|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลาดเครื่องดื่มคึกคัก หลังตระกูลบุลสุขเทขายหุ้นเสริมสุขทิ้ง ชี้เสี่ยเจริญ จ่อซื้อหุ้นSSC ฮุบเสริมสุข ชูระบบลอจิสติกส์แข็งแกร่งเสริมศักยภาพนอนแอลกอฮอล์ ด้านคนวงในระบุแม้ขายหุ้นทิ้ง“สมชาย บุลสุข” ยังรั้งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการบริหาร โครงสร้างการบริหารงานใช้โมเดล"โออิชิ" พร้อมยันตระกูลบุลสุขไม่มีหุ้นในเอสเอส เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จับตาประชุมผู้ถือหุ้นเสริมสุขวันที่ 14 ธค.นี้ ด้าน”เป๊ปซี่-โคล่า”มรสุมรอบด้าน
จากรายงานข่าวจากจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ระบุว่า นายสมชาย บุลสุข ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท เสริมสุข จำกัด(มหาชน)หรือSSC ได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมด 40,528,717หุ้น หรือคิดเป็น 15.24% และ นายฐิติวุฒิ์ บุลสุข ได้ขายหุ้นจำนวน 14,290,489 หุ้น หรือคิดเป็น 5.37 % ผ่านการทำคำเสนอซื้อ(เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) ให้กับ บริษัท เอสเอส เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด ทั้งหมดรวม 20.61%
การขายหุ้นของนายสมชาย และนายฐิติวุฒิ์ บุลสุข แบบเกลี้ยงพอร์ต โดยยกล็อตให้กับ บริษัท เอสเอส เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด ผู้ทำเทนเดอร์ฯ ในราคาหุ้นละ 42 บาท ทำให้ผลการทำเทนเดอร์ฯสำเร็จ ได้หุ้นทั้งหมด 32 %“ ซึ่งมีความเชื่อมั่นว่ากลุ่มของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี จะต้องเป็นกลุ่มที่เข้ามาซื้อหุ้นSSCแบบยกล็อตต่อจาก บริษัท เอสเอส เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด เพราะบริษัทดังกล่าวไม่มีความสามารถ ที่จะบริหารหรือไปต่อรองกับทางกลุ่มเป๊ปซี่-โคลา
ด้านแหล่งข่าววงการเครื่องดื่ม กล่าวว่า การขายหุ้นSSCทิ้งทั้งหมดของตระกูลบุลสุขจำนวน 20.61% ในครั้งนี้ ยังไม่มีผลทำให้ถึงตำแหน่งของ”สมชาย บุลสุข” ซึ่งปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) รวมถึงโครงสร้างขององค์กรของบริษัทเสริมสุขทั้งหมด ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับที่ไทยเบฟฯ เข้าไปเทคโอเวอร์โออิชิ กรุ๊ป โดยที่ผ่านมามี"ตัน ภาสกรนที" ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัด แต่ในอนาคตก็สามารถบอกได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า “สมชาย บุลสุข” ไม่ได้มีหุ้นอยู่ในบริษัทเอสเอส เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด แต่อย่างใด และต้องจับตาในวันที่ 14 ธันวาคม นี้ เสริมสุขจะมีการประชุมผู้ถือหุ้น
แหล่งข่าววงการเครื่องดื่ม กล่าววิเคราะห์ว่า กรณีที่ไทยเบฟฯ เข้าซื้อหุ้นของเสริมสุขภายใต้ตระกูลบุลสุข จำนวน 20.61% จะช่วยทำให้บริษัทไทยเบฟฯ มีความแข็งแกร่งด้านระบบการลอจิสติกส์หรือด้านกระจายสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ อาทิ น้ำดื่มช้าง โซดาช้าง ชาเขียวโออิชิ อะมิโน พลัส เครื่องดื่มชูกำลังแรงเยอร์ และรวมไปถึงสินค้าของบริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ได้อีก ซึ่งบริษัทเสริมสุขมีความแข็งแกร่งการกระจายสินค้าในช่องทางเทรดิชันนัลเทรด อาทิ ร้านอาหาร ยี่ปั๊ว-ซาปั๊วต่างๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ไม่เพียงเสริมสุขจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านระบบกระจายสินค้าให้กับกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ของไทยเบฟฯ จากศักยภาพของเสริมสุข ที่ มีโรงงานทั้งหมด 6 แห่ง มีแวร์เฮ้าส์ 48 สาขา รถขาย 1,500 คัน แต่ยังช่วยเสริมสร้างการผลิต โดยยกตัวอย่างว่า หากกลุ่มไทยเบฟฯ คิดจะผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมแบรนด์หนึ่งขึ้นมา ก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากนัก เนื่องจากถือว่าตลาดน้ำอัดลมมีขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่บิ๊ก โคล่า เป็นแบรนด์จากประเทศเปรู ยังสามารถเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดต่างจังหวัดได้ถึง 20% เพียงไม่กี่ปี จึงไม่ได้เป็นเรื่องยากสำหรับไทยเบฟลุยเครื่องดื่มอัดลม
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน เป๊ปซี่ เป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม ครองส่วนแบ่งกว่า 50% จากมูลค่า 35,000 ล้านบาท ทิ้งห่างโค้กเพียงเล็กน้อย ส่วนอาเจ บิ๊ก โคล่า มีส่วนแบ่งเกือบ 10% ซึ่งต้องยอมรับว่า เสริมสุขเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เป๊ปซี่ (ไทย) สามารถกุมชัยชนะเหนือโค้กได้เพียงไม่กี่ประเทศในโลก อย่างไรก็ตามหากกลุ่มเจริญ เข้าซื้อหุ้นเสริมสุข นั่นหมายถึงความสั่นคลอนของเป๊ปซี่ ที่เจอคู่แข่งรุมเร้ารอบด้าน
|
|
 |
|
|