป็นทางการในวันที่
17 พฤศจิกายน 2546 เป็นวันแรก
ส่วนแผนการเพิ่มทุนของ NSM จะเสนอขาย หุ้นให้ประชาชนทั่วไปจำนวน 1,800 ล้านหุ้น
ที่ช่วงราคาหุ้นละ 2.00-2.20 บาท ในปลายตุลาคมนี้ นอก จากนี้ ยังได้เสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น
สามัญให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในราคาเสนอขายหน่วยละ 0.05 บาท
โดยใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีอายุ 8 ปี อัตราการใช้สิทธิ คือ ใบสำคัญแสดงสิทธิ
1 หน่วย สามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ 1 หุ้น ในราคาการใช้สิทธิ 3.162 บาทต่อหุ้น
เมินควบรวม SICOS
นายสวัสดิ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการควบรวมกับบริษัท สยามเหล็กรีดเย็นครบวงจร
(SICOS) ว่า บริษัทฯไม่มีแผนควบรวมกิจการกับ SICOS แม้ว่าจะมีการลงนามบันทึกความร่วมมือ
(MOU) ก็ตาม เพียงแต่บริษัทฯสนใจซื้อเครื่องจักรผลิตเหล็กเท่านั้น
"การรวมกิจการของ NSM กับ SICOS ตัดทิ้งไปได้เลย มีเพียงแต่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของ NSM และ SICOS เสนอเรื่องมา เท่านั้น ซึ่งผมสนใจซื้อเครื่องจักร
ไม่ใช่ซื้อตัวบริษัทและโรงงานทั้งหมด เพราะหากซื้อทั้งหมดจะต้องทำดีลดิลิเจนท์
ที่ต้องเสียเวลาและใช้เงินมาก" นายสวัสดิ์ กล่าว
สำหรับการเซ็นสัญญากับ SICOS นั้น เป็นเพียงบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ซึ่งไม่ใช่สัญญาควบรวมกิจการจริง
ซึ่งการเซ็นเอ็มโอยูเพื่อเปิดโอกาส ให้ NSM เข้าไปดูเครื่องจักรของ SICOS ได้ ซึ่งหาก
วันใดที่ NSM แข็งแรงขึ้น อาจจะยินดีซื้อ SICOS ทั้งหมด แต่คงไม่ใช่ขณะนี้