แนวความคิดการจัดตั้งเอเอ็มซีแห่งชาติของหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ก่อให้เกิดการวิพากษ์กันอย่างกว้างขวาง
โดยเฉพาะประสิทธิภาพ การดำเนินการ แต่ถ้าจะมองถึงผลดี ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่
จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล
นโยบายการจัดตั้งบริษัทบริหารสิน ทรัพย์แห่งชาติ (National AMC : เอเอ็มซีแห่งชาติ)
ภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชิน วัตร เป็นความหวังของระบบสถาบันการเงินที่จะฟื้นตัวอย่างแท้จริง
โดยเฉพาะการจัดการปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ของซาโล
มอน สมิธ บาร์นีย์ บริษัทในเครือซิตี้กรุ๊ป คาดการณ์ว่า กว่าเอเอ็มซีแห่งชาติจะทำงานได้ต้อง
ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนที่รัฐบาลจะก่อตั้งและวางกรอบรายละเอียดการดำเนินการ
ในระหว่างนี้ หากเกิดความล่าช้าทางด้านเครื่องมือในการจัดตั้งเอเอ็มซีแห่งชาติจะทำให้เกิด
moral Hazard ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเป็น เช่นนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เศรษฐกิจไทยจะทรุดลงไปอีกครั้ง
หรือการปรับโครงสร้างหนี้ใน อนาคตเป็นไปอย่างล่าช้า
"หัวใจของการทำงานเอเอ็มซีแห่งชาติ คือ รัฐบาลจะต้องเลือกสรรคนที่มีความโปร่งใส
ที่สุดเข้ามาทำงานในองค์กรนี้" บทวิเคราะห์ของซาโลมอน สมิธ บาร์นีย์กล่าวไว้
ถึงแม้ว่าเอเอ็มซีแห่งชาติจะถูกยกให้เป็น "ของขวัญ" กับธนาคารพาณิชย์ทางด้านการขายหนี้
NPLs ในราคาที่ไม่ใช่ราคาตลาด แต่เอเอ็มซีแห่งชาติใช่ว่าจะทำให้หนี้ NPLs
ในระบบกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยทันทีทันใด
"เอเอ็มซีแห่งชาติเป็นเพียงหน่วยงานแยก NPLs ออกไปเท่านั้น"
เมื่อเอเอ็มซีแห่งชาติเกิดขึ้น ภาระหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องแบก คือ ต้นทุนทางการเงิน
ที่จะต้องนำไปซื้อ NPLs คาดว่าจะต้องใช้เงินประมาณ 464 พันล้านบาทถึง 1 ล้านล้านบาท
หรือประมาณ 10%-20% ของจีดีพี
กระนั้นก็ตาม ซาโลมอน สมิธ บาร์นีย์แสดงความกังวลว่า หากเข้าไปซื้อ NPLs
ทางบัญชีในราคา 100% "เป็นไปได้ที่จะเป็นภาระต่อการควบคุมด้านการขาดดุลทางการคลังของ
ประเทศ"
ที่สำคัญ ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนถึง การดำเนินงานของเอเอ็มซีแห่งชาติกรณีการซื้อ
หนี้ NLPs ว่าควรจะใช้วิธีใด ถ้ารับซื้อหนี้ในราคา มูลค่าตามบัญชีสุทธิ ธนาคารที่ได้รับประโยชน์
ด้านสัดส่วนการสำรองหนี้ลดต่ำลง ได้แก่ ธนา คารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทยและธนาคารกรุงไทย
หาก NPLs ดังกล่าวถูกโอนไปตามราคา ตลาดธนาคารทั้งสามแห่งรวมถึงธนาคารเอเชีย
จะได้รับบาดเจ็บมากที่สุด
ซิตี้กรุ๊ป เชื่อว่าธนาคารที่ได้ประโยชน์มากที่สุดถ้าหากเอเอ็มซีแห่งชาติเกิดขึ้น
คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงเทพ
"นี่คือของขวัญล้ำค่าที่สุด โดยเฉพาะธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะได้ประโยชน์สูงสุด
หาก พิจารณาในแง่ที่พวกเขาไม่มี capital securities ด้วยเหตุนี้การปรับปรุงสัดส่วนของมาร์จิ้นจึงทำได้ง่าย
ตรงข้ามกับกสิกรไทยและธนาคารกรุงเทพที่ต้องแบกภาระต้นทุนจากการระดมทุน ในรูปแบบ
Caps และ Slips"
ดังนั้น หากดูในแง่การเกิดขึ้นของเอเอ็ม ซีแห่งชาติจะช่วยให้ระบบธนาคารฟื้นตัวเร็ว
แต่ ข้อเสียก็คือว่า ถ้าการทำงานไม่โปร่งใสจะมีปัญหาตามมาอย่างมากมาย