|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ด้วยจังหวะที่แบรนด์ “เจ มาร์ท” โลดแล่นอยู่ในตลาดมากว่า 20 ปี กอปรกับการแข่งขันของตลาดค้าปลีกมือถือที่ขับเคี่ยวดุเดือดชิงตลาดมูลค่ากว่า 35,000 ล้านบาท ทำให้ขาใหญ่ เจ มาร์ท ไม่อาจหยุดนิ่ง เปิดเกมรุกระลอกใหม่ ปรับภาพลักษณ์ เจ มาร์ท สู่ Just Enjoy หวังเข้าถึงความสนใจวัยทีน
เป็นที่ทราบกันดีว่า “เจ มาร์ท” เป็นร้านค้าปลีกมือถือที่มีจุดแข็งเรื่องแบรนด์ ทำให้เหนือคู่แข่งขันรายอื่นๆ ในตลาด ส่วนหนึ่งมาจากการให้ความสำคัญกับการสื่อสารสร้างแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าแบรนด์ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อมือถือ
เจ มาร์ทจึงกลายเป็นแบรนด์ที่มีภาพการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมือถือ โดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายอายุ 25 ปีขึ้นไป เนื่องจากกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับคุณภาพการใช้งาน ความมั่นคงในบริการและแบรนด์เป็นเหตุผลข้อแรกในการใช้ตัดสินใจซื้อมือถือ ต่างจากกลุ่มวัยรุ่น จะตัดสินใจซื้อโดยเลือกรูปแบบความทันสมัยเป็นอันดับแรก แล้วจึงตามด้วยคุณภาพการใช้งานและความมั่นคงในบริการและแบรนด์
จึงไม่แปลกที่วันนี้สัดส่วนลูกค้าของเจ มาร์ทมีกลุ่มวัยรุ่นน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าวัย 25 ปีขึ้นไป ส่งผลให้ถูกผูกติดเป็นร้านค้าปลีกมือถือสำหรับผู้ใหญ่ที่วิ่งไปตามอายุของลูกค้าจนแบรนด์ดูแก่ กลายเป็นกำแพงที่สกัดกั้นการเข้ามาของกลุ่มวัยรุ่น
“ที่ผ่านมา เจ มาร์ท เป็นบุคลิกของผู้ใหญ่ที่จริงจังและรับผิดชอบ ทำให้แบรนด์ดูแก่” อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เล่าถึงภาพ เจ มาร์ท ในสายตาของคนภายนอก ซึ่งเป็นปราการสำคัญในการเข้าถึงวัยรุ่น
อีกปัจจัยที่เป็นอุปสรรคทำให้ เจ มาร์ท ยังเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้น้อย คือ ความไม่หลากหลายของสินค้าในการตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยในช่วงที่ผ่านมาจะเน้นจำหน่ายสินค้าแบรนด์โนเกียและเฮาส์แบรนด์ J Phone เป็นหลัก ซึ่งไม่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีความต้องการหลากหลาย
อดิศักดิ์ มองว่า ในยุคก่อนหน้านั้น เจ มาร์ท อาจไม่สนใจกลุ่มวัยรุ่นได้ แต่วันนี้เจ มาร์ท ไม่อาจละเลยได้ เพราะวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลทางการตลาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของวัยรุ่นอิงกับการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมือถือ หรืออินเทอร์เน็ต จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำเนินชีวิต ซึ่งหาก เจ มาร์ทสามารถดึงความสนใจของวัยรุ่นให้เข้ามาเป็นสาวกได้ นอกจากจะทำให้ เจ มาร์ท ดูเด็กลง ทลายข้อจำกัดที่ถูกผูกติดด้วยช่วงอายุออกไปแล้ว ที่สำคัญยังจะช่วยให้ เจ มาร์ท มีการเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย
กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นที่ เจ มาร์ท ต้องการสยายปีกเข้าไปถึง จะเน้นกลุ่มที่มีอายุ 18-35 ปี ซึ่งในแง่พฤติกรรมการเลือกซื้อมือถือนั้น ดูเหมือนว่าลูกค้าเป้าหมายกลุ่มนี้จะนิยมเลือกซื้อมือถือตามศูนย์ค้าปลีกไอทีชั้นนำอย่างมาบุญครองเป็นหลัก เพราะมีให้เลือกหลากหลายและราคาไม่สูง
แต่จากการศึกษาพฤติกรรมแบบเจาะลึก พบว่าพฤติกรรมของลูกค้าอายุ 18-35 ปี จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และกลุ่มที่มีกำลังซื้อต่ำ ซึ่งแน่นอนในกลุ่มหลังจะนิยมเลือกซื้อมือถือตามย่านมาบุญครอง ขณะที่กลุ่มที่มีกำลังซื้อจะนิยมซื้อมือถือตามชอปที่มีแบรนด์ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เจ มาร์ทต้องการ เพราะตรงกับโพซิชันนิ่งของร้านเจ มาร์ท และนับวันจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น
กลยุทธ์ที่เจ มาร์ทเลือกใช้ในการขยายฐานสู่กลุ่มวัยรุ่น คือเพิ่มความทันสมัย ด้วยการนำเสนอบุคลิกแบรนด์ เจ มาร์ท ใหม่ อีกทั้งยังได้มีการปรับเปลี่ยน “โลโก้” ใหม่ เป็นรูปสามเหลี่ยมไม่สิ้นสุดสีแดง เพื่อให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Just Enjoy” ที่จะสะท้อนถึงพลังขับเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่ง
เจ มาร์ทยังเตรียมเพิ่มสายผลิตภัณฑ์ครอบคลุมมากขึ้นทุกแบรนด์ ทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าสมาร์ทโฟน พร้อมทั้งบันเดิลขายแพกเกจร่วมกับผู้ให้บริการมือถือทุกราย และเพิ่มบริการเสริม เพราะการปรับภาพลักษณ์แบรนด์และโลโก้ใหม่อย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะเข้าถึงหัวใจของวัยรุ่นได้ แต่จะต้องมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรองรับความต้องการลูกค้าวัยรุ่นที่หลากหลายเช่นกัน
เลอโนโวชอปใหม่
สีสันไลฟ์สไตล์นำ
ฝั่งร้านไอทีถึงคราวมีการปรับตัวเช่นเดียวกัน อย่างล่าสุดเลอโนโวเปิดร้าน Lenovo Exclusive Store ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ที่เน้นความเป็นสีสันด้วยสีส้มสดใส ต่างจากชอปในอดีตอย่างสิ้นเชิงที่ออกโทนสีเข้มตามผลิตภัณฑ์เด่นของ ThinkPad แต่เมื่อเลอโนโวหันมาโฟกัสตลาดคอนซูเมอร์มากขึ้นเรื่อยๆ ร้านแบบเดิมๆ จึงต้องถูกปรับครั้งใหญ่ให้เป็นร้านที่ตอบสนองกลุ่มลูกค้าคนยุคใหม่ยิ่งขึ้น
“เราต้องการไลฟ์สไตล์ชอปเพื่อตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มลูกค้าผู้บริโภค”
เป็นคำกล่าวของ ขจรเกียรติ อร่ามรัศมีกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในบ้าน ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด
Lenovo Exclusive Store ที่เปิดตัวล่าสุดอยู่บนเซ็นทรัลเวิลด์ และเป็น 1 ใน 3 ชอปที่เลอโนโวได้มีการปรับโฉมก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งที่พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ และที่เชียงใหม่ ตามแผนเลอโนโวจะมีการเพิ่มชอปรูปแบบใหม่ที่ไอทีมอลล์ฟอร์จูน ไอทีเซียร์ และที่เซ็นทรัล ขอนแก่น โดยภายในสิ้นปีหน้าเลอโนโวตั้งเป้าที่จะเปิดให้ครบ 10 สาขา
เลอโนโวชอปใหม่สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์ของเลอโนโวที่เป็นสินค้าแฟชั่นมากขึ้น จับกลุ่มที่เน้นความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น และการที่เลอโนโวเลือกเปิดชอปในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากจะสามารถขยายกลุ่มลูกค้าได้อีกกลุ่มหนึ่ง โดยเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงกว่าที่เดินตามศูนย์ไอทีต่างๆ ทำให้สามารถวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์บางรุ่นที่วางจำหน่ายในศูนย์ไอทีได้ด้วย
“ชอปทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์ของเลอโนโวมากยิ่งขึ้น และมีส่วนสำคัญในการสร้างอิมเมจให้กับเลอโนโวอย่างมาก”
ขจรเกียรติ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันวิถีชีวิตของผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบริษัทหรือลูกค้าทั่วไปเปลี่ยนแปลงไป สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวหมุนไว เลอโนโวจึงมองหาสิ่งต่างๆ ที่จะมาเติมเต็มชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้น ทางเลอโนโวจึงต้องการปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาด
|
|
 |
|
|