Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์10 กันยายน 2553
HR กับมหัศจรรย์กฎแห่งการดึงดูด             
 


   
search resources

Knowledge and Theory




ผู้บริหารองค์กรต่างพยายามหาวิธีการ “แก้ปัญหา” โดยมุ่งเน้นไปยัง “สาเหตุ” ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นการ “มองปัญหาให้เป็นปัญหา” กันมาเป็นเวลาช้านาน ถึงแม้เขาจะได้ “ผลลัพธ์” ของการแก้ปัญหานั้นในรูป “ทางออก” ต่างๆ แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวไม่ยั่งยืนถาวร เพราะปัญหาเหล่านี้มักวกกลับมาให้แก้กันอย่างไม่รู้จบ โดยเฉพาะเมื่อเป็นสิ่งที่สลับซับซ้อนเกี่ยวกับ “คน” นั่นเอง คำถามที่ตามมาก็คือ เป็นไปได้หรือไม่ว่าปัญหาเหล่านี้ได้รับการจัดการแบบ “ผิดด้าน” ประเภทแก้ไม่ทุกจุดอย่างไม่มีใครคาดคิด

ไม่จำกัดแต่ “การแก้ปัญหา” โดยใช้ “พลังด้านงานบวก”
เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยพลังงาน ทั้งพลังงานดีและพลังงานเสีย พลังงานบวกและพลังงานลบ พลังงานสร้างสรรค์พัฒนาและพลังงานทำลายล้าง ฯลฯ เราต้องดำรงชีวิตอยู่กับพลังงานที่อยู่รอบตัวเรามากมาย ทำอย่างไรจะให้ชีวิตของเราอยู่กับพลังงานที่ดี มีพลังงานที่ดีในร่างกายของเราอันได้แก่พลังงานบวกและสร้างสรรค์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะทุกอย่างเกิดมาจากพลังงาน มีพลังงาน และเป็นพลังงานหลากหลายชนิดที่มีระดับแตกต่างกัน

“พลังงานด้านลบ จะดึงดูดสถานการณ์ด้านลบเข้ามา” และ “พลังงานด้านบวก จะดึงดูดสถานการณ์ด้านบวกเข้ามา” หรืออาจกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า “พลังงานด้านลบ จะผลักดันสถานการณ์ด้านบวกให้ออกไป” และ “พลังงานด้านบวก จะผลักดันสถานการณ์ด้านลบให้ออกไป”

ปรัชญาการจัดการคนโดยใช้ “พลังงานด้านบวก” เพื่อค้นพบ “สถานการณ์ด้านบวก”

ผู้บริหารองค์กรและ HR ควรคำนึงถึงหลักการที่ว่า เมื่อการดำรงชีวิตของคนในองค์กรมีพลังงานด้านลบ เขาจะดึงดูดผู้คนอื่นๆ ในองค์กรที่คิด พูด ทำ และมีนิสัยด้านลบเข้ามาหา อันมีผลในการดึงดูดสถานการณ์และเหตุการณ์ด้านลบต่างๆ ให้เข้ามาหาเขาอีกด้วย และพฤติกรรมของเขาก็จะผลักดันคนดี คนที่ดำรงชีวิตด้านบวกและสถานการณ์ด้านบวกให้ออกไปไกลจากชีวิตของเขา ซึ่งในที่นี้ก็จะเป็นกรณีของพนักงานที่มีปัญหาทางด้านการปฏิบัติงานและทัศนคติทางลบ แต่ถ้าเมื่อมองว่าการดำรงชีวิตของคนในองค์กรมีพลังงานด้านบวก ชีวิตของเขาก็จะดึงดูดคนที่คิด พูด ทำและมีนิสัยด้านบวกรวมทั้งสถานการณ์ด้านบวกเข้ามาหาเขา

ใช้กฎแห่งการดึงดูดเพื่อสร้างพลังทางบวกให้กับคนในองค์กร
กฎแห่งการดึงดูด (The Law of Attraction) ตามขั้นตอนต่อไปนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาบุคลากรที่ยั่งยืนกว่าในองค์กรได้

1. สร้างพลังแห่งจินตนาการ โดยใช้แนวทางว่า ความคิดคือพลังงานอันมหาศาล คนในองค์กรควรคิดและพูดแต่สิ่งที่ดีๆ หลีกเลี่ยงการให้ร้าย เพราะคำพูดร้ายๆ จะนำสิ่งไม่ดีต่างๆ เข้ามาสู่ตัวเรา และควรจินตนาการถึงความสำเร็จที่เขาต้องการ สร้างเป็นภาพในใจหรือนำภาพที่เป็นเสมือนความใฝ่ฝันที่เขาต้องการมาให้เขาเห็นอยู่ตลอดเวลา

2. ติดต่อกับจิตใต้สำนึกด้วยการควบคุมจิตตัวเอง จากหลักที่ว่าเราจะทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าเราไม่บอกตัวเองและมีพลังอย่างแรงกล้าที่จะเชื่อว่า “เราทำได้ เราทำได้ เราทำได้ ” ความคิดนี้ควรฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของทุกคนในองค์กร เมื่อความคิดนั้นอยู่ในจิตใต้สำนึกแล้ว จากนั้นเขาจะสามารถทำได้ทุกอย่างที่เขาต้องการ

3. ชำระความคิด คำพูด และการกระทำอย่างสิ้นเชิง ความคิด คำพูด การกระทำทุกสิ่งส่งผลโดยตรงต่อแต่ละคน คนรอบข้าง ครอบครัว สังคม ประเทศ โลก ทุกการกระทำ ความคิด คำพูดจะส่งผลต่อภาพรวมของโลก ดังนั้นเราจึงต้องคิด พูด และทำสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น สิ่งดีๆ จึงจะเกิดขึ้น โดยเริ่มจาก บุคคล ทีม และ องค์กร

4. ขจัดความสงสัย ต้องปลูกจิตสำนึกให้กับคนในองค์กรว่าอย่าสงสัยคลางแคลงใจว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่วันนี้ก็ต้องเป็นสักวันหนึ่งต้องเป็นไปได้

5. หลีกเลี่ยงการถูกควบคุมจิตจากสภาพแวดล้อม นอกจากความคิด คำพูด การกระทำโดยทุกคนที่ต้องระวังที่สุดแล้ว ยังต้องระวังคำพูด ความคิด และการกระทำด้านลบจากผู้คน สิ่งแวดล้อม และ ข่าวสาร ทุกสิ่งรอบตัวส่งผลกับคนในองค์กรทั้งสิ้น ต้องฉลาดที่จะเลือกเสพสิ่งที่ดีและเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดี การสื่อสารจากผู้บริหารหรือฝ่ายจัดการในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมแบบสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง

6. ปล่อยวาง เมื่อคนในองค์กร ทำดี คิดดี พูดดีแล้ว เขาต้องปล่อยวางเพื่อให้โอกาสกับพลังดึงดูดของเขาให้ทำงาน ยิ่งปล่อยวางทุกคนจะยิ่งมีพลัง หายใจลึก ๆ ช้าๆ จะมีสมาธิ

7. ฉลองความสำเร็จ ทุกคนต้องรู้จักสร้างความชื่นชมตัวเองกับความสำเร็จทุกวันเพราะ “ความสำเร็จจะต่อยอดความสำเร็จ” อันหมายถึงความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ จะนำมาซึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ และต้องรู้จักให้กำลังใจและชื่นชมคนอื่นในองค์กรอีกด้วย เมื่อคนใกล้ตัวเรามีความสุข ก็ส่งผลให้เรามีความสุขด้วย

การพัฒนาคนในองค์การโดยการ "แก้ทางลบ" ถือเป็นการดำเนินการตาม “แนวทุกข์” ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่เราใช้กันอยู่โดยมองว่า “องค์กรเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไข” ในทางตรงกันข้าม การพัฒนาคนในองค์การโดยการ "ขยายทางบวก" ซึ่งเป็นการดำเนินการตาม ”แนวสุข” จะนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างยั่งยืนแบบ “มองปัญหาโดยใช้ปัญญา” ความมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่สามารถสร้างได้วันละเล็กละน้อยจากตัวของเราเอง

ดร. เทอดทูน ไทศรีวิชัย
ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรเชิงกลยุทธ์
ภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิคITD Group   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us