|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
“กูเกิล” ค่ายนี้ทำอะไรครึกโครมเสมอ และเขย่าไปทุกๆ วงการที่กูเกิลเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เหมือนกับการที่กูเกิลได้เปิดตัว “กูเกิล อีบุ๊กสโตร์” ร้านดาวน์โหลดอีบุ๊กที่ถูกคาดหมายว่าเป็นร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีหนังสือให้เลือกมากกว่า 3 ล้านเล่ม กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของวงการหนังสือทั่วโลก
กระแสของอีบุ๊กถูกจุดประกายให้ตื่นเต้นอีกครั้ง จากการที่กูเกิลเปิดบริการร้านอีบุ๊กของตนเองภายใต้ชื่อ Google eBookstore โดยมีการระบุว่าร้านหนังสือที่ถูกเปิดขึ้นนี้มีหนังสือมากกว่า 2.8 ล้านเรื่อง ได้เปิดให้คนออนไลน์ดาวน์โหลดไปอ่านได้ฟรี ขณะที่หนังสือ “หลายแสนเล่ม” นั้นจะวางจำหน่ายให้ผู้ที่ต้องการดาวน์โหลดไปอ่าน โดย ไมเคิล เคิร์กแลนด์ (Michael Kirkland) โฆษกกูเกิลให้ข้อมูลว่า ไฟล์อีบุ๊กที่วางจำหน่ายใน Google eBookstore นั้นเป็นหนังสือในเครือสำนักพิมพ์ชั้นนำ 6 รายในสหรัฐฯ
ร้านอีบุ๊กของกูเกิลนี้ ถูกจัดให้เป็นร้านหนังสือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่าร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมในสหรัฐฯ เช่น บาร์นส์แอนด์โนเบิล (Barnes and Noble) หรือบอร์เดอร์ส (Borders) และหากคำนวณจำนวนไฟล์อีบุ๊กรวม บริการ Google eBookstore จะมีปริมาณหนังสือมากกว่าอเมซอน แต่หากคำนวณในกลุ่มที่วางจำหน่าย จำนวนไฟล์ของอเมซอนจะมีมากกว่า โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า อเมซอนมีอีบุ๊กเพื่อจำหน่ายราว 750,000 เรื่อง และเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี 1.8 ล้านเรื่อง
การลงมาร่วมวงในตลาดอีบุ๊กของกูเกิลนั้นถูกมองว่าเป็นเพราะตลาดอีบุ๊กหรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์นับวันจะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับกระแสอิทธิพลของอุปกรณ์แท็บเลตที่ขยายวงกว้างอย่างก้าวกระโดด จุดนี้กูเกิลให้สัมภาษณ์ว่า จุดประสงค์หลักของ Google eBookstore คือการเปิดกว้างให้ผู้ใช้ได้เข้ามาดาวน์โหลดหนังสือฟรี จึงทำให้กูเกิลพัฒนาระบบให้รองรับการอ่านบนอุปกรณ์หลากหลายแพลตฟอร์ม
Google eBookstore จะสนับสนุนทั้งอุปกรณ์ที่เป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) และไอโอเอส (iOS) ของแอปเปิล โดยผู้ใช้สามารถย้ายไฟล์อีบุ๊กไปอ่านบนเครื่องอ่านอีบุ๊กรีดเดอร์ทั้งนุ๊ก (Nook) และโซนี่ รีดเดอร์ (Sony Reader) ได้ ซึ่งการสนับสนุนหลายแพลตฟอร์มลักษณะนี้จะอำนวยความสะดวกในกรณีที่หนอนหนังสืออ่านเรื่องใดค้างไว้ ก็จะสามารถดึงไฟล์มาอ่านต่อในอุปกรณ์อื่นได้แบบไม่สะดุด
กลุ่มหนังสือที่เก็บค่าบริการใน Google eBookstore จะจำกัดวงให้บริการเฉพาะในสหรัฐฯ เท่านั้นในขณะนี้ โดยผู้ซื้อสามารถเลือกหนังสือและอ่านได้ทั้งจากบนหน้าเว็บเพจและอุปกรณ์พกพา ไฟล์ทั้งหมดจะถูกจัดเก็บในระบบคลาวด์เพื่อให้การเรียกอ่านจากหลายอุปกรณ์ในช่วงหลากเวลาทำได้อย่างลื่นไหล
แต่ที่น่าสนใจคือ Google eBookstore ไม่สามารถใช้งานกับเครื่องอ่านคินเดิล (Kindle) ยอดฮิตของอเมซอนได้ สะท้อนภาพระบบปิดของอเมซอนที่แตกต่างจากระบบเปิดของกูเกิลแบบสุดขั้ว เท่ากับผู้ใช้คินเดิลในขณะนี้จะถูก “กำหนด” ให้ดาวน์โหลดอีบุ๊กจาก Amazon.com ร้านเดียวเท่านั้น
รายงานระบุว่า ส่วนแบ่งรายได้จากการจำหน่ายอีบุ๊กที่กูเกิลหักจากสำนักพิมพ์คือ 30% โดยสำนักพิมพ์จะได้รับรายได้ 70% โดยอัตราค่าบริการหนังสือใหม่ใน Google eBookstore เริ่มต้นที่ 10-15 เหรียญ (300-450 บาท)
วันนี้ต้องจับตาก้าวจังหวะของกูเกิล ว่าการขยับเข้ามาช่วงชิงในตลาดนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมากน้อยเพียงใด แต่รับรองว่าแค่นี้ก็สั่นสะเทือนไปหลายวงการที่เกี่ยวข้องแล้ว
|
|
 |
|
|