|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
อีลิทบักโกรกใช้แต่เงินเก่า หลังรอผลขายกิจการปีกว่า ล่าสุด คณะกรรมการ ชง 3 แนวทางเสนอ ททท.5 ม.ค.54 ขอยืมเงิน, เพิ่มทุน หรือ ขายดอลลาร์ที่มีอยู่ หวังนำเงินมาเสริมสภาพคล่ององค์กร ด้านรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ เผย พร้อมรับคำตัดสิน กฤษฎีกา ถ้าต้องถอนสิทธิ์ วีซ่า ยันมีก๊อกสองยั่วนักลงทุน
น.ส.เพ็ญสุดา ไพรอร่าม รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) บริษัท ไทยแลนด์พรีวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) บริหารโครงการบัตรไทยแลนด์อีลิทการ์ด เปิดเผยว่า ที่ประชุม บอร์ด เห็นชอบ 3 แนวทางการจัดหาเงิน พร้อมเตรียม เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นทีพีซีซึ่งในที่นี้คือ ททท.เพื่อพิจารณาในวันที่ 5 ม.ค.54 โดยจะนำเงินมาใช้บริหารจัดการบริษัท ในระหว่างรอประกาศขายกิจการ
ทั้งนี้ 3 แนวทาง ได้แก่ 1.เรียกชำระทุนจากผู้ถือหุ้น ที่ยังค้างชำระอยู่อีก 500 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท 2.ทำหนังสือขอยืมเงินทดรองจาก ททท.ซึ่งเป็นหน่วยงานแม่ หรือผู้ถือหุ้น 100% มาใช้บริหารกิจการ และ 3.นำเงินเก็บที่ได้จากการขายบัตรสมาชิก 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปแลกเป็นเงินบาท เพื่อนำมาใช้จ่าย ตามคำแนะนำของธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินของทีพีซี โดยเป็นการดำเนินการตาม มติผู้ถือหุ้นที่ประชุมเมื่อต้นเดือนธันวาคม 53 ที่ต้องการให้บอร์ดไปหาแนวทางการบริหารการเงินที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทมานำเสนอ
“เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา แบงก์กรุงไทยซึ่งเป็นที่ปรึกษา เคยแจ้งต่อบริษัทแล้วว่า ต้องการให้ ทีพีซี ขายเงินดอลลาร์ที่มีอยู่ ให้หมด เพื่อลดความเสี่ยงจากค่าเงินผันผวน ซึ่งจะแลกได้เป็นเงินไทยราว 165 ล้านบาท ใช้จ่ายได้ราว 16 เดือน จากนั้นอาจพิจารณานำไปลงทุนซื้อตั๋วแลกเงิน หรือพันธบัตรรัฐบาลบางส่วน เพื่อให้เกิดดอกผล ถึงวันนี้ ยอมรับว่า อีลิท ขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้วกว่า 48 ล้านบาท เพราะ จากดอลลาร์ละ 40 บาท เหลทือเพียง 30 บาทในขณะนี้ แต่คงต้องให้ผู้ถือหุ้นตัดสินใจเลือกจาก 3 แนวทางดังกล่าว”
น.ส.เมธาวี ตันวัฒนะพงษ์ รักษาการผู้จัดการใหญ่ ทีพีซี กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการขายกิจการอีลิทการ์ดว่า ขณะนี้รอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความเรื่องสิทธิของอีลิทการ์ดให้ชัดเจนก่อน โดยเฉพาะประเด็นการให้สิทธิตรวจลงตรา (วีซ่า) เข้าไทย 5 ปี ซึ่งหากไม่มีข้อท้วงติงอะไรกลับมา บริษัทก็พร้อมเดินหน้า ประกาศหาผู้สนใจซื้อกิจการ ได้ทันที่ แต่ถ้าท้วงติงก็พร้อมจะยกออก แต่จะนำเสนอจุดเด่นของอีลิทการ์ดที่มีอยู่ เพื่อจูงใจนักลงทุนต่อไป เช่น การต่อยอดธุรกิจจากฐานสมาชิกซึ่งเป็นนักลงธุรกิจ นักลงทุน และผู้มีชื่อเสียงระดับไฮเอนด์
|
|
 |
|
|