“เซ็นเตอร์วัน” ควักกระเป๋า 160 ล้านบาท รีโนเวตใหญ่ หลังไฟไหม้จากการชุมนุม ทวงรัฐขอวงเงินกู้ดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม ลุ้นเงินประกัน 130 ล้านบาท ยันเปิดทั้งศูนย์ ก.พ.54
นายรัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เปิดเผยว่า บริษัทใช้งบประมาณกว่า 160 ล้านบาท ในการรีโนเวตซ่อมแซมศูนย์ฯดังกล่าว หลังจากที่ปิดบริการเพราะถูกวางเพลิงจากการชุมนุมเมื่อช่วงต้นปีนี้ และคาดว่า จะสามารถเปิดเฟสแรกคือ โซนซอยร้อยร้านได้วันที่ 24 ธ.ค.นี้ และเปิดสมบูรณ์ทั้งศูนย์ประมาณเดือน ก.พ.54
“ที่ผ่านมา เราได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลแค่ 1 ล้านกว่าบาทเท่านั้นเอง เราจึงยื่นเรื่องไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องการขอวงเงินกู้เพิ่มจากอัตราดอกเบี้ยพิเศษเอ็มแอลอาร์-3 หรือประมาณ 4% เหมือนรายย่อย แต่ขอวงเงินกู้เพิ่มขึ้น เพราะเราเสียหายมาก ทุกวันนี้ต้องกู้เงินมาใช้เองก่อน ซึ่งหนี้เดิมก็ยังมีอยู่ มาบวกกับหนี้ใหม่อีก คาดว่า คงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-7 ปี จึงจะคืนทุนได้ ส่วนเงินประกันที่ทำไว้ 130 ล้านบาทนั้น ยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ เพราะขณะนี้เรื่องยังไม่สรุปว่า ศูนย์เราโดนก่อการร้าย หรือโดนก่อการจลาจล ซึ่งเรื่องประกันยังอยู่ระหว่างดำเนินการ”
สำหรับตัวอาคารศูนย์นั้น ขณะนี้คืบหน้ากว่า 80% แล้ว ที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบสภาพความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารจากบริษัท TACE จำกัด แล้ว โดยความเสียหายที่ผ่านมา คือ ชั้น 2, 3 และดาดฟ้าได้รับความเสียหายมาก ทุบออกและสร้างใหม่ ส่วนพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งได้รับควาเสียหายเล็กน้อย ซ่อมแซมด้วยวิศวกรรมชั้นสูงแล้ว ส่วนชั้นล่างอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี และยังเตรียมเพิ่มพื้นที่จอดรถอีกกว่า 200 คันจากเดิม 100 คัน
โดยพื้นที่รวมทั้งหมดเท่าเดิม คือ 8,000 ตารางเมตร มีการปรับพื้นที่บางส่วนเช่น ชั้น 3 ทำเป็นฟู้ดโซน รวมร้านอาหารไว้ที่นี่ ทั้งร้านเก่า และร้านใหม่ เช่น ซูกิชิ โชกุน ก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าพระยา เป็นต้น โดยรวมแล้ว ลูกห้องจะเป็นรายเก่า 95% และรายใหม่ 5% ซึ่งค่าเช่าพื้นที่ปรับขึ้น 10% ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ต้องปรับอยู่แล้วตามสัญญาเดิมที่จะหมดสิ้นปีนี้เหมือนกัน เฉลี่ยค่าเช่าห้องเริ่มตั้งแต่ 15,000-20,000 กว่าบาทต่อห้อง แต่จะลดค่าเช่า 20% นาน 6 เดือนหลังเปิดตัว นอกจากนั้น ยังปรับภาพลักษณ์ของศูนย์ฯด้วยการใช้สีขาวมุก สีทอง สีม่วง ทาภายนอกเพื่อให้ดูสดใส
ทั้งนี้ ปีหน้าจะใช้งบ 3 ล้านบาท เพื่อทำตลาดและจัดกิจกรรม คาดหวังว่า จะมีผู้เข้าใช้บริการมากกว่า 30,000 คนต่อวัน เหมือนเดิม ก่อนที่จะถูกผลกระทบจากการเมือง ทำให้เหลือเพียง 25,000 คนต่อวันเท่านั้น โดยยังคงจับกลุ่มเป้าหมายเดิม คือ กลุ่มวัยรุ่นระดับกลางรายได้ 10,000 บาทขึ้นไป อายุทีนเอจถึง 30 กว่า และคาดว่า จะมีรายได้ปีหน้าประมาณ 120 ล้านบาท ซึ่งมาจากค่าเช่าพื้นที่ทั้งหมด
|