อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของจีน จะต้องเข้าสู่ระบบลอยตัวอย่างเสรีในตลาดการเงินระหว่างประเทศอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้
จะเร็วหรือช้าเท่านั้น แต่เมื่อเวลานั้นมาถึง ผู้ที่จะต้องสูญเสียอำนาจและอภิสิทธิ์อันเนื่องมาจากการปล่อยเสรีเงินหยวนก็คือ
ข้าราชการจีนนั่นเอง
ผู้บริหารของบริษัทผู้ผลิตรองเท้ากีฬามีชื่อ ยี่ห้อหนึ่งของสหรัฐอเมริกาที่เข้าไปตั้งโรงงานในจีน
ทำท่าอิดหนาระอาใจ เมื่อนึกไปถึงการติดสินบนเจ้าหน้าที่ของศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของจีน
เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินสกุลหยวนสำหรับนำไปจ่ายให้กับคนงาน 1,000 คนในโรงงานผลิตรองเท้าที่จังหวัดฮกเกี้ยน
ภารกิจสำคัญเมื่อจะต้องแลกเงินดอลลาร์เป็นเงินหยวนของเขาก็คือ จะต้องหาข้อมูลว่า
เจ้าหน้าที่ศูนย์แลกเปลี่ยนและสมาชิกในครอบครัวใส่รองเท้าเบอร์อะไร หลังจากนั้นเขาจะต้องเป็นผู้นำรองเท้าจ๊อกกิ้งรุ่นล่าสุดไปส่งให้ถึงบ้านของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นด้วยตัวเอง
ก่อนที่จะไปเดินเรื่องขอแลกเงินที่ศูนย์แลกเปลี่ยนเงิน
แต่บางที เมื่อเขาต้องการเงินหยวนเป็นจำนวนมาก ๆ รองเท้าจ๊อกกิ้งคู่ละ 60
ดอลลาร์ก็มีค่าไม่พอที่จะติดสินบนเจ้าหน้าที่จีน เขาต้องพาเจ้าหน้าที่ไปเลี้ยงอาหารค่ำมื้อใหญ่
แล้วก็พาไปเที่ยวคาราโอเกะ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือผู้หญิง
"เวลาไปแลกเงิน พวกเจ้าห้าที่จะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์จิบน้ำชา โดยไม่สนใจเลยว่าคุณต้องการอะไร"
ผู้จัดการคนนี้ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองเล่า "คุณจะต้องจั้วเผิงอิ่ว
หรือสร้างความเป็นเพื่อนให้เกิดขึ้นเสียก่อน แล้วพวกเขาก็จะทำทุกอย่างที่คุณต้องการ
ไม่ว่าจะทำอะไรในจีน จะสำเร็จลงได้ต้องผ่านทางประตูหลัง และถ้าคุณปราศจากกวนสี
หรือความสัมพันธ์ที่ดีกับข้าราชการแล้ว อย่าหวังเลยว่าจะได้รับความสนใจ มันก็เหมือนเด็ก
ๆ ที่ได้รับมอบอำนาจและเอาไปใช้อย่างฉ้อฉล"
เขาเชื่อว่า หากเงินหยวนได้รับการปลดปล่อยให้แลกเปลี่ยนได้อย่างเสรีในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราสากล
อำนาจและอภิสิทธิ์ข้าราชการพวกนี้จะหมดสิ้นลงโดยปริยาย
ตั้งแต่จีนเปิดประตูต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศ เมื่อต้นทศวรรษ 1980 บรรดาข้าราชการเหล่านี้คืออุปสรรคสำคัญในการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจต่างชาติ
พวกเขามีวิธีควบคุมธุรกิจต่างชาติด้วยการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน และจำกัดจำนวนเงินสกุลต่างชาติที่จะแลกเป็นเงินหยวนในแต่ละครั้ง
ทว่า วันเวลาของข้าราชการจีนที่มีอำนาจเกี่ยวข้องกับการปริวรรตเงินตรากำลังหดสั้นลงทุกที
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลกลางที่กรุงปักกิ่งได้ยกเลิกเพดานอัตราแลกเปลี่ยนของเงินหยวน
ที่ประกาศใช้กับศูนย์ปริวรรตเงินตราของรัฐบาล 100 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่า
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะนำไปสู่ระบบการแลกเปลี่ยนเงินหยวนอย่างเสรีในที่สุด
แรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังก็คือ ความต้องการที่จะเข้าเป็นสมาชิกแกตต์ของจีน
และความพยายามลดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของต่างประเทศต่อระบบการเงินของจีนที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจากรัฐ
ในการประชุมของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียที่ฮ่องกงเมือ่ปีกลายเชน ยวน
ผู้ช่วยผู้ว่าการแบงก์ชาติจีน ได้ประกาศว่า รัฐบาลจีนมีเจตจำนงที่จะให้เงินหยวนลอยตัวอย่างเสรีโดยไม่มีข้อจำกัดใด
ๆ ทั้งสิ้น แต่เขาไม่ยอมบอกว่า เมื่อไร อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ หนังสือพิมพ์ต่างประเทศได้รายงานคำสัมภาษณ์ของกู
หยง เจียง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าว่า
เงินหยวนอาจจะลอยตัวอย่างเสรีในปี 1998
ปัจจุบัน ตลาดแลกเปลี่ยนเงินหยวนในจีนมีอยู่ 3 ประเภท ตลาดแรกคือ ธนาคารซึ่งชาวต่างชาติที่ต้องการแลกเงินจะต้องขอใบอนุญาตให้แลกเงินและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ
คือ 5.7 หยวน ต่อ 1 ดอลลาร์
ตลาดแห่งที่สอง คือ ศูนย์แลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งนักธุรกิจสามารถแลกเงินได้
โดยที่ไม่มีการกำหนดอัตราตายตัว แต่การแลกเงินที่ศูนย์นี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ๆ เพราะการจำกัดจำนวนธุรกิจที่จะใช้บริการแลกเงินของศูนย์
ตลาดสุดท้ายคือ ตลาดมืดซึ่งเฟื่องฟูมากในจีน แม้จะผิดกฎหมายแต่ก็ได้รับความนิยมด้วยเหตุผลง่าย
ๆ ว่า เป็นการลดต้นทุนของธุรกิจ เพราะว่าเงินหยวนในตลาดนี้มีราคาถูกกว่าอัตราทางการมาก
นักธุรกิจคนหนึ่งเปิดเผยว่า ค่าจ้างคนงานจีน 800 หยวนต่อเดือน หากใช้อัตราแลกเปลี่ยนของทางการจะเท่ากับ
139 ดอลลาร์ แต่ถ้านำไปแลกในตลาดมืดแล้ว ค่าแรงงานที่คิดเป็นเงินดอลลาร์ก็จะลดเหลือ
88 ดอลลาร์หรือต่ำกว่านั้น อัตราที่แตกต่างกันมากเช่นนี้ ทำให้นักธุรกิจต่างชาติจำนวนมากพร้อมที่จะทำผิดกฎหมาย
เมื่อใดก็ตามที่เงินหยวนลอยตัวอย่างเสรี ตลาดมืดก็จะหายไป แต่นักเศรษฐศาสตร์ได้เตือนว่า
ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกมาก และต้องเอาชนะอุปสรรคอีกไม่น้อย
"จีนขาดเครื่องมือในเชิงนโยบายและทักษะทางการบริหารในการควบคุมระบบเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราดอกเบี้ยที่ขึ้นลงตามดีมานด์และซัพพลายของตลาด ซึ่งเป็นอาวุธที่สำคัญมาก"
เจมส์ วอลค์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์เครดิต ลีอองเนส์
ในฮ่องกงกล่าว
ทัม ปิง ชิง ผู้จัดการฝ่ายปริวรรตเงินตราของธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด
ฮ่องกง กล่าวว่า "อัตราดอกเบี้ยในขณะนี้อิงอยู่กับการเก็งกำไร และการควบคุมสินเชื่อที่ไร้ประสิทธิภาพมากเกินไป"
เขาเชื่อว่า จีนยังต้องสร้างกฎเกณฑ์อีกหลาย ๆ อย่างเพื่อรองรับการปล่อยให้เงินหยวนลอยตัวอย่างเสรีในตลาดการเงินระหว่างประเทศ
เช่น จะต้องมีเงินทุนสำรองที่เป็นเงินสกุลต่างชาติอย่างเพียงพอ โดยจะต้องมีมากกว่า
45 พันล้านเหรียญ ซึ่งเป็นตัวเลขอย่างเป็นทางการในตอนนี้ จะต้องสร้างตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราที่แข็งแรง
มีเสถียรภาพ รวมทั้งพัฒนาระบบกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทอันอาจเกิดจากการค้าเงิน
แต่เพียงแค่การปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนที่ศูนย์แลกเปลี่ยนเงินทั่วประเทศลอยตัวอย่างเสรีในขณะนี้
ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ส่งออกแล้ว "กำไรของผมจะเพิ่มขึ้นเพราะสินค้าที่ซื้อจากจีนมีราคาถูกลง"
นี่คือการคาดการณ์ของแอนดรูว์ เอฟ โดฟ ผู้ส่งออกกระเป๋าผ้าสะพายหลังไปขายที่อเมริกา
ส่วนผู้ที่จะเจ็บตัวจากการนี้คือ ผู้ที่ขายสินค้าและบริการให้จีน ดิ๊ก แวน
วิจเกอร์เด้น ตัวแทนประจำเซี่ยงไฮ้ของบริษัทซีเมนส์คาดว่า กำไรของซีเมนส์ในจีนจะลดลงอย่างฮวบฮาบ
และถ้าเงินหยวนลอยตัวอย่างเสรีในตลาดการเงินระหว่างประเทศด้วยแล้ว ซีเมนส์ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอิเล็คโทรนิคส์ของเยอรมนีก็จะยิ่งเจ็บตัวหนัก
ผู้บริหารกิจการผลิตรองเท้ากีฬาของสหรัฐฯ คนเดิม กล่าวว่า บางทีคนที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด
เมื่อถึงเวลาที่เงินหยวนเข้าสู่ระบบแลกเปลี่ยนอย่างเสรีในตลาดการเงินโลกแล้วก็คือ
ข้าราชการจีนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการปริวรรตเงินตรา
"ผมเดาว่าจะต้องมีหลายครอบครัวที่ไม่ได้ใส่รองเท้ากีฬารุ่นล่าสุดเหมือนเมื่อก่อน"
เขาหัวเราะหึ ๆ "แต่ผมก็ยังต้องรู้ว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรและครอบครัวใส่รองเท้าเบอร์อะไร
และยังคงต้องจ่ายค่าอาหารกับเหล้าไวน์ให้พวกเขารวมทั้งคนอื่น ๆ อีก