|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง แต่เซ็นทรัลรีเทลก็ยังลงทุนเพิ่มอีก 13,300 ล้านบาท ผุดสาขาใหม่ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเปิดตัวห้างสรรพสินค้าสาขาที่ 4 ในประเทศจีน คาดสิ้นปีเป้าโต 10.1%
ทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2553 ว่า “เซ็นทรัลรีเทล มีรายได้รวมทั้งสิ้น 97,664 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 จากปีก่อน แม้ว่าบริษัทฯ จะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง และผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่
แต่ยังมีปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น นั่นคือการเปิดสาขาใหม่ ซึ่งได้แก่ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จังหวัดตรัง ร้านเพาเวอร์บาย อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ไทวัสดุ สาขาบางบัวทอง รวมถึงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน
นอกจากนี้การขยายธุรกิจใหม่ Financial Services เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เป็นธุรกิจขายและให้บริการด้านประกันภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน “Central Smart Insure” รวมทั้งการรุกธุรกิจออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ www.central.co.th และ www.tops.co.th ให้กับลูกค้าสามารถชอปปิ้งได้ทุกที่ ทุกเวลา ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดี
กรรมการผู้จัดการใหญ่ เซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า ในสิ้นปี 2553 เซ็นทรัลรีเทลมีจำนวนร้านค้าทั้งสิ้น 441 สาขาทั่วประเทศ คิดเป็นพื้นที่รวม 1.8 ล้านตารางเมตร และคาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนสาขาในประเทศได้ถึง 525 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ สำหรับปี 2554 เราตั้งเป้าหมายว่าจะมียอดขายถึง 108,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตร้อยละ 10.1
ส่วนการลงทุนในปีนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าขยายสาขาสู่จังหวัดยุทธศาสตร์หลักการค้าตามแนวชายแดนเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ และเปิดตลาดสินค้าไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) รวมถึงการลงทุนในโครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซีเป็นหลัก
ทั้งนี้ การลงทุนในปี 2554 บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์หลักไว้ 4 แนวทาง คือ 1.การเปิดสาขาและพัฒนาโครงการใหม่ รวมถึงการซื้อที่ดิน บริษัทฯ มีแผนการลงทุนขยายสาขาและพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ การพัฒนาโครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี การเปิดห้างสรรพสินค้าโรบินสันอีก 3 สาขา ที่ จ.เชียงราย พิษณุโลก และพระราม 9 ร้านท็อปส์ เดลี่ จะขยายสาขาเพิ่มขึ้นจำนวน 100 สาขาภายในปีนี้ ร้านเพาเวอร์บาย หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดสาขาที่หัวหิน จะให้ความสำคัญกับการเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัดมากขึ้น ส่วนร้านไทวัสดุเตรียมเปิดเพิ่มอีก 6 สาขา โดยสาขาล่าสุดที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาคือ สาขาร่มเกล้า ส่วนสาขาบางนาพร้อมเปิดให้บริการได้ในเดือนเมษายนนี้
สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ ยังคงเน้นที่ประเทศจีนเป็นหลัก และมีแผนการเปิดที่แน่นอนภายในปีนี้ 2 สาขา คือ ห้างเซ็นทรัล และห้างเซน สาขาเสิ่นหยาง ประมาณไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปี 2554 ตามลำดับ ล่าสุด เซ็นทรัลรีเทลได้เซ็นสัญญากับผู้บริหารโครงการศูนย์การค้ามิกซ์ซี เปิดห้างเซ็นทรัลเพิ่มอีก 1 สาขา ที่เมืองเฉิงตู นับเป็นสาขาที่ 4 ในประเทศจีน และยังมีอีก 2 โครงการ ที่กำลังจะเซ็นสัญญาในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ การเปิดสาขาและพัฒนาโครงการใหม่ รวมถึงการซื้อที่ดิน ได้ตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 7,170 ล้านบาท
2.การปรับปรุงสาขาเดิม โดยบริษัทฯ ตั้งงบประมาณ 2,600 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นหนักไปที่ห้างเซน ให้กลับมายิ่งใหญ่และสวยงามกว่าเดิม เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์ก (Landmark) ของสี่แยกราชประสงค์ รวมถึงห้างเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว พร้อมเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2554 นอกจากนี้ยังมีที่สาขาชิดลมและพระราม 2
3.การควบรวมกิจการ (Merger & Acquisition) บริษัทฯ ได้เตรียมงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจที่เรามีความเชี่ยวชาญ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา
4.การพัฒนาระบบเทคโนโลยี IT เพื่อช่วยให้การบริหารงานของบริษัทในเครือเกิดประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากขึ้น โดยเตรียมงบประมาณไว้ที่ 500 ล้านบาท
อีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้เซ็นทรัลรีเทลประสบความสำเร็จมากที่สุด คือ กลยุทธ์การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relations Management: CRM) ในปี 2553 บริษัทฯ ได้เปิดตัวบัตรสปอต เดอะ วันการ์ด (SPOT The 1 Card) กลยุทธ์รวม 2 บัตรไว้ในบัตรเดียว เพื่อตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของนักชอป อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการพกพาและเหนือระดับสำหรับการชอปปิ้ง ขณะนี้มีฐานสมาชิกทั้งสิ้นกว่า 7.6 ล้านคน และสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายรวมเพิ่มขึ้นถึงกว่าร้อยละ 80
|
|
 |
|
|