| |
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เร่งเครื่องสยายปีกโอนแบรนด์ (OWN BRANDS) ผุด “มายช้อยส์ไทย” อุ้มเอสเอ็มอี-โอทอป ดันยอดขายหวัง 3 ปีโต 3 เท่า แตะ 10% ของรายได้รวม ชี้ครึ่งปีหลังแนวโน้มเติบโตดีเกินเป้า เดินหน้าขยายสาขาเต็มสูบ ปักธง ท็อปส์เดลี่สู้ โลตัสเอ็กซ์เพรส
นางจิรนันท์ ผู้พัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริการจัดซื้อและการตลาด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์และซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ท็อปส์ เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทนได้รุกตลาดทางด้านโอนแบรนด์หรือ Own Brands มากว่า 2-3 ปีนั้น ปัจจุบันประสบความสำเร็จอยางดีส่งผลให้มีอยู่ทั้งสิ้น 3 แบรนด์ คือ TOPS (ท็อปส์), Cooking for Fun (คุ้กกิ้ง ฟอร์ ฟัน) ,และ My Choice (มาย ช้อยส์)
ที่ผ่านมากลุ่มสินค้าโอนแบรนด์ ทำรายได้ให้บริษัทประมาณ 3% ของยอดขายรวมทั้งหมด และเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 40% โดยเฉพาะแบรนด์มาย ช้อยส์ และท็อปส์ จากภาพรวมรายได้ในช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. ที่ผ่านมา พบว่า บริษัทมีอัตราการเติบโตของรายได้ดีขึ้นตามลำดับ และเมื่อรวมยอดขายตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบว่ามีอัตราการเติบโตสูงกว่าแผนที่วางไว้
อย่างไรก็ตามในส่วนของโอนแบรนด์นั้น ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาซับแบรนด์ ของ มาย ช้อยส์ ขึ้นมาอีก 1 แบรนด์ คือ “มาย ช้อยส์ ไทย” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ทางบริษัทให้การสนับสนุนกับกลุ่มซัปพลายเออร์ที่เป็นสินค้าเอสเอ็มอี และโอท็อป ประเภทฟู้ดและสปา ในการที่ต้องการยกระดับคุณภาพสินค้าในกลุ่มนี้ให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันมีสินค้าในกลุ่มเอสเอ็มอีและโอทอปเข้าไปวางจำหน่ายในเครือทั้งสิ้น 80 ราย หรือกว่า 500 เอสเคยู
ล่าสุดทางบริษัทได้ร่วมมือกับทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และทางบริษัท เอ็มแซดดีจำกัด ในการต่อยอดโครงการพัฒนาการผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับคำสั่งซื้อ (TOPOTOP) หลังดูแลพัฒนา ปรับปรุงผู้ผลิตโอทอป ด้วยระบบแมตทริกซ์ โดยได้นำสินค้ากว่า 300 รายการ จัดงาน TOPS of the TOPOTOP ระหว่างวันที่ 6-8 ก.ย.นี้ ณ ลานน้ำพุ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว รวมถึงการนำเอาสินค้าคุณภาพโอทอปมาจำหน่ายใน 3 สาขา หลัก ได้แก่ ท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาแจ้งวัฒนะ, ท็อปส์ ซูเปอร์ สาขา ลาดพร้าว และสาขาพระราม2 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.-31 ต.ค.นี้
ทั้งนี้ ทางบริษัท มองว่า จากการเติบโตที่ดีของกลุ่มโอนแบรนด์ และการผลักดันสินค้าในกลุ่มโอทอปและเอสเอ็มอีในครั้งนี้ เชื่อว่าใน 3 ปี สินค้าในกลุ่มโอนแบรนด์จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว หรือคิดเป็นสัดส่วนในการสร้างรายได้ที่ 10% เทียบกับรายได้รวมทั้งหมด หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า มองว่า จะมีสินค้าภายใต้แบรนด์ มาย ช้อส์ ไทย ไม่ต่ำกว่า 600 เอสเคยู และมีซัปพลายเออร์เพิ่มเป็น 70-100 ราย จากปัจจุบันมีอยู่ราว 29 ราย
นางจิรนันท์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายนั้น หากไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น เชื่อว่าจะส่งผลให้ภาพรวมรายได้ของทางเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เป็นไปตามแผนที่วางไว้แน่ ซึ่งตามแผนการดำเนินงานแล้ว ในแง่ของการขยายสาขานั้น ช่วง 3 เดือนสุดท้ายนี้ ทางบริษัทจะเน้นการขยายสาขาในส่วนของ ท็อปส์ เดลี่ ไว้อีกหลายสาขา
จากปัจจุบันมีท็อปส์เดลี่ ทั้งสิ้น 25 สาขา หลังจากพัฒนาโมเดลดังกล่าวมากว่า 3 ปี เชื่อว่าถึงเวลาที่จะเข้ามาโฟกัสมากยิ่งขึ้น มั่นใจว่าจะเป็นโมเดลที่เข้าถึงแหล่งชุมชนได้ง่าย สินค้าจำเป็นต่อชีวิตจประจำวัน เนื่องจากมองเห็นโอกาสในการทำตลาด โดยมั่นใจว่าจากจุดแข็งในเรื่องของอาหารสดที่มีมากกว่า ร้านสะดวกซื้อทั่วไป จะทำให้ท็อปส์ เดลี่ เข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีภายใต้โพซิชั่นนิ่งที่วางตัวเองเป็น มินิซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ใช่คอนวีเนี่ยนสโตร์ และมั่นใจว่าจะสามารถต่อสู้กับทาง เทสโก้โลตัสเอ็กซ์เพรสได้
|
|
 |
|
|