Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน27 ธันวาคม 2553
“อีลิท” หาเงินใช้ชง 3 ทางกู้วิกฤตองค์กร เสนอ ททท.5 ม.ค.54             
 


   
search resources

ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี), บจก.




อีลิทบักโกรกใช้แต่เงินเก่า หลังรอผลขายกิจการปีกว่า ล่าสุด คณะกรรมการ ชง 3 แนวทางเสนอ ททท.5 ม.ค.54 ขอยืมเงิน, เพิ่มทุน หรือ ขายดอลลาร์ที่มีอยู่ หวังนำเงินมาเสริมสภาพคล่ององค์กร ด้านรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ เผย พร้อมรับคำตัดสิน กฤษฎีกา ถ้าต้องถอนสิทธิ์ วีซ่า ยันมีก๊อกสองยั่วนักลงทุน

น.ส.เพ็ญสุดา ไพรอร่าม รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) บริษัท ไทยแลนด์พรีวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) บริหารโครงการบัตรไทยแลนด์อีลิทการ์ด เปิดเผยว่า ที่ประชุม บอร์ด เห็นชอบ 3 แนวทางการจัดหาเงิน พร้อมเตรียม เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นทีพีซีซึ่งในที่นี้คือ ททท.เพื่อพิจารณาในวันที่ 5 ม.ค.54 โดยจะนำเงินมาใช้บริหารจัดการบริษัท ในระหว่างรอประกาศขายกิจการ

ทั้งนี้ 3 แนวทาง ได้แก่ 1.เรียกชำระทุนจากผู้ถือหุ้น ที่ยังค้างชำระอยู่อีก 500 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท 2.ทำหนังสือขอยืมเงินทดรองจาก ททท.ซึ่งเป็นหน่วยงานแม่ หรือผู้ถือหุ้น 100% มาใช้บริหารกิจการ และ 3.นำเงินเก็บที่ได้จากการขายบัตรสมาชิก 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปแลกเป็นเงินบาท เพื่อนำมาใช้จ่าย ตามคำแนะนำของธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินของทีพีซี โดยเป็นการดำเนินการตาม มติผู้ถือหุ้นที่ประชุมเมื่อต้นเดือนธันวาคม 53 ที่ต้องการให้บอร์ดไปหาแนวทางการบริหารการเงินที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทมานำเสนอ

“เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา แบงก์กรุงไทยซึ่งเป็นที่ปรึกษา เคยแจ้งต่อบริษัทแล้วว่า ต้องการให้ ทีพีซี ขายเงินดอลลาร์ที่มีอยู่ ให้หมด เพื่อลดความเสี่ยงจากค่าเงินผันผวน ซึ่งจะแลกได้เป็นเงินไทยราว 165 ล้านบาท ใช้จ่ายได้ราว 16 เดือน จากนั้นอาจพิจารณานำไปลงทุนซื้อตั๋วแลกเงิน หรือพันธบัตรรัฐบาลบางส่วน เพื่อให้เกิดดอกผล ถึงวันนี้ ยอมรับว่า อีลิท ขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้วกว่า 48 ล้านบาท เพราะ จากดอลลาร์ละ 40 บาท เหลทือเพียง 30 บาทในขณะนี้ แต่คงต้องให้ผู้ถือหุ้นตัดสินใจเลือกจาก 3 แนวทางดังกล่าว”

น.ส.เมธาวี ตันวัฒนะพงษ์ รักษาการผู้จัดการใหญ่ ทีพีซี กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการขายกิจการอีลิทการ์ดว่า ขณะนี้รอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความเรื่องสิทธิของอีลิทการ์ดให้ชัดเจนก่อน โดยเฉพาะประเด็นการให้สิทธิตรวจลงตรา (วีซ่า) เข้าไทย 5 ปี ซึ่งหากไม่มีข้อท้วงติงอะไรกลับมา บริษัทก็พร้อมเดินหน้า ประกาศหาผู้สนใจซื้อกิจการ ได้ทันที่ แต่ถ้าท้วงติงก็พร้อมจะยกออก แต่จะนำเสนอจุดเด่นของอีลิทการ์ดที่มีอยู่ เพื่อจูงใจนักลงทุนต่อไป เช่น การต่อยอดธุรกิจจากฐานสมาชิกซึ่งเป็นนักลงธุรกิจ นักลงทุน และผู้มีชื่อเสียงระดับไฮเอนด์   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us