วันที่ 28 พฤศจิกายน 2532 มนตรี พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสนอเรื่องให้ไทยแสทเป็นผู้ลงทุนในโครงการดาวเทียมสื่อสาร
ให้คณะรัฐตรีพิจารณาอนุมัติ
ปรากฏว่าพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายยกรัฐมนตรี ให้กระทรวงคมนาคมถอนเรื่องออกไปก่อนเพราะนายกรัฐมนตรีได้รับข้อมูลมาว่าโครงการส่งดาวเทียมเอเชียแสท
อาจจะต้องล้มเลิกไป ไม่มีการยิงดาวเทียมตามกำหนด
ทุกคนงงกันอย่างมากกับท่าทีของพลเอกชาติชายในเรื่องนี้ และก็ไม่มีใครทราบต้นตอที่มาของข่าว
ที่นายกรัฐมนตรีได้รับ
แม้จะไม่มีเหตุผลที่แน่ชัดจากนายกรัฐมนตรี แต่คนในวงการกล่าวว่า อาจะเป็นเพราะสหรัฐจะไม่ส่งดาวเทียมให้จีน
เนื่องจากขณะนั้น ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศไม่ค่อยราบรื่นนัก เกี่ยวกับเรื่องการปราบปรามนักศึกษาอย่างรุนแรงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน
อีกประมาณ 4 เดือนถัดมา โครงการเอเชียแสทพิสูจนิคำพูดของนายกรัฐมนตรีไทย
ด้วยการยิงดาวเทียมเอเชียแสทไปเมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา จากสถานีส่งดาวเทียมของจีน
บริษัทเอเชียแสท(ASIA SATELLITE TELECOMMUNICATIONS CO.LTD.) เป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่างบริษัทฮัทชิสัน
วอมปาว (HUTCHISON WHAMPOA) กับบริษัทเคเบิลแอนด์ไวร์เลส(CABLE & WIRELESS)
และซีทิค(CHINA INTERNATIONAL TRUST AND INVESTMENT CORPORATION) ลงขันฝ่ายละ
120 ล้านเหรียญสหรัฐ มีวัตถุประสงค์ที่จะยิงดาวเทียม เพื่อการสื่อสาร ซึ่งก็คือดาวเทียมเอเชียแสทนี่เอง
ทั้งนี้จะเน้นลูกค้าทางแถบเอเชียเป็นหลัก
ผู้บริหารของบริษัทกล่าวว่าประเทศลูกค้าจะต้องเสียค่าใช้จ่าย 1.5 - 2 ล้านเหรียญสหรัฐ
ต่อปี ต่อหนึ่งช่องสัญญาณ และหากมีผู้เช่าสัญญาณเต็มเท่าที่มีอยู่คือ 24
ช่อง บริษัทจะคืนทุนภายใน 4 ปี ทั้งนี้ดาวเทียมมีอายุการใช้งานทั้งสิ้น 10
- 12 ปี
ข่าวล่าสุดแจ้งว่า จากจำนวน 24 ช่องสัญญาณที่มีอยู่มีผู้เช่าไปแล้ว 16
ช่อง แต่ที่น่าสังเกตก็คือใน 16 ช่องนี้ ฮัทชิสันเทเลคอมมูนิเคชั่น(HUTCHISON
TELECOMMUNICATION)บริษัทในเครือของฮัทชิสัน วอมปาว เป็นผู้เช่าสิทธิ์เพื่อไปให้เช่าช่วงต่ออีกที
ผู้สันทัดกรณีในวงการโทรคมนาคมกล่าวว่า การใช้เช่าช่องสัญญาณในมูลค่าช่องละ
1.5 - 2 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี สำหรับประเทศในเอเชียซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนา
นับว่าสูงมากและอาจยังจะไม่จำเป็นนักสำหรับหลายประเทศ ดังนั้น บริษัทเอเชียแสทโดยเฉพาะฮัทชิสันที่เหมาไป
12 ช่องสัญญาณคงต้องดำเนินกลยุทธ์อย่างหนักเพื่อบรรลุเป้าหมาย ที่จะคืนทุนใน
4 ปี
ในไทยฮัทชิสันร่วมทุนกับบริษัทปิยะอนันต์ บริษัทล็อกซเล่ย์และบริษัทเคเบิ้ลแอนด์ไวร์เลส
ตั้งบริษัทไทยแสทเพื่อเจรจากับรัฐบาลไทยในเรื่องดังกล่าว โดยไทยแสทจะเป็นผู้ลงทุน
เช่าช่องสัญญาณและรับสัมปทาน แต่ไป ๆ มา ๆ ไทยก็กลับมีท่าทีไม่ชัดเจนเป็นอย่างมากนับแต่พลเอกชาติชายออกมากขวางในที่ประชุม
ครม. ครั้งนั้น ทั้งที่ไทยน่าจะเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นลูกค้าในสายตาเอเชียแสท
ฮัทชิสันเป็นบริษัทของ "ลีกาชิง" มหาเศรษฐีระดับโลกชาวฮ่องกง
ผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ บทบาทของฮัทชิสันในไทยล่าสุดก็คือได้รับสัมปทานเพ็จจิ้งทั่วประเทศจากองค์การโทรศัพท์
จากการเคลื่อนไหวทั้งหมดข้างต้น เชื่อได้เลยว่า เรื่องดาวเทียมเอเชียแสทคงต้องเข้าครม.
อีกครั้งแน่ ๆ ไม่ช้าก็เร็ว!