|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
จุดเริ่มของการเรียนรู้ธุรกิจครอบครัวของ “ศยามล กาญจนวิสิษฐผล” ผู้บริหารวัย 29 ปี กับบทบาทกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนเดย์ โกลบอล และ หจก.เอ เอส เวิลด์ เทรดดิ้ง จากโมเดลซื้อมาขายไปรุ่นพ่อแม่ กระทั่งแตกไลน์สู่ธุรกิจส่งออก จนปัจจุบันมีโรงงานผลิตขนมขบเคี้ยว สินค้าผลไม้กรอบเพื่อสุขภาพ เป็นเบอร์หนึ่งตลาดส่งออก และเป้าหมายขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งในประเทศ ชิงตลาดสแน็กเพื่อสุขภาพมูลค่า 7 – 8 พันล้านบาท
เมื่อถามถึงแนวคิดจับผักสด ผลไม้ อย่าง กระเจี๊ยบ, ขนุน,ทุเรียน, กล้วย เปลี่ยนจากอาหาร มาเพิ่มมูลค่าเป็นขนมกินเล่น เธอกล่าวว่า ที่มา จุดประกายจากความคิดที่ไม่หยุดนิ่งและมองเห็นโอกาสจากไอเดียแปลกใหม่นำมาคิดต่อยอด ทั้งนี้จากความคิดของคนรุ่นใหม่ที่มีแนวการทำธุรกิจที่มองกระแสให้ทันยุคสมัย ดังนั้นเมื่อผ่านช่วงเวลาการตั้งไข่ จุดกระแสให้ผักผลไม้กรอบเริ่มติดตลาดจากแบรนด์ “กรีนเดย์” ที่เริ่มวางตลาดมา 5 ปี ปัจจุบันมีการพัฒนารสชาติ ให้ถูกใจกลุ่มวัยมันส์โดยใส่วาซาบิลงไป และออกมาทำตลาดภายใต้แบรนด์ “ Herboso” ซึ่งเป็นอีกเจเนอเรชั่น คือ กลุ่มวัยรุ่น
การทำงานไม่ได้มีเฉพาะความสำเร็จ โดยเฉพาะการแจ้งเกิดสิ่งใหม่ๆ เธอกล่าวว่า อุปสรรคของการทำตลาดในประเทศ คือการสร้างการยอมรับ การรับรู้ จากสแน็กที่มีวัตถุดิบจากผัก ถือว่าเป็นสินค้าใหม่ ซึ่งต้องมีการหยิบกระแสด้านสุขภาพมาเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันให้ยอดขายเพิ่ม เช่นเดียวกับการเปิดรับตลาดในประเทศที่เห็นความสำคัญของประโยชน์ที่ได้รับจากสแน็กที่ผลิตมาจากผัก
“อุปสรรคตอนทำสินค้าช่วงแรกระยะเวลา 2-3 ปี รูปแบบแพ็กเก็จจิ้ง ทำให้การสื่อสารไม่เข้าถึง พลาดการเข้าถึงกลุ่มที่กินผัก ซึ่งตลาดสินค้าสุขภาพมีกลุ่มลูกค้าของตัวเอง ถ้าแพกเกจจิ้งเหมือนขนมทั่วไป ลูกค้ากลุ่มที่กินผักจะไม่รู้ว่าเป็นขนมเพื่อสุขภาพ ซึ่งเรามีการถอยมาดูการทำตลาด ค่อยๆแก้ไขทีละจุด ”
เป้าหมายของผู้บริหารวัย 29 ปี กับการดูแลงานทางด้านการตลาด โดยมีฐานธุรกิจเดิมรุ่นพ่อนำมาต่อยอด โดยการสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างตราสินค้า จากนี้ไปคือการมีส่วนแบ่งตลาดสแน็คเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นจาก 10 % วางเป้าหมายเป็น 40% โดยตั้งเป้าปี 2552 – 2553 อัตราการเติบโตประมาณ 20% จากปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตปี 10 %
สำหรับวิธีการเพื่อกรุยทางไปถึงเป้าหมายขึ้นอยู่กับขยับขยายตลาด ทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ เธอกล่าวว่า จะมีการหาพาร์ตเนอร์เป็นช่องทางกระจายสินค้า จากปัจจุบันมีตลาดหลักเป็นกลุ่มลูกค้าโรงแรมของจังหวัดชลบุรีที่เน้นบริการชาวต่างชาติ อีกทั้งรุกหนักตลาดส่งออกที่มีสัดส่วนขาย 60% ไปที่ประเทศอเมริกา โดยจะมีตั้งทีมขายประสานงานขาย
แม้จะก้าวไปข้างหน้าด้วยแนวคิดใหม่ๆ แต่วันข้างหน้า “ศยามล ” มีแนวคิดจะผสมผสานจุดแข็งของคน 2 ยุคระหว่างสิ่งที่เป็นรากธุรกิจครอบครัวกับธุรกิจสมัยใหม่ โดยหลังจากขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ และเมื่อตราสินค้ามีแข็งแกร่งแล้ว จะมีการนำโมเดลซื้อมาขายไปมาใช้ โดยเป็นตัวกลางในการนำเข้าสแน็กเพื่อสุขภาพจากประเทศเข้ามาทำตลาด
|
|
 |
|
|