Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์7 มกราคม 2554
แนวโน้มทองคำปีเถาะทำนิวไฮต่อ แต่เตือนครึ่งปีหลังมีโอกาสปรับตัวลง             
 


   
search resources

Jewelry and Gold
วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส, บจก.




วายแอลจีมองราคาทองคำปี54 ผันผวน มีโอกาสแกว่งตัวสูง แต่ยังจะสร้างนิวไฮใหม่ได้ มองกรอบกว้างที่ 1,200-1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่คาดไตรมาส 3 เศรษฐกิจโลกฟื้น ส่งผลนักลงทุนหันไปลงทุนสินทรัพย์อื่นแทน

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมิน แนวโน้มราคาทองคำในปี 2554 ว่ามีโอกาสจะทำระดับสูงสุดต่อไปได้อีก แต่จะมีแนวโน้มผันผวนมากกว่าปีที่ผ่านมาหรือมีโอกาสแกว่งตัววันละ 20-80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยประเมินแนวรับในกรอบกว้างที่ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านในกรอบกว้างที่ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ เฉลี่ย 18,000-22,000 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท

ทั้งนี้มีปัจจัยบวกจากปัญหาหนี้เสียในยุโรปและมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของธนาคารกลางสหรัฐสหรัฐ(QE2) ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก และเกิดสภาพคล่องส่วนเกิน เกิดภาวะฟองสบู่ในระยะยาว และจะเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนหันมาซื้อทองคำมากขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าลงของเงินดอลลาร์

จากการที่ความต้องการทองคำมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณทองคำจากเหมืองซึ่งไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ทัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ยังมีดีมานด์จากธนาคารกลางจีนและธนาคารกลางทั่วโลกที่ขาดทุนอย่างมากจากการถือครองสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ธนาคารกลางเหล่านี้มีการกระจายสัดส่วนการถือครองทองคำเพิ่ม ทั้งนี้หากมองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าธนาคารกลางมีสัดส่วนในการถือครองทองคำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% ต่อปี โดยเฉพาะในปี2553 ซึ่งเพิ่มขึ้น 27%

สำหรับนักลงทุนทั่วไปในต่างประเทศก็เริ่มสนใจการลงทุนในทองคำมากขึ้น หลังจากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงหลักๆ อย่างเงินดอลลาร์ เงินเยน และหุ้น มีความผันผวนสูงในปีที่ผ่านมา จึงทำให้เกิดความสนใจที่ย้ายเงินลงทุนมาอยู่ในรูปของทองคำทำให้สินทรัพย์ประเภทนี้ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตามมองว่าในช่วงไตรมาส 3/2554 มีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงได้ เนื่องจากในหลายประเทศที่กระตุ้นเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัญหาต่างๆเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆอาจจะมีการปรับตัวขึ้นจนมีผลตอบแทนที่น่าสนใจมากกว่ากว่าทองคำ

"ราคาทองยังจะมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่องไปถึงไตรมาส2/2554 แต่ในช่วงไตรมาส 3/2554 ราคามีโอกาสลดลงได้ เพราะเศรษฐกิจในหลายๆประเทศจะเริ่มฟื้น ซึ่งจะทำให้นักลงทุนเทขายทองคำและหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆแทน"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us