Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา ธันวาคม 2553
โอกาสการค้าเสรีอาเซียน-จีน             
โดย นภาพร ไชยขันแก้ว
 


   
www resources

โฮมเพจ เขตการค้าเสรีอาเซียน - จีน

   
search resources

Commercial and business
International
เขตการค้าเสรีอาเซียน - จีน




เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ASEAN-China Free Trade Agreement) อาเซียนกับจีนได้ลงนามกรอบความตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน-จีน (Framework Agreement on ASEAN-China Comprehensive Economic Cooperation) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2545 เพื่อเป็นกรอบและแนวทางสำหรับการเจรจาจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆ

ต่อมาทั้งสองฝ่ายได้สรุปการเจรจาและลงนามในความตกลงด้านการค้าสินค้า ระหว่างอาเซียน-จีน (Agreement on Trade in Goods of the Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation between the ASEAN and China) ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2547 ณ กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว

การเปิดเสรีการค้าสินค้า แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ การลดภาษีสินค้าบางส่วน ทันที (Early Harvest Program) และการลดภาษีสินค้าทั่วไป

การลดภาษีสินค้า Early Harvest Program จะครอบคลุมสินค้าเกษตร เช่น เนื้อสัตว์ และส่วนอื่นของสัตว์ที่บริโภคได้ ปลา ผลิตภัณฑ์นม ไข่สัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ต้นไม้ พืชผักที่บริโภคได้ และผลไม้และลูกนัตที่บริโภคได้)

อาเซียนและจีนรวมทั้งไทยมีกำหนด จะร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตรกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การลงทุน และการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง และความร่วมมือด้านต่างๆ อาทิ ศุลกากร การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา การจัดตั้ง ศูนย์กลางในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการค้าและการลงทุน การพัฒนาความตกลงให้มีการยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangements: MRA) การดำเนินการตามแผนงานในกรอบความร่วม มืออนุภูมิภาคแม่น้ำโขง และการให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิกใหม่อาเซียน

ศูนย์วิจัยข้อมูลกสิกรไทย เปิดเผยว่าความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจอาเซียน-จีนที่เกิดขึ้น จะทำให้การส่งออกของไทยไปจีนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นโดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการปรับลดภาษีสินค้า ปกติภายใต้กรอบ FTA อาเซียน-จีน เหลือร้อยละ 0 ในวันที่ 1 มกราคม 2553

นอกจากนี้แรงขับเคลื่อนสำคัญจากเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนจะมีตัวจักรสำคัญมาจากความต้องการภายในจีน เนื่องจากความอ่อนแรงของภาคการบริโภคในตลาดต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้ทางการจีนยังคงดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนต่อไปในปี 2553 ซึ่งในระยะยาวคาดว่าความต้องการภายใน ของจีนจะมีน้ำหนักต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจีนมากขึ้น

ขณะที่ภาคส่งออกต้องเผชิญกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศพัฒนาแล้วโดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่หันไปเน้นการออมมากขึ้น ทำให้แรงขับเคลื่อนจากภาคส่งออกของจีนต้องอ่อนแรงลงไป เศรษฐกิจจีนที่เน้นการเติบโตของภาคการบริโภคภายในตามการขยายตัวของเขตเมืองและการขยายความเจริญเข้าไปในพื้นที่ชนบทและพื้นที่มณฑลตอนใน ซึ่งถือว่ายังมีศักยภาพการเติบโตอีกมาก จะเป็นฐานการบริโภคที่สำคัญของจีนในระยะต่อไป

ส่วนมณฑลทางชายฝั่งตะวันออกและใต้ที่เป็นฐานการผลิตส่งออกที่มีระดับการพัฒนาสูงตามการเติบโตของภาคส่งออกในช่วงที่ผ่านมาเริ่มถึงจุดอิ่มตัว ระดับรายได้ของประชาชนจีนที่สูงขึ้นจะส่งผลให้พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าและความต้องการบริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยจะเน้น ความสะดวกสบายมากขึ้น และคำนึงถึงรูปแบบของสินค้าที่มีการออกแบบอันทันสมัย รวมถึงเน้นคุณภาพสินค้ามากขึ้น ปัจจัยด้านราคาอาจลดความสำคัญลงไป ทำให้สินค้าที่ตอบสนองรายได้ระดับกลาง-บนน่าจะขยายตัวได้ดีขึ้น

สินค้าส่งออกของไทยที่ได้อานิสงส์จากการลดภาษีของจีนเป็นร้อยละ 0 ในวันที่ 1 มกราคม 2553 และ

การเติบโตของความต้องการภายใน ของจีนในปี 2553 และในระยะยาว ได้แก่ สินค้าอาหาร/เครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้ (องุ่น) ผลไม้กระป๋อง (เชอร์รี่ พีช) ไวน์ ไอศกรีม ของใช้ เช่น กระเป๋า เครื่องหนัง เสื้อผ้า สิ่งทอ อัญมณี/เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องสำอางและน้ำหอม

ส่วนธุรกิจภาคบริการของไทยที่มีแนวโน้มจะขยายการลงทุนในจีนได้สะดวก มากขึ้นจากการเปิดตลาด

ภาคบริการในรอบที่ 2 ที่ครอบคลุม กิจกรรมสาขาบริการที่กว้างขึ้น และโอกาส ของธุรกิจบริการไทยในจีนที่น่าจะมีศักยภาพ ได้แก่ โรงแรม ธุรกิจสปา/นวดแผนไทย ร้านอาหาร โรงพยาบาล คลินิกเฉพาะทาง ศูนย์ Day Care และการศึกษาด้านวิชาชีพ

ขณะเดียวกันแนวโน้มธุรกิจที่จีนจะเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นในภาคบริการ เช่น ธุรกิจก่อสร้าง ภาคธนาคาร โรงแรม ศูนย์บริการด้านสุขภาพ ธุรกิจสปา

ส่วนภาคการผลิต ได้แก่ เกษตรแปรรูป/อาหาร เครื่องดื่ม ยานยนต์ พลังงานทางเลือก ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์ยาง

อย่างไรก็ตาม ไทยอาจต้องเผชิญการแข่งขัน กับประเทศอาเซียนอื่นๆ ในตลาดจีนซึ่งประเทศอาเซียนอื่นๆ ก็จะได้รับประโยชน์จากการเปิดเสรีภาคการค้าสินค้าและบริการภายใต้ FTA อาเซียน-จีน เช่นเดียวกับไทย รวมทั้งการเผชิญกับการแข่งขันที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นในประเทศจากการที่ไทยต้องเปิดตลาดสินค้าและภาคบริการให้จีนภายใต้ความตกลง FTA เช่นกัน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า อัญมณี/เครื่องประดับ

นอกจากนี้ แม้ว่าการส่งออกสินค้าของไทยไปจีนจะได้อานิสงส์จากการปรับลดภาษีเป็นร้อยละ 0 การลดเงื่อนไขการเข้าไปจัดตั้งธุรกิจภาคบริการหลายสาขาในจีน แต่ผู้ประกอบการไทยยังอาจต้องเผชิญอุปสรรคหลายด้าน เช่น ด้านการส่งออก ผู้ส่งออกอาจต้องถูกเรียกเก็บภาษีท้องถิ่น ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ในจีนถือว่าค่อนข้างสูง รวมทั้งมาตรการทางการค้า ของจีนที่กำหนดมาตรฐานสินค้านำเข้าที่เข้มงวด เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอาหาร ส่วนธุรกิจบริการอาจต้องประสบกับกฎระเบียบภายในของจีนที่เข้มงวดเกี่ยวกับมาตรฐานการให้บริการและมาตรฐานแรงงาน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us