|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
๐ แม้จะเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่สำหรับคนตัวเล็กๆ การสร้างให้ประสบความสำเร็จเป็นความท้าทายไม่น้อย
๐ A Lot Of Thai : Home Cooking Classlมีมุมมองที่ต่างจากรายอื่น
๐ ที่นี่ใช้ความเป็นตัวตนฉีกหนีการแข่งขันที่ดุเดือดได้อย่างไร ?
๐ โรงเรียนสอนทำอาหารที่ชาวต่างชาติบอกต่อมากที่สุด
“A Lot Of Thai” กิจการสอนทำอาหารที่ดำเนินมากว่า 10 ปีแล้ว โดยผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดึงเอาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวออกมาใช้ได้อย่างดี หลังจากที่มีประสบการณ์สอนทำอาหารให้กับโรงเรียนสอนทำอาหารแห่งหนึ่งมา 2 ปี แต่เพราะการเป็นลูกจ้างมีความอึดอัดจากการไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีนักจากนายจ้าง
“ศิริเพ็ญ ศรียาภัย” จึงเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารเล็กๆ ของเธอขึ้นมา และได้สามี “คมสัน ศรียาภัย” ที่เป็นลูกจ้างอยู่และมีปัญหาเดียวกันจึงลาออกจากงานเดิมมาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ ด้วยความสามารถด้านกราฟฟิกดีไซน์ เขาช่วยทำให้โบร์ชัวร์เครื่องมือสื่อสารชิ้นสำคัญของ“A Lot Of Thai” ออกมาเป็นรูปธรรมอย่างที่เธอคิดได้อย่างดี และยังเป็นผู้ช่วยสอนที่ดีอีกด้วย
กิจการสอนทำอาหารที่ทั้งสองคนช่วยกันสร้างจึงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วภายใน 2 ปีแรก ลูกค้าต่างชาติซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่หลั่งไหลมาเรียนที่ “A Lot Of Thai” ด้วยความเป็น “Home Cooking Class” ชั้นเรียนที่ใช้ส่วนหนึ่งของบ้านพักอาศัยมาเป็นสถานที่เรียนเปิดให้ชาวต่างชาติซึ่งสนใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยมาเรียนรู้ความเป็นครอบครัวใหญ่แบบไทยๆ ที่มีพ่อแม่ลูกและปู่ย่าตายายอยู่ด้วยกัน เป็นจุดขายหนึ่งที่แตกต่างจากโรงเรียนสอนทำอาหารอื่นๆ ซึ่งมักจะต้องการสร้างภาพลักษณ์และยกระดับเป็นสถาบัน และการอยู่ที่เชียงใหม่บ้านเกิดกับครอบครัวกลายเป็นจุดขาย แทนที่จะเป็นอุปสรรค
“เมื่อมาถึงเมืองไทย หัวข้อที่น่าสนใจสำหรับลูกค้าต่างชาติคือวัฒนธรรม หนึ่งในวัฒนธรรมคืออาหาร ความเป็นอยู่แบบไทย ซึ่งน่าจะผ่านจากครอบครัว การได้มาดูบ้านคนๆ หนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่จริงๆ เป็นเสน่ห์ ไม่ได้มีการเซ็ตอัพขึ้นมาให้สวยหรูและคนในครอบครัวออกมาต้อนรับ มาช่วยกันดูแลลูกค้า และเราสามารถอธิบายได้ทั้งเรื่องวิถีชีวิตควาเมป็นอยู่ และเรื่องทั่วไป ได้แลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นกัน”
๐ จุดเด่นที่แตกต่าง
จุดเด่นที่แตกต่างจากที่อื่นในแง่ของการเรียนการสอนมี 2 ส่วน คือ ส่วนแรก “ตัวของเธอ” ซึ่งมีวิธีการสอนและภาษาที่เข้าใจง่าย ทำให้ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ ด้วยการใช้ภาษาที่อธิบายได้ชัดเจนแบบไม่ไขว้เขว การสอนโดยให้รู้คอนเซ็ปต์อาหารไทยภายในวันเดียวที่มาเรียนหรือภายใน 6 เมนูต่อคอร์สที่ได้ลงมือทำจะผสมผสาน ถ้ามาเรียนอีกจะถึงขั้นเก่งได้อย่างรวดเร็ว เพราะรู้ว่านักท่องเที่ยวมีข้อจำกัดเรื่องเวลา การแบ่งเป็นหมวดหมู่ประเภทของอาหารและไอเดียที่สร้างสรค์ได้ ให้รู้ความเหมือนและความต่างของอาหารแต่ละเมนู เพื่อให้รู้หลักการและการนำไปใช้ ทำให้เห็นภาพของอาหารไทยทั้งหมด
นอกจากนี้ การนำสิ่งที่รู้อยู่แล้วมาเรียบเรียงและพูดให้ฟังอีกที เช่น การหั่นของต้องจับมีดใกล้ๆ เพื่อควบคุมมีดด้วยนิ้วชี้ได้สะดวก เหมือนวิชาฟิสิกข์ที่สอนว่าแท่งสั้นๆ ควบคุมง่ายกว่าแท่งยาวๆ หรือไม่ควรต้มน้ำมะนาว แต่ควรบีบตอนหลังสุดเพื่อให้ได้สารอาหารมากกว่า หรือไม่บอกว่าใช้เวลากี่นาที แต่บอกว่าเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นให้ทำสิ่งนี้ต่อไป เพราะลูกค้าต่างชาติชอบความมีเหตุผล และการทำอาหารคือการนำทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์มาผสมผสานกัน ถ้าลงตัวอาหารก็อร่อยและหน้าตาดูดี
นอกจากเรียนรู้อาหารไทย เธอยังศึกษาอาหารของแต่ละชาติและวัตถุดิบต่างๆ เพื่อสามารถแนะนำให้ลูกค้าที่มาเรียนนำไปปรับประยุกต์ทดแทนใช้ได้เมื่อกลับไปที่ประเทศของเขา รวมทั้ง เรียนรู้ศัพท์ ความหมาย และเทคนิคการทำอาหารในรายละเอียดและลึกซึ้ง เพราะนอกจากลูกค้าทั่วไปแล้ว ยังมีเชฟที่มีประสบการณ์สูงมาเรียนกับเธออีกด้วย
“เทคนิคในการทำอาหารเป็นอีกเรื่องที่เราต้องพูดเน้นให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่าเป็นความเก่งและความคิดของเราที่รู้เรื่องนั้นๆ และเป็นทางลัดสำหรับลูกค้าที่เราได้มาจากประสบการณ์แบบไม่มีใครรู้เหมือนเรา”
ส่วนที่ 2 “ขนาดของชั้นเรียน” ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 8 คนต่อครั้ง จะไม่มีการเพิ่มมากกว่านี้เพราะเป็นการไม่เอาเปรียบลูกค้าและเน้นในเรื่องคุณภาพของการเรียนการสอนที่ได้จริงๆ ขณะที่ที่อื่นมักจะเปิดรับมากกว่าที่กำหนดไว้ ทำให้ลูกค้าเรียนได้ไม่เต็มที่
การทำ “Cook Book” เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่แสดงให้เป็นความคิดสร้างสรรค์โดยมองการใช้งานของลูกค้าเป็นตัวตั้ง เธอจึงออกแบบ Cook Book ที่ไม่เหมือนใคร เช่น ใช้สีสันสดใสแทนที่จะใช้สีขาวซึ่งดูสะอาดตาแต่เลอะเทอะง่ายเหมือนเล่มอื่นๆ ทั่วไป ใช้การอธิบายอย่างเข้าใจง่าย และจัดวางเนื้อหารูปเล่มเป็นแนวนอนเพื่อสะดวกในการใช้งานจริง เป็นต้น จึงกลายเป็น “จุดดึงดูด” ลูกค้าได้อย่างดีอีกเรื่องหนึ่ง
“ชุมชน” เป็นอีกจุดหนึ่งที่เธอเน้นและเป็นกลยุทธ์การสร้างพันธมิตรได้อย่างดี เพราะแทนที่จะซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือโมเดิร์นเทรดที่มีสินค้าราคาถูกกว่ามากมาย แต่เธอกลับเลือกซื้อกับพ่อค้าแม่ค้าทั้งที่ราคาแพงกว่า เพราะเมื่อเธอซื้อของในชุมชน เมื่อเธอพาลูกค้าไปทัวร์ที่ตลาดก็จะได้รับการต้อนรับที่ดีจากชุมชน ในที่สุดดลูกค้าจะประทับใจ เป็นทั้งมิตรไมเตรีและการดูแลสังคมไปในตัว ค่าเรียนที่เธอได้จากลูกค้าหมุนเวียนมาสู่ชุมชน เป็นการแบ่งปันกันในทางหนึ่งอีกด้วย
๐ เติบโตอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ในแง่การแข่งขันเธอบอกว่า ต้อง “รู้เขารู้เรา” และ “พัฒนาตัวเอง” อยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งสำคัญ โดยศึกษาด้วยตนเองทุกวิถีทาง ไม่ได้เรียนจากสถาบันที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่มีความรู้ไม่น้อยไปกว่ากัน แต่หากลูกค้าไม่มั่นใจจะแนะนำให้ไปทดลองเรียนที่อื่น เพื่อจะสัมผัสโดยตรงและเปรียบเทียบความแตกต่างได้เอง เพราะเชื่อว่าในที่สุดลูกค้าจะกลับมาเลือกเธอ
ล่าสุด เธอเพิ่งจะขึ้นราคาค่าเรียนเพราะวัตถุดิบต่างๆ ขึ้นราคาไปมากแล้ว นอกจากนี้ ยังเพื่อฉีกหนีการแข่งขันด้วยการใช้ราคาเป็นตัวสร้างความแตกต่างกับคู่แข่งและการแข่งขันที่เน้นการตัดราคา แต่เป็นการขึ้นราคาที่เหมาะสม และคำนึงถึงลูกค้าในกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบแบ๊กแพ็คให้สามารถจ่ายได้ ด้วยการขึ้นราคาหลักสูตรอีก 200 บาท จาก 1,000 บาท เป็น 1,200 บาทต่อหลักสูตร
ในอนาคต เธอยังเตรียมที่จะยกระดับด้วยการขอการรับรองหลักสูตรที่จะเขียนขึ้นมาใหม่ 150 ชั่วโมง จากกระทรวงศึกษาาธิการเพื่อให้ลูกค้าที่เป็นคนไทยนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบอาชีพได้ ส่วนการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติมาน้อย จึงคิดที่จะทำเป็นแพ๊กเกจ 1 เดือน โดยนำเรื่องการท่องเที่ยวเข้ามาผสมผสานกับการเรียนทำอาหาร โดยมองว่าเป็นการต่อยอดจากศักยภาพที่มีอยู่ได้อย่างดี
แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกทำให้ลูกค้าลดน้อยลงไปบ้าง แต่เธอก็มองว่ายังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก อย่างไรก็ตาม เธอเตรียมแผนเพื่อลดความเสี่ยงโดยอาจจะเปิดคาเฟ่เล็กๆ เป็นธุรกิจเสริม เพราะนอกจากฝีมือในการทำอาหารแล้ว ชื่อเสียงที่มีอยู่ไม่น้อยจากการที่ได้ขึ้นมาอยู่ในระดับหัวแถวของโรงเรียนสอนทำอาหารที่ได้รับการยอมรับจากชาวต่างชาติแบบปากต่อปาก จะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจใหม่เกิดขึ้นได้
“เราเช็กอยู่เรื่อยๆ ว่าเราอยู่ในจุดไหน ทั้งฟังเสียงลูกค้า และจากสื่อต่างๆ ที่เข้ามาหาเราเอง มีหลายสื่อที่เลือกเราไปลงในเนื้อหาของเขา เรารู้สึกภูมิใจ สื่อต่างชาติที่ทำให้เราเป็นที่รู้จักอย่างมาก เพราะรายการของเขาออกไปทั่วโลก ก่อนหน้านี้มี Micheal Smith ที่ทำรายการ Chef Abroad ล่าสุด Gordon Ramsey ซึ่งทำรายการ The Great Escape เลือกเราให้เข้าร่วมรายการ ซึ่งตามแผนจะออกอากาศปีหน้า”
“แม้ว่าธุรกิจนี้จะแข่งขันสูง แต่เราเลือกการทำธุรกิจแบบผ่อนคลายหรือพอเพียง เพราะคิดว่าเป็นการทำให้เราสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน และไม่ต้องการให้การทำธุรกิจมากดดันชีวิตของเรา ที่ผ่านมาตั้งเป้าหมายจะเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าก็ได้แล้ว ลูกค้ายอมรับและรู้จักเราอย่างดีคนที่บอกต่อก็จะรู้จักเราในชื่อยุ้ยว่าเป็นคนสอนทำอาหารไทยที่เข้าใจง่ายและรู้ลึก หรือการใช้อาหารไทยเป็นสื่อส่งผ่านวัฒนธรรมไทย แม้แต่การได้ร่วมงานกับคนดังซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะเลือกใครไปร่วมด้วย เราก็ได้มาแล้ว จากนี้เราก็พัฒนาต่อไปเท่านั้นเอง” เจ้าของโรงเรียนสอนทำอาหารที่ชาวต่างชาติบอกต่อมากที่สุด ทิ้งท้าย
|
|
 |
|
|