| |
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ กล่าวว่า ปีนี้ธุรกิจร้านอาหารโดยรวมต้องผจญกับราคาวัตถุดิบจากพืชผลทางการเกษตรที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพืชที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพลังงาน น้ำมันปาล์ม น้ำตาล และรวมถึงชนิดอื่นๆ เช่น ข้าว แราะภสาพอากาศที่แปรปรวน และภัยธรรมชาติ และราคาน้ำมันจะปรับเพิ่มขึ้น
สำหรับการแก้ไข บริษัทจะสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า 1 ปี โดยเฉพาะปลาดิบ และข้าว และมีความได้เปรียบต่อรองราคาสินค้า เพราะสั่งซื้อในปริมาณที่มาก อาทิ ปลาแซลมอนสั่งซื้อ 70 ตันต่อเดือน และจะนำนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับกับวัตถุดิบที่ขาดแคลน อาทิ การนำข้าวที่ผลิตจากแป้งสาคู มาใช้ในธุรกิจอาหารญี่ปุ่น
“ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นของเรา โดยเฉพาะบุฟเฟต์ปรับราคาขึ้นมากไม่ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับบริหารจัดการวัตถุดิบมากกว่า เพราะพฤติกรรมคนกินบุฟเฟต์ เน้นการกินในปริมาณที่มาก จากการมีทัศนคติว่า ต้องกินให้คุ้มค่า ดังนั้น หากวัตถุดิบตัวไหนราคาสูง เราก็พยายามนำวัตถุดิบอื่นๆที่มีราคาถูก มาสร้างความสมดุลย์ ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 0.5%”
นายไพศาล กล่าวว่า ปีนี้บริษัททุ่มงบ 500 ล้านบาท แบ่งเป็น งบ 300 ล้านบาท ขยายสาขาเพิ่ม 30 แห่ง จากเดิมมีอยู่ 113 สาขา โดยเน้นขยายสาขาต่างจังหวัด ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนจาก 10% เป็น 20% เพื่อผลักดันให้ธุรกิจอาหารโตเทียบเท่ากับเครื่องดื่ม 50:50 โดยปีนี้เน้นขยายสาขาชาบูชิ 15 สาขา เพราะเป็นแบรนด์เติบโตสูงที่สุด สร้างรายได้สัดส่วน 40% ส่วนงบตลาด 200 ล้านบาท ประเดิมเปิดตัวแคมเปญ”เพื่อสุขภาพชีวิตที่ดีกว่า”อร่อยแน่ ของแท้อาทิตย์อุทัย”
โดยนำเสนอความอร่อยต้นตำรับ 4 รายการ คือ นาเบะ สูตรดั้งเดิม บวกเพิ่มคอลลาเจนธรรมชาติ เริ่มตั้งแต้วันที่ 1 กพ.-30 เม.ย.นี้ และเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา 4 เรื่อง รวมทั้งแคมเปญโปรโมชัน และการทำตลาดผ่านโซเชียล เน็ตเวิร์ก อาทิ เฟซบุค เพื่อรองรับกับการแข่งขันธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นปีนี้ คาดว่าจะมีความรุนแรงจากการที่มีผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้ามาทำตลาด อาทิ เบียร์สิงห์ โดยคาดว่าปีนี้ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นโต15% หรือมีมูลค่าเพิ่มจาก 8,000 ล้านบาท เป็น 1 หมื่นล้านบาท
ผลประกอบการกลุ่มธุรกิจอาหารในโออิชิกรุ๊ป ปีนี้ตั้งเป้าโต 25% หรือมีรายได้ 5,000 ล้านบาท มีส่วนแบ่งเพิ่มจาก 46% เป็น 50% จากเมื่อปีที่ผ่านมารายได้ของกลุ่มอาหารโต 24% หรือมีรายได้ 4,100 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ 17%
|
|
 |
|
|