|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตั้งแต่ปี 2553 ที่ผ่านมาธุรกิจที่ดำเนินกลยุทธ์การขยายสาขาด้วยแฟรนไชส์แทบจะกระอักเลือด ด้วยปัจจัยการเมืองปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อตัวธุรกิจอย่างรุนแรง ทั้งบรรยากาศการจับจ่ายที่ทำให้ยอดขายแต่ละสาขาลดฮวบ แม้ว่าธุรกิจนั้นๆ จะเป็นอาหารเครื่องดื่ม ด้วยความไม่สงบปลอดภัยของพื้นที่และการเดินทางที่ไม่สะดวก
การพิจารณาการตัดสินใจลงทุนที่ซึมยาวต่อเนื่องมาตั้งแต่สถานการณ์การเมืองเมื่อปีที่ผ่านมาและต่อเนื่องมายังปี 2553 เจรจาการลงทุนไม่ต่อเนื่อง บางรายหยุดยาวไม่มีการสานต่อการลงทุน ยกเว้นกลุ่มทุนเงินหนาที่วางแผนธุรกิจการลงทุนล่วงหน้าและเพื่อดำเนินไปตามแผนที่วางไว้เท่านั้นซึ่งเป็นกลุ่มคนจำนวนน้อยและเป็นกลุ่มทุนที่ลงทุนกับธุรกิจแฟรนไชส์มูลค่าการลงทุนแตะที่ 10 ล้านบาทขึ้นไป
กลางปีที่ผ่านมาสถานการณ์การเมืองเริ่มคลี่คลาย “ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์” ได้สอบถามไปยังธุรกิจแฟรนไชส์ในหลายกลุ่ม เช่น การศึกษาระดับเด็กเล็ก ร้านอาหาร เครื่องดื่ม มากกว่า 70% ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าสถานการณ์ธุรกิจทั้ง 2 ส่วนคือการจับจ่ายของผู้บริโภค การลงทุนจากนักลงทุน เริ่มดีขึ้นและสามารถเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2553 นั้นดีกว่าปีที่ผ่านมามาก
ทำให้บริษัทแฟรนไชซอร์ต่างวางแผนกลยุทธ์การตลาด ทั้งการประสานนักลงทุนรายเดิมที่ชะลอการตัดสินใจเพื่อเร่งการตัดสินใจในสถานการณ์เริ่มปกตินี้ การออกโรดโชว์หรือแสดงสินค้าในงานแฟรนไชส์ต่างๆ ถี่ขึ้น และส่วนใหญ่ได้เพิ่มงบการทำการตลาดเพื่อเติบโตไปพร้อมกับตลาดในภาพรวมของธุรกิจอื่นๆ ที่มีการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้ จากการสอบถามแฟรนไชส์ “โชคดีติ่มซำ” ปัจจุบันมีสาขาฟรนไชส์กว่า 30 สาขา “ธีรภพ ศิรประภาธรรม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โชคดี อินเตอร์ฟู้ด จำกัด ให้ข้อมูลว่า ยอดขายในช่วงเดือนกรกฏาคม สิงหาคม เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และเป็นสัญญาณที่ดีต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี
ซึ่งการเติบโตของยอดขายนั้นสะท้อนให้เห็นสถานการณ์ต่างๆ เริ่มสู่ภาวะปกติ ผู้คนออกมาจับจ่ายมากขึ้น กล้าที่จะเดินทางเพราะมีความปลอดภัยมากขึ้น และจะเห็นว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้นเฉลี่ยเป็นยอดขายของทุกสาขาไม่กระจุกตัวอยู่ที่สาขาใดสาขาหนึ่งเท่านั้น และเห็นกำลังซื้อของผู้บริโภคที่สูงขึ้น
“ช่วงเหตุการณ์ความสงบทางการเมือง แม้ว่าลูกค้าจะมีเงินจับจ่ายแต่บรรยากาศการจับจ่ายไม่เอื้อ การเดินทางไม่สะดวกห่วงความปลอดภัย ทำให้ไม่เดินทางออกนอกบ้าน ยอดขายเลยตกแม้สินค้านั้นจะเป็นประเภทอาหารก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย ตอนนี้สถานการณ์การเมืองคลี่คลายทุกอย่างปกติ ยอดขายกระเตื้องและดีขึ้นมากกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว” ธีรภพกล่าว
จากการเติบโตของภาพรวมทำให้บริษัทโชคดี คาดว่าการเติบโตของธุรกิจตลอดปี 2553 จะเติบโตเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 2552 แม้ช่วงต้นปีจะกระทบอย่างหนักจากการเมืองก็ตาม
นอกจากการเติบโตส่วนหนึ่งที่มาจากการจับจ่ายของผู้คนเข้าสู่สถานการณ์ปกติแล้วนั้น ยังพบว่าโชคดีติ่มซำได้ขยายไลน์การให้บริการรับจัดเลี้ยงอย่างจริงจังหลักทดลองตลาดและได้รับการตอบรับที่ดี ขณะเดียวกันในเดือนพฤศจิกายนนี้บริษัทโชคดีมีความพร้อมในการให้บริการเดลิเวอรี่ โดยเบื้องต้นนี้บริษัทแม่จะดำเนินการเองและเทรนแฟรนไชซีที่มีศักยภาพเข้ามาให้บริการลูกค้าโทร.สั่งซื้อสินค้าในละแวกที่ตั้งเพื่อกระจายให้แฟรนไชซีเข้ามาดำเนินการ
ขณเดียวกันในไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 นี้จะกระตุ้นตลาดสร้างการรับรู้แบรนด์โชคดีติ่มซำทั่วประเทศโดยการจัดบิ๊กอีเวนต์จัดแข่งขันรับประทานติ่มซำ หลังจากที่ผ่านมาได้จัดอีเวนต์เซียนติ่มซำแต่ละสาขาปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก ทำให้ปลายปีนี้เตรียมจัดให้ยิ่งใหญ่และเป็นบิ๊กอีเวนต์แรกของบริษัทที่เปิดรับผู้สนใจจากทั่วประเทศเข้าร่วมเพื่อหาเซียนติ่มซำระดับประเทศ
สำหรับแผนการขยายธุรกิจในปี 2554 นี้ ล่าสุดบริษัทโชคดี ได้วางแผนการขยายสาขา 8 สาขา แบ่งเป็นการขยายสาขาโดยบริษัท 5 สาขาพื้นที่เป้าหมายย่านพัฒนาการ และอีก 3 สาขาเป็นสาขาที่ขยายด้วยแฟรนไชส์ทำเลเป้าหมายย่านทองหล่อและมหาวิทยาลัยกรุงเทพ รวมถึงพื้นที่ทำเลต่างจังหวัดเช่นจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย
และในปี 2553 เป็นปีที่บริษัทโชคดีได้ดำเนินธุรกิจอาหารประเภทติ่มซำมาครบ 10 ปีและขยายด้วยรูปแบบแฟรนไชส์เป็นปีที่ 8 แล้วนั้น ธีรภพ บอกว่า นับเป็นที่ผ่านอุปสรรคต่างๆ มามากและพัฒนาธุรกิจมาได้อย่างตอ่เนื่องเห็นการเติบโต ความมั่นใจของการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นทำให้แนวคิดและมุมมองต่อการบริหารการดำเนินธุรกิจมุ่งที่ความยั่งยืนมากกว่าตัวเลขทางธุรกิจหากเทียบอายุคนก็ก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ และทำให้ผู้มีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน ซัปพลายเออร์ จะต้องมีความสุขเพื่อความยั่งยืนในอนาคตภายใต้วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง
|
|
 |
|
|