Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน9 กันยายน 2553
NWR หาพันธมิตรลุยรถไฟสายสีแดงหวังโอกาสเบียดชนะรายใหญ่             
 


   
search resources

Transportation
เนาวรัตน์พัฒนาการ, บมจ.




“เนาวรัตน์พัฒนาการ” คาดสิ้นปียอด backlog โตเป็น 1.2 หมื่นล้านบาท พร้อมรุกเข้าประมูลงานใหม่อีก 3-4 พันล้าน ดันภาพรวมทั้งปี 53 กำไรเติบโตใกล้เคียงปีก่อน ล่าสุด เร่งหาพันธมิตรเข้าประมูลรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต เชื่อมีโอกาส เหตุรายใหญ่คว้าสัญญางานไปหลายสายแล้ว ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ร่วมกับพันธมิตร 2 โครงการจะเริ่มรับรู้รายได้ในปีหน้า

นายวัชรพัธ วัชราภัย ผู้จัดการทั่วไปแผนกธุรกิจใหม่และวางแผนกลยุทธ์ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) (NWR) เปิดเผยว่า ตอนนี้ บริษัทมี backlog อยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาท และสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท โดยงานทั้งหมดจะทยอยรับรู้รายได้ใน 7-8 ปีจากนี้

ส่วนในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีงานใหม่เข้ามามูลค่ารวม 3-4 พันล้านบาท ซึ่งบางส่วนอยู่ระหว่างรอผลการประมูล และเตรียมเข้าประมูล เช่น โครงการรถไฟสายสีแดงเส้นทางบางซื่อ-รังสิต สัญญาที่ 1-2 ที่คาดว่าจะเปิดประมูลได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ซึ่งบริษัทกำลังหาพันธมิตรเข้าร่วมประมูล เพราะเชื่อว่ามีโอกาสที่จะได้รับงานดังกล่าว เนื่องจากบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่ได้งานรถไฟฟ้าไปหลายสัญญาแล้ว

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีงานปรับปรุงเขื่อนที่ประเทศปากีสถาน มูลค่า 1,200 ล้านบาท งานก่อสร้างของกรมทางหลวง มูลค่า 2,000 ล้านบาท, งานก่อสร้างท่าเรือศรีราชา มูลค่า 500 ล้านบาท, ท่าเรือแหลมฉบังในส่วนของบนบก มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้รับงานเฟสแรกมูลค่า 100 ล้านบาทไปแล้ว จึงเชื่อว่า ในเฟสต่อๆ ไป น่าจะมีโอกาสได้รับงานต่อเนื่อง

ทั้งนี้ คาดว่า รายได้และกำไรสุทธิในปี 53 จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีรายได้ 3,400 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ 98 ล้านบาท เนื่องจากมีงานใหม่เข้ามาน้อย ขณะเดียวกันบริษัทคาดว่า กำไรสุทธิจะลดลงเล็กน้อย แม้ว่ากำไรจากการดำเนินงานจะเติบโตได้ดี แต่ปีนี้ไม่มีกำไรรายการพิเศษเข้ามาเหมือนปีก่อน

โดยคาดว่า อัตรากำไรขั้นต้นในปี 53 จะอยู่ที่ประมาณ 10% สูงกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ในระดับ 9% โดยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 12% เนื่องจากมองว่าราคาวัสดุก่อสร้างปีนี้ จะไม่แกว่งตัวมากนัก อีกทั้งราคาปูนซีเมนต์ปรับลงมามากแล้ว แม้ว่าขณะนี้เริ่มกลับขึ้นมาบ้าง ส่วนราคาเหล็กก็ค่อนข้างมีเสถียรภาพไม่ผันผวน ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้นักลงทุนมั่นใจและกลับมาลงทุนมากขึ้น

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะนี้ยังมีสัดส่วนรายได้ที่น้อยอยู่ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพันธมิตร โดยปัจจุบันมี 2 โครงการ คือ คอนโดมิเนียมชาญอิสสระ ลาดพร้าว คาดว่า จะรับรู้รายได้ในปีหน้าประมาณ 40% และโครงการบ้านเดี่ยวที่พัทยา

ด้าน บทวิเคราะห์ บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุถึง NWR ว่า กำไรสุทธิ Q2/53 เป็น 32 ล้านบาท อยู่ในเกณฑ์ทรงตัวเทียบกับทั้ง y-o-y และ q-o-q แต่ดีกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้า เพราะหากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติจากการดำเนินงาน ไม่นับรายการพิเศษใน Q2/53 เป็น 45 ล้านบาท ฟื้นตัวจาก y-o-y ที่มีกำไรปกติเพียง 1 ล้านบาท และดีกว่า q-o-q ที่มีกำไรปกติเพียง 31 ล้านบาท ถึง 45% สาเหตุคือ 1) รายได้จากการก่อสร้าง และรายได้จากการขาย-บริการเติบโตดีมาก และ 2) ประหยัดค่าใช้จ่ายขาย-บริหารได้อย่างเห็นผล แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้ได้ย่อลงบ้างก็ตาม ส่วนกำไรสุทธิในรอบ 1H53 ที่ 63 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 62% จากประมาณการทั้งปี 53 แล้ว

ขณะที่ ทางด้านฐานะการเงิน อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเป็น 0.9 เท่า เพิ่มขึ้นเทียบกับหนึ่งปีก่อนหน้าที่ 0.7 เท่า มีการเงินกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้น มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นเป็น 0.62 บาท และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1H53 เป็น +737 ล้านบาท ดีขึ้นกว่า y-o-y ที่ +81 ล้านบาท

“เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 53 และ 54 ในอัตรา 14% และ 5% ตามลำดับ จากประมาณการเดิม สมมติฐานที่ดีขึ้น คือ ปรับรายได้จากการก่อสร้าง อัตรากำไรขั้นต้น ให้ดีขึ้น รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายขาย-บริหารลง เพื่อสะท้อน 2Q53 ที่ทำได้ดีกว่าที่คาด โดยคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.11 บาท ตามการปรับประมาณการที่ดีขึ้น และประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี P/BV ปี 54 ที่ระดับ 1.0 เท่า ราคาปิดมีส่วนเพิ่มเทียบกับราคาพื้นฐานใหม่ได้อีก 15% ส่วนคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 53 อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจเป็น 4.3% (กลับมาจ่ายได้เป็นปีแรก หลังจากลดทุน ล้างขาดทุนสะสม) เราเห็นว่า NWR น่าสนใจในเรื่องการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในปีนี้ คาดการณ์กำไรปกติปีนี้เติบโตสูงเป็น 197% y-o-y และปี 54 เติบโตอีก 21% y-o-y โครงการที่มีความสำคัญและมีแนวโน้มที่จะได้รับสูง คือ งานก่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าที่มาเลเซีย มูลค่าประมาณ 3.0 พันล้านบาท”   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us