ตลาดเวชสำอางครึกครื้นรับดีมานด์สาวอยากสวย ค่ายแปซิฟิก คอสเมติก เข็น “ดร.จาร์ท” บุกชิงพื้นที่ผิวหน้าสาวไทย ทุ่ม 2.5 ล้านบาท เปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์อย่างเป็นทางการ หลังสะดุดห้างปิดเมื่อต้นปี โดยหันไปผนึกวัตสันเป็นช่องทางกระจายสินค้าแทน พร้อมรุกเข้ม Call Center หลังพบเป็นช่องทางที่มีศักยภาพ สร้างยอดขายใกล้เคียงวัตสัน วางงบตลาด 6 ล้านบาท อัดโปรโมชั่นแรงทุก 3 เดือน การเข้าปักธงในเวชสำอางเมืองไทยครั้งนี้ ดร.จาร์ทหวังแชร์ส่วนแบ่งจากยูเซอริน, วิชชี่ ในปีแรกเพียง 30 ล้านบาท
อุณหภูมิการแข่งขันในตลาดเครื่องสำอางบ้านเรา เรียกได้ว่าระอุในทุกตารางนิ้ว เพราะไล่ไปตั้งแต่แบรนด์ระดับแมสไปถึงระดับพรีเมียม ก็ไม่มีแบรนด์ใดจะยอมลดราวาศอกแม้แต่น้อย และดูเหมือนว่าจะยิ่งทุ่มสรรพกำลังเข้ามาสาดใส่กันอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่มุมการแข่งขันในตลาดเวชสำอาง ที่เหมือนจะมีผู้เล่นหลักๆ เพียงไม่กี่ราย ทว่า เป็นอีกเซกเมนต์หนึ่งที่ถูกจัดเป็นเกมรบร้อนๆ ในชั่วโมงนี้
ปัจจุบัน ตลาดเวชสำอางในเมืองไทยที่จำหน่ายในช่องทางแมสอย่างร้านสุขภาพและความงามมีมูลค่าประมาณ 1,800 ล้านบาท โดยแบรนด์ยูเซอริน คือผู้นำที่ครองพื้นที่กว่า 70% ทิ้งห่างคู่แข่งแบบขาดลอย แต่เมื่อรวมเวชสำอางระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ด้วย เค้กก้อนนี้จะมีมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท และนี่คือ อีกหนึ่งความเย้ายวนชวนให้มีผู้เล่นโดดเข้ามาเป็นจำนวนมาก
“ดร.จาร์ท” (Dr.Jart+) อินเตอร์แบรนด์สัญชาติเกาหลี คือ ผู้เล่นรายล่าสุดที่เข้ามาปักธงในตลาดเวชสำอางบ้านเรา โดยมีค่ายแปซิฟิก คอสเมติกเป็นผู้ได้รับสิทธิ์นำเข้ามาจำหน่ายตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และเลือกเปิดตัวในรูปแบบชอปที่เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้เงินลงทุนกว่า 2.5 ล้านบาท พร้อมกำหนดเป็นแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในเมืองไทย แต่ด้วยผลกระทบจากเหตุการณ์ปิดห้าง ทำให้แบรนด์น้องใหม่นี้ต้องเบรกแผนรุกตลาดในครั้งแรก และหันมาใช้แผนสองในการลุยตลาดแทน
ด้วยการหันมาจับมือกับวัตสัน เพื่อนำแบรนด์ ดร.จาร์ทเข้าไปจำหน่าย โดย ปณิตา พัฒนาหิรัญ กรรมการ บริษัท แปซิฟิก คอสเมติก จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายสินค้าแบรนด์ “ดร.จาร์ท” บอกว่า ทางบริษัทแม่ของ ดร.จาร์ทได้แนะนำให้นำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในช่องทางวัตสัน เหมือนการทำตลาดในเกาหลี ที่ไม่เพียงแต่จะเน้นช่องทางออนไลน์ แต่ยังเน้นกระจายผ่านร้านวัตสันเช่นกันด้วย ทั้งนี้เพื่อสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคในวงกว้างหลังไม่สามารถเปิดแฟลกชิปสโตร์ได้ตามกำหนด
ทว่า เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคสับสนกับโพซิชันนิ่งของแบรนด์ ดร.จาร์ท ที่เป็นเวชสำอาง ระดับพรีเมียม มีราคาตั้งแต่ 1,500-5,000 บาท ผู้บริหารค่ายแปซิฟิกจึงรุกขยายสู่ช่องทางออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์ และจากความได้เปรียบในการเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงของ หนิง-ปณิตา ในบทบาทนักแสดง ที่วันนี้เป็นหนึ่งในกรรมการของบริษัท แปซิฟิก ควบคู่กับการทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ (ขณะที่พรีเซนเตอร์จะใช้คนเกาหลีเหมือนกันทั่วโลก) ทำให้เฟซบุ๊กกลายเป็นช่องทางสื่อสารที่นับว่ามีประสิทธิภาพ ทั้งในการสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ การแนะนำสินค้าที่มีให้เลือกหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มเบสิก สกินแคร์, ไบรท์เทนนิ่ง, AGE-X สำหรับการลดเลือนริ้วรอย , ACNE-X สำหรับผู้มีปัญหาสิว, Pore-X กลุ่มกระชับรูขุมขน ซึ่งจะมีการนำสินค้าใหม่เข้ามาเฉลี่ยทุก 4 เดือน ที่สำคัญยังเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ไม่เพียงเท่านี้ ตลาดในเคเบิลถือเป็นอีกช่องทางที่น้องใหม่รายนี้ให้ความสนใจ เพราะนอกจากเป็นช่องทางที่ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูงเหมือนการนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในห้างแล้ว จะเห็นว่าผลตอบรับทั้งด้านการรับรู้แบรนด์และยอดขายก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจด้วย
“บริษัทนำ ดร.จาร์ทเข้าไปในลักษณะไทอินกับรายการ และร่วมกับคอลเซ็นเตอร์ 1577 ในการสั่งซื้อสินค้า ซึ่งพบว่าเป็นช่องทางที่ทำยอดขายได้ใกล้เคียงกับการจำหน่ายในร้านวัตสัน โดยเดือนแรกที่ขายในวัตสันเรามียอดขายประมาณ 1 ล้านบาท แต่หลังจากประชาสัมพันธ์มากขึ้น พบว่าในเดือนต่อๆ มาก็มียอดขายเพิ่มเป็นเท่าตัว”
อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างและสะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์ที่เป็นเวชสำอางระดับพรีเมียมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้บริหารรายนี้จึงยังให้น้ำหนักความสำคัญกับแฟลกชิปสโตร์ ที่ล่าสุดสามารถเปิดให้บริการได้แล้วเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา และคาดว่าจะทำแกรนด์โอเพนนิ่งในเร็วๆ นี้ ผู้บริหารแบรนด์ ดร.จาร์ท อธิบายว่า แม้ในเกาหลี แบรนด์นี้จะเน้นจำหน่ายบนออนไลน์ ซึ่งเป็นไปตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค แต่ ดร.จาร์ทก็ถือเป็นพรีเมียมแบรนด์ โดยในไทยอาจยังไม่คุ้นเคยกับการจำหน่ายผ่านออนไลน์มากนักเมื่อเทียบกับคนเกาหลี ดังนั้น เราจึงต้องมีแฟลกชิปสโตร์เพื่อสะท้อนโพซิชันนิ่งแบรนด์ให้ชัดเจน และคาดว่ากลางปีหน้าก็จะขยายเพิ่มในต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ส่วนการขยายไปสู่ร้านขายยา หรือเชนสโตร์ คาดว่าจะเริ่มได้ประมาณกลางปีหน้า หลังหมดสัญญาเป็นสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟในร้านวัตสัน
ขณะเดียวกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้ได้ง่ายขึ้น ค่ายแปซิฟิกฯ จึงอัดฉีดงบกว่า 10 ล้านบาท สำหรับการทำตลาดในช่วง 6 เดือน เพื่อจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม เต็มที่เฉลี่ย 3 เดือนครั้ง โดยโปรโมชั่นล่าสุด คือ การให้ส่วนลด 10% สำหรับการซื้อสินค้าชิ้นแรก พร้อมรับส่วนลด 30% สำหรับการซื้อชิ้นที่ 2 ทันที และหลังจากหมดโปรโมชั่นดังกล่าวในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว ผู้บริหารค่ายนี้ก็เตรียมจัดสินค้าแบบกิฟต์เซตในราคาพิเศษ ต้อนรับเทศกาลในช่วงส่งท้ายปีด้วย
แม้ตอนนี้ ดร.จาร์ท อาจไม่ใช่คู่ชกตรงตัวกับ ยูเซอริน แต่ด้วยระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน โดยค่ายแปซิฟิกฯ จัดราคาขาย ดร.จาร์ทในไทยเริ่มที่ 1,500-5,000 บาท ต่างจากเกาหลีไม่เกิน 20% พร้อมชูแผนปีหน้าเตรียมรุกช่องทางร้านขายยา ร้านเชนสโตร์ และร้านเพื่อสุขภาพความงามอื่นๆ กอปรกับการขอแชร์ส่วนแบ่งปีแรก (มี.ค.53-มี.ค.54) ที่ 30 ล้านบาทจากตลาดเวชสำอาง เชื่อว่าเราคงได้เห็นการต้อนรับน้องใหม่จากผู้นำ เร็วๆ นี้
|