วายแอลจีมองราคาทองคำปี54 ผันผวน มีโอกาสแกว่งตัวสูง แต่ยังจะสร้างนิวไฮใหม่ได้ มองกรอบกว้างที่ 1,200-1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่คาดไตรมาส 3 เศรษฐกิจโลกฟื้น ส่งผลนักลงทุนหันไปลงทุนสินทรัพย์อื่นแทน
พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ประเมิน แนวโน้มราคาทองคำในปี 2554 ว่ามีโอกาสจะทำระดับสูงสุดต่อไปได้อีก แต่จะมีแนวโน้มผันผวนมากกว่าปีที่ผ่านมาหรือมีโอกาสแกว่งตัววันละ 20-80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยประเมินแนวรับในกรอบกว้างที่ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านในกรอบกว้างที่ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ เฉลี่ย 18,000-22,000 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท
ทั้งนี้มีปัจจัยบวกจากปัญหาหนี้เสียในยุโรปและมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของธนาคารกลางสหรัฐสหรัฐ(QE2) ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก และเกิดสภาพคล่องส่วนเกิน เกิดภาวะฟองสบู่ในระยะยาว และจะเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนหันมาซื้อทองคำมากขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าลงของเงินดอลลาร์
จากการที่ความต้องการทองคำมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณทองคำจากเหมืองซึ่งไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ทัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ยังมีดีมานด์จากธนาคารกลางจีนและธนาคารกลางทั่วโลกที่ขาดทุนอย่างมากจากการถือครองสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ธนาคารกลางเหล่านี้มีการกระจายสัดส่วนการถือครองทองคำเพิ่ม ทั้งนี้หากมองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าธนาคารกลางมีสัดส่วนในการถือครองทองคำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% ต่อปี โดยเฉพาะในปี2553 ซึ่งเพิ่มขึ้น 27%
สำหรับนักลงทุนทั่วไปในต่างประเทศก็เริ่มสนใจการลงทุนในทองคำมากขึ้น หลังจากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงหลักๆ อย่างเงินดอลลาร์ เงินเยน และหุ้น มีความผันผวนสูงในปีที่ผ่านมา จึงทำให้เกิดความสนใจที่ย้ายเงินลงทุนมาอยู่ในรูปของทองคำทำให้สินทรัพย์ประเภทนี้ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตามมองว่าในช่วงไตรมาส 3/2554 มีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงได้ เนื่องจากในหลายประเทศที่กระตุ้นเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัญหาต่างๆเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆอาจจะมีการปรับตัวขึ้นจนมีผลตอบแทนที่น่าสนใจมากกว่ากว่าทองคำ
"ราคาทองยังจะมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่องไปถึงไตรมาส2/2554 แต่ในช่วงไตรมาส 3/2554 ราคามีโอกาสลดลงได้ เพราะเศรษฐกิจในหลายๆประเทศจะเริ่มฟื้น ซึ่งจะทำให้นักลงทุนเทขายทองคำและหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆแทน"
|