ตลาดยีนส์ เล็งขึ้นราคา หลังพบต้นทุนฝ้ายปรับขึ้นทุกวัน “แรงเลอร์” ขอทบทวนต้นทุน ก่อนปรับราคาหลังมี.ค.นี้เช่นกัน ล่าสุดเปิดตัวนวัตกรรมรุ่นใหม่ ยีนส์กันน้ำ รับซัมเมอร์ มั่นใจดันรายได้โต 25% ในสิ้นปี เชื่อยีนส์ยังเป็นตลาดที่ผู้บริโภคนิยมอย่างต่อเนื่อง ปีนี้แตะ 6,000 ล้านบาท
นายวิสิฐ ผรณาปิติ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด ในกลุ่มเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง หรือ CMG เปิดเผยว่า ตลาดรวมยีนส์ในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง หรือคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 6,000 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตดังกล่าว มาจากกระแสความนิยมของผู้บริโภคที่นิยมสวมใส่ยีนส์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ออกนวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ล้วนส่งผลให้ตลาดเติบโต โดยในส่วนของแรงเลอร์นั้น ปีนี้ยังเพิ่มกำลังการผลิตอีก 20% จากปกติต่อเดือนมีกำลังการผลิตที่ 10,000 ตัว รองรับการเติบโตของตลาดด้วย เน้นเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนนวัตกรรใหม่และแฟชั่น
อย่างไรก็ตาม พบว่า ต้นทุนหลักของยีนส์ โดยเฉพาะ ฝ้าย ในตลาดโลกมีการปรับราคาขึ้นทุกวัน นับจากช่วงสิ้นปี 2553 ขณะนี้ปรับขึ้นราคาไปแล้วกว่า 20% เนื่องจากโลกร้อนขึ้น ฝ้ายขาดตลาด ส่งผลให้เชื่อว่า หลังเดือนมี.ค.นี้เป็นต้นไป แต่ละแบรนด์จะมีการขยับราคาการขายขึ้น โดยในส่วนของแรงเลอร์นั้น ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาต้นทุนการผลิต เพื่อนำมาพิจารณาในการปรับราคาขึ้นเช่นเดียวกัน
นางสาวเมสินี วิสิฐนรภัทร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ แรงเลอร์ บริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ในส่วนของแรงเลอร์ ปีนี้เตรียมงบการตลาดไว้กว่า 15% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้ 10% โดยทั้งปีจะมีการออกสินค้านวัตกรรมใหม่ราว 3-4 ครั้ง ล่าสุดเปิดตัว “แรงเลอร์ วอเทอร์ ริเพลเลนท์ เดนิม” กางเกงยีนส์กันน้ำลิมิเต็ด อิดิชั่น จำนวน 6 รุ่น แบ่งเป็น หญิง 3 รุ่น ชาย 3 รุ่น รวมกว่า 10,000 ตัว วางจำหน่ายในราคา 1,190 บาท - 2,290 บาท ตั้งแต่ ก.พ.ถึง พ.ค. ต้อนรับหน้าร้อนและสงกรานต์ปีนี้ ภายใต้งบการทำตลาด 10 ล้านบาท มั่นใจว่าจะเป็นแคมเปญหลักที่จะผลักดันให้ทั้งปีนี้ แรงเลอร์จะมีรายได้รวม เติบโตขึ้น 25% และมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 25% เช่นกัน จากปีก่อนอยู่ที่ 20% ติดท็อป3 ของตลาด ขณะที่แคมเปญดังกล่าว ถือเป็นแคมเปญระดับโกลบอล โดยเปิดตัวในไทยเป็นที่แรก
|