ซีพีเอฟ ลุยแฟรนไชน์เต็มสูบ ใจดียกเว้นค่าแฟรนไชน์ออกไปอีก 1ปี เล็งปีหน้าขยายร้านข้าวมันไก่ร่วม 350 สาขา,เรดดี้มีล อีก 150สาขา หวังดันรายได้ทะลุ 4,400ล้านบาท เติบโต 15% ส่วนปีนี้ทำได้ 3,800 ล้านบาท โต 9%
นายสถิต สังขนฤบดี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ห้าดาว เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของ ห้าดาว จะมุ่งเน้นเรื่องการทำธุรกิจแฟรนไชน์แบบ 100% ในทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งปัจจุบัน มีอยู่ 3กลุ่ม คือ ไก่ย่าง 5ดาว, ไก่ทอด 5ดาว และกลุ่มธุรกิจใหม่อีก 3แบรนด์ คือ ร้านห้าดาวข้าวมันไก่, ห้าดาวเรดดี้มีลและบะหมี่เกี๊ยวกุ้งห้าดาว
ทางบริษัทได้เข้ามารุกในส่วนธุรกิจใหม่2-3ปีแล้ว ปัจจุบัน มีจำนวนร้านห้าดาวข้าวมันไก่ 250สาขา ปีหน้ามีแผนจะเพิ่มอีก 350สาขา ส่วนร้านบะหมี่เกี๊ยวกุ้งห้าดาว มีอยู่ 60สาขา สิ้นปีนี้จะครบ 100สาขา ปีหน้าจะเพิ่มอีก 150สาขา และในส่วนของเรดดี้มีลห้าดาวนั้น มีอยู่ 50จุดขาย ปีหน้าจะขยายจุดขายต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุน จะอยู่ที่ 25,000 บาท ต่อการลงทุน 1ร้านรวมแล้วในปีหน้าคาดว่าจะใช้งบลงทุนทั้งสิ้น 150ล้านบาท ส่วนงบการตลาดใช้ 150ล้านบาทเช่นกัน
ทั้งนี้ปีหน้าบริษัทจะยกเว้นค่าแฟรนไชน์ต่ออีก 1ปี เพราะมองว่าในปีหน้าสภาพเศรษฐกิจยังไม่ค่อยดี จึงมองเป็นจุดแข็งในการนำมาใช้เป็นกลยุทธ์แก่ผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพ เพราะใช้เงินลงทุนไม่สูงมากนัก เพียง25,000 บาท คาดว่าถึงสิ้นปีหน้าบริษัทจะมีรายได้ถึง 4,400ล้านบาท เติบโต 15% ซึ่งการเติบโตมาจากการขยายสาขาเพิ่มเป็นหลักซึ่งอาจจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้ปรับเปลี่ยนไปบ้าง คือ กลุ่มไก่ย่างห้าดาวจาก 70% อาจเหลือ 65% และกลุ่มธุรกิจใหม่จะเพิ่มเป็น 15% จาก 5% ที่เหลือ คือ ซุ้มไก่ทอดห้าดาวอีก 20% ขณะที่สิ้นปีนี้เชื่อว่า จะมีรายได้รวมที่ 3,800ล้านบาท เติบโต 9%
นายสถิต กล่าวต่อว่า แผนการดำเนินธุรกิจของห้าดาว จะเพิ่มไลน์ธุรกิจใหม่ปีละ1รายการ หรือในอีก 5ปีข้างหน้า อาจจะได้เห็นธุรกิจใหม่ถึง 10รายการ ขณะที่สัดส่วนรายได้นั้นจะต้องปรับเปลี่ยนไปเช่นกัน โดยไก่ย่างห้าดาวและไก่ทอดห้าดาวอาจจะอยู่ที่ 40% และธุรกิจใหม่เพิ่มเป็น 60% แทน
|