Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน16 กันยายน 2553
ต่างชาติถือครองอสังหาฯ ดาบสองคม ธอส.แนะฟังความเห็นรอบด้าน             
 


   
search resources

สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร
Real Estate




นายก ส.ธุรกิจบ้านจัดสรร เสนอรัฐขยายเวลาต่างชาติถือครองสิทธิ์อสังหาฯ จาก 30 ปี เป็น 50 ปี เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ยันยังไม่พบเก็งกำไร ธอส.ชี้ การถือครองอสังหาฯ ของต่างชาติ ดาบสองคม ควรฟังความเห็นจากทุกฝ่าย มองแนวโน้มครึ่งปีหลัง การลงทุนต่างชาติอาจชะลอตัวลง โดยมีผลกระทบ ศก.โลกที่ยังไม่ฟื้นตัว และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท เพื่อมาลงทุนในประเทศต่ำกว่าช่วงที่ผ่านมา

นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง อสังหาริมทรัพย์ไทยไร้พรมแดน โดยระบุว่า การส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดีจะมีการนำเทคโนโลยีความรู้ การจัดการมาพัฒนาในประเทศ ส่วนข้อเสียเกรงว่า ต่างชาติจะเข้ามาแข่งขัน จนภาคเอกชนในประเทศได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีกฎหมายเปิดทางให้ต่างชาติซื้อที่ดินในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลได้ไม่เกิน 1 ไร่ เมื่อเข้ามาลงทุนในประเทศวงเงินไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท และสามารถเช่าที่ดิน เพื่อประกอบธุรกิจระยะเวลายาวถึง 50 ปีด้วยกัน และสามารถขอต่ออายุได้อีก 1 ครั้ง แต่ไม่ครอบคลุมถึงที่อยู่อาศัย

ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณการเก็งกำไรจากชาวต่างชาติในภาคอสังหาฯ เพราะปัจจุบันมี พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในการถือครองกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (Freehold) ในอาคารชุดของชาวต่างชาติต้องไม่เกิน 49% โดยปัจจุบันตัวเลขการโอนต่างชาติแล้วประมาณ 80,000 - 90,000 หน่วย ซึ่งยังไม่เป็นตัวเลขที่สูงเกินไป

“กรณีที่เกิดขึ้นจึงเห็นว่า ต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจเป็นเวลานาน น่าจะให้เช่าที่อยู่อาศัยได้นานขึ้น จาก 30 ปีเป็น 50 ปี ส่วนการเติบโตภาคอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันนั้น ยังไม่มีสัญญาณการเก็งกำไร”

นายอิสระ กล่าวเสริมว่า ปีนี้การตัวเลขการโอนที่อยู่อาศัยจะอยู่ที่ประมาณ 170,000 หน่วย หรือ คิดเป็นมูลค่ากว่า 400,000 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ดังนั้น จึงไม่มีความกังวลกับสัญญาณฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์

ด้าน นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า แนวทางการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของต่างชาติ จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย รวมถึงการส่งเสริมให้เอกชนไทยที่มีความพร้อม ไปลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในตลาดต่างประเทศได้ด้วย

ส่วนความต้องการให้รัฐบาลขยายการถือครองที่ดินระยะยาวให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ 30 ปี แต่คงต้องภายใต้เงื่อนไขพิเศษ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกลไกทางตลาด เช่น การถือครองที่ดินไม่เกินกี่ปี การนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเท่าใดจะสามารถได้รับสิทธิดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดการเก็งกำไรเกิดขึ้น และกระทบต่อการซื้อที่อยู่อาศัยของคนไทย โดยจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปและนำเสนอให้ภาครัฐบาลพิจารณาในขั้นตอนต่อไป

สำหรับแนวโน้มภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่า จะชะลอตัวลง โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างชาติจะลดลงไปมากพอสมควร เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งยังได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้การแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท เพื่อมาลงทุนในประเทศต่ำกว่าช่วงที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน พื้นที่การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ดังนั้น ผู้ประกอบส่วนใหญ่จึงหันไปขยายการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ ยอมรับว่า มีความกังวลกับการเก็งกำไรที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ซึ่งไทยไม่ได้ประสบปัญหาเพียงประเทศเดียวยังมีอีกหลายประเทศมีปัญหาดังนั้นภาครัฐจะต้องมีมาตรการเข้ามาควบคุม โดยปัจจุบันพบว่ามีการเก็งกำไรประมาณ 10-15%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us