มันเริ่มด้วยการยกตัวอย่างในรายการที่ต่อด้วยการซุบซิบ ผสมด้วยความโลภของคนขายพันธบัตร
แล้วผู้สื่อข่าวก็ส่งข่าวออกไป ประกอบกับภาวการณ์ลูกหนี้ที่ไม่ดีบางส่วน
ผลลัพธ์ก็คือ ธนาคารคอนติเนนตัล อิลลินอยส์ ที่มีทรัพย์สิน 41,000 ล้านเหรียญ
( 943,000 ล้านบาท) เกือบจะพังพินาศในชั่วคืนเดียว
ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1980 ( พ.ศ. 2523) ธนาคารคอนติเนนตัล อิลลินอยส์ แห่งชาติ
(continental Illinois national bank) หรือที่มีชื่อย่อว่า CINB ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสี่บริษัทที่บริหารได้ดีที่สุดในบรรดาบริษัทต่างๆ
ในสหรัฐอเมริกา
ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1984 ( 2527) เพียง 3 ปี กับอีก 10 เดือน ให้หลัง
CINB แทบจะต้องหงายหลังเพราะโดนผู้ฝากเงินรุมถอนเงินอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เริ่มมาจากรายการโทรทัศน์ภาคค่ำรายการหนึ่งของนายโรเบิร์ต โนแวค ( Robert
novak) ซึ่งเป็นรายการประจำในเรื่องเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ
วันนั้น วันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รายการวันนั้นนายโนแวคได้มานั่งวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย
การบีบทางการเงินของนายพอล โวล์คเกอร์ (Paul Volcker) ซึ่งตำแหน่งก็คล้ายๆ
นุกูล ประจวบเหมาะ ของเรา
นายโวล์คเกอร์ เป็นประธาน federal reserve ซึ่งเปรียบเสมือนขุนคลังของสหรัฐฯ
ที่กำหนดนโยบายทางการเงินว่า จะให้ธนาคารแต่ละแห่งปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง ในครึ่งปีแรกนี้
นายโวลค์เกอร์ก็ใช้นโยบายบีบสินเชื่อเพื่อควบคุมปริมาณเงินทอง และทำให้อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น
ซึ่งบทบาทนี้ของไทยเราขณะนี้ก็มีสมหมาย ฮุนตระกูล กับนุกูล ประจวบเหมาะ เล่นอยู่
นายโนแวคคงจะลมเสียกับโวล์คเกอร์มานาน ก็เลยใส่ไม่หยุดทางทีวี และข้อความตอนหนึ่งก็มีว่า
“มีอยู่อย่างหนึ่งที่อาจจะทำให้นายโวลค์เกอร์ค่อยผ่อนบรรเทาการบีบทางการเงินบ้าง
ก็คงจะเป็นการล้มของธนาคารใหญ่ๆ สักแห่ง เช่น ธนาคารคอนติเนนตัล อิลลินอยส์
แห่งชิคาโก หรือประเทศใดประเทศหนึ่งในกลุ่มประเทศลูกหนี้ละตินอเมริกัน ที่ล้มละลาย
ในขณะนั้นบรรดาผู้ชมรายการก็มีนายเดวิด จี. เทย์เลอร์ (David G.Taylor)
ผู้ซึ่งเพิ่งจะถูกตั้งให้เป็นประธานธนาคาร CINB
เทย์เลอร์แทบจะสำลักสปาเกตตี ที่กำลังกินอยู่เมื่อได้ยินช่นนั้น เพราะคำพูดเช่นนั้นถ้าเข้าหูผู้ฝากเงินกับ
CINB ก็คงไม่สวยแน่ แต่เทย์เลอร์ก็คิดว่าคงจะไม่มีอะไร เพราะข่าว CINB นั้นก็ถูกซุบซิบอยู่เสมอๆ
เปรียบกับบ้านเราก็เหมือนข่าวธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารเอเชียทรัสต์ ฯลฯ
ถูกซุบซิบอยู่ตลอดเวลา
เทย์เลอร์ก็คิดว่าคำพูดที่นายโนแวคยกเอา CINB เป็นตัวอย่างคงจะละลายหายไปกับสายลม
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้วๆ มา เพราะข่าวลือก็เริ่มแพร่กระจายออกมาจากพวกซื้อขายหลักทรัพย์
(securities traders) ซึ่งพวกซื้อขายหลักทรัพย์คือขุมกำลังแห่งการแพร่กระจายข่าวลือดีที่สุด
เพราะอาชีพตัวเองต้องหาทางขายหลักทรัพย์เช่นพันธบัตรอยู่แล้ว อะไรก็ตามที่สามารถจะทำให้คนหันมาซื้อขายพันธบัตรแทนหุ้นก็จะทำกัน
ฟังดูมันก็คล้ายๆ ข่าวราชาเงินทุนเช็คเด้งเพียงไม่กี่พันบาท แล้วข่าวก็แพร่กระจายไปราวกับอหิวาห์ตกโรค
จนต้องพังไปในที่สุด
พอข่าวว่า CINB จะล้มแพร่ออกจากลุ่มผู้ซื้อขายหลักทรัพย์ สำนักข่าวรอยเตอร์
ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นเจ้ายุทธจักรในข่าวธุรกิจ ก็เกิดได้ข่าวนี้ขึ้นมาในบาร์เหล้าที่พวกโบรกเกอร์ชอบไปนั่งมั่วสุมก๊งกัน
เมื่อรอยเตอร์ เอพี ดาวโจนส์ ( AP Dowjones) ก็ได้ และในยุคสมัยข่าวอิเล็กทรอนิกส์
แบบนี้ เพียงไม่ถึงชั่วโมง มันก็ออกไปทั่วโลก บนจอข่าว จากรอยเตอร์ก็ไปออกโตเกียว
ฮ่องกง สิงคโปร์ ฯลฯ
“ดิฉันได้รับแจ้งจากออฟฟิศ สิงคโปร์ ซึ่งเป็น regional เช้าวันที่
11 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันศุกร์ ว่ามีข่าวลือแบบนี้ให้รับทราบกันเอาไว้”
เจริญจิต งามทิพย์พันธ์ตัวแทนของ CINB ในกรุงเทพฯ พูดกับ “ผู้จัดการ”
อาจจะเป็นความซวยของ CINB ด้วยก็ได้ ที่เงินฝากของ CINB นั้นเป็นเงินฝากประเภท
money market ซึ่งอ่อนไหวกับข่าวเป็นอย่างมาก
“CINB เป็นธนาคารที่ตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีสาขาในอเมริกา เพราะเป็นกฎหมายของรัฐอิลลินอยส์
เพราะฉะนั้น CINB ต้องพึ่ง funding จาก money market” เจริญจิตพูดต่อ
วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม เป็นวันเริ่มต้นของวิกฤตการณ์ที่ CINB นั้นมีข่าวลือแบบนี้มาปีกว่าแล้ว
มาครั้งนี้เหมือนกับใครจุดไม้ขีดแล้วโยนใส่ถังน้ำมันในที่สุด” นายธนาคาร
ในชิคาโก คนหนึ่งพูดกับนิวสวีก
วันอังคารทั้งวัน จนถึงกลางคืน เป็นการรายงานข่าวและปฏิเสธข่าว และข่าวพวกนี้
ก็ถึงแดนอาทิตย์อุทัย พอเข้าวันพุธ ก็ได้เรื่องจากญี่ปุ่นพอดี เพราะตลาดเงินญี่ปุ่นเป็นตลาดที่ไหวตัวเร็วมาก
และขี้ตกใจ ก็เลยมีมหกรรมถอนเงินกันอย่างมโหฬาร ซึ่งในที่สุดก็กระจายไปทั่วโลก
ในวันพุธที่ 16 พฤษภาคม COBN ต้องหันไปพึ่งธนาคารกลาง เพื่อขอเงินมา
1,000 ล้านเหรียญ จ่ายให้กับผู้ถอนซึ่งก็จ่ายหมดไปภายในคืนเดียวเท่านั้น
พฤหัสบดีกับศุกร์ที่ 17 และ 18 พฤษภาคม ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น CINB ต้องยืมเงินธนาคารกลางมาอีก
2,000 ล้านเหรียญ เพื่อรับกับวิกฤตการณ์
เสาร์และอาทิตย์ ที่ 19 กับ 20 พฤษภาคม เป็นวันหยุดแต่เจ้าหน้าที่บริหารของ
CINB ต้องทำงานกันทั้งวันทั้งคืน เพื่อเตรียมรับการถอนในวันจันทร์ที่คงจะหนักหน่วงมาก
โชคดีที่กลุ่มธนาคารใหญ่ในอเมริกา เช่น Morgan Guaranty trust และธนาคารอีก
17 แห่งได้เตรียมเงินไว้ช่วย CINB อีก 4,500 ล้านเหรียญ
แต่ก็ยังไม่อยู่!!
CONB ต้องยืมอีก 4,000 ล้านเหรียญจากธนาคารกลาง และอีก 2,250 ล้านเหรียญจาก
ธนาคารอีก 16 แห่ง
แต่ก็ยังหยุดการถอนเงินไม่อยู่!!
ในที่สุดธนาคารกลางได้ประกาศว่า ได้เตรียมเงินไว้รับสภาพคล่องของ CINBถึง
7,500 ล้านเหรียญ มิหนำซ้ำทางธนาคารกลางยังลงขันอีก 2,000 ล้านเหรียญเป็นเงินเพิ่มทุนจดทะเบียนลงไปทำให้สามารถล้างหนี้ที่ไม่
activeของ CINB ได้เกือบหมด
“แต่ตลาดการเงินบีบ intelligent market ซึ่งอาจจะเห็นว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงการช่วยชั่วคราว
ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง ก็เลยทำให้ยัง panic อยู่” เจริญจิตเล่าให้ฟัง
ในที่สุด เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประธานธนาคารกลางของสหรัฐฯ ต้องออกจดหมายรับประกันว่า
FIDC สถาบันประกันเงินฝากจะรับประกันการฝากเงินทุกจำนวนทั่วโลก ที่ฝากกับ
CINB แม้แต่กับบริษัทในเครือของ CINB ก็จะประกันให้
ไฟถึงหยุดไหม้ได้ในที่สุด!!
บรรดาผู้ฝากก็เลยทยอยกลับมาฝากเหมือนเดิม