|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เวลาพูดถึงเสิร์ชเอ็นจิ้นอันดับ 1 ของโลก ใครๆ ก็คงไม่ลังเลที่จะนึกถึงกูเกิลที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในโลกมานานหลายปี
แต่สิ่งที่นักการตลาดในยุคนี้ให้ความสนใจ ไม่ใช่เรื่องที่ว่ากูเกิลยังมีส่วนครองตลาดมากที่สุดหรือไม่ หากแต่สนใจมากกว่าว่า กูเกิลยังสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของตนไว้ได้หรือไม่
ล่าสุดมีรายงานการศึกษาออกมาว่า เสิร์ชเอ็นจิ้นยาฮูประสบความสำเร็จทางการตลาดและได้รับความนิยมจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น บนความสูญเสียของกูเกิล
รายงานระบุอีกว่า ส่วนแบ่งทางการตลาดของยาฮูที่ครองอันดับสองได้เพิ่มขึ้นจาก 16.7% เป็น 17.1% ณ เดือนมิถุนายน ขณะที่ส่วนแบ่งทางการตลาดของกูเกิลลดลงจาก 66.2% เหลือ 65.8% โดย 'บิง' ของไมโครซอฟท์มีส่วนครองตลาดทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 11.0%
ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าทั้งยาฮูและไมโครซอฟท์ใช้ความพยายามทางการตลาดหลายๆ ทางในการที่จะทำให้รายรับจากงานการขอพื้นที่โฆษณาบนเสิร์ชเอ็นจิ้นเพิ่มมากขึ้น
ความสำเร็จของการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดครั้งนี้ จึงน่าจะมาจากการร่วมมือและรวมหัวกันทางธุรกิจระหว่างยาฮูกับไมโครซอฟท์ ด้วยการทำความตกลงเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันยาวนานถึง 10 ปี เพื่อจะได้มีส่วนแบ่งทางการตลาดรวมกันแล้วมากกว่ากูเกิล โดยยาฮูได้เตรียมแผนงานที่จะใช้เทคโนโลยีการค้นหาของบิงของไมโครซอฟท์บนเว็บไซต์ของตน
ตลาดการบริการให้เช่าพื้นที่โฆษณาบนเสิร์ชเอ็นจิ้นในตลาดสหรัฐฯ คาดว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 16% ในปีนี้ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บรรดาเจ้าพ่อเสิร์ชเอ็นจิ้นทั้งหลายไม่ยอมหรือยอมไม่ได้ที่จะให้คู่แข่งขันแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดที่เป็นแหล่งทำเงินทำทองไปหน้าตาเฉย
การสูญเสียส่วนครองตลาดของกูเกิลที่ว่านี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะในตลาดสหรัฐฯ หากแต่ยังรวมไปถึงตลาดโลกด้วย เพียงแต่สัญญาณเพิ่งจะเริ่มปรากฏในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง และเป็นไปตามความคาดหมายและการพยากรณ์ของนักการตลาดมาก่อนแล้ว
ส่วนหนึ่งคงเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงวิธีการการนับส่วนแบ่งทางการตลาดที่บริษัท ComCsore เปลี่ยนมานับเฉพาะการค้นหาที่มาจากการเข้าไปค้นคำจริง และเมื่อเลือกคำแล้วก็ต้องเข้าไปสู่หน้าจอที่ปรากฏคำสั้นๆ ด้วย แทนที่จะนับรวมทุกอย่าง ทั้งนี้เพื่อให้ได้การนับคำที่มาจากการต้องการค้นหาคำผ่านทางเสิร์ชเอ็นจิ้นจริงๆ มีการคลิกคำนั้นเพื่อเข้าไปดูคำจริง การค้นหาคำที่ไม่ได้ต้องการผลจริงจังจะถูกตัดออกไป
ส่วนสาเหตุอื่นที่มีส่วนผลักดันให้กูเกิลมีส่วนครองตลาดในระดับโลกลดลงไป มาจากการที่ไมโครซอฟท์และยาฮูหันมาจับมือกันด้วยบ้าง แต่ยังไม่น่าใช่เหตุผลหลักของการลดลงของส่วนแบ่งทางการตลาดของกูเกิลในระดับตลาดโลก
สาเหตุหลักอีกประการหนึ่ง น่าจะมาจากการที่กูเกิลมีปัญหาในการดำเนินงานด้านเสิร์ชเอ็นจิ้นในตลาดจีน จนต้องตัดสินใจถอนตัวออกจากจีนไปอยู่ที่ฮ่องกงแทนเมื่อไม่นานมานี้ด้วย
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ป่ายตู้ที่มีขนาดการประกอบการใหญ่ที่สุดของจีนก็ได้อาศัยสถานการณ์ที่กำลังเป็นต่อ ช่วงที่กูเกิลถอนตัวออกไปจากจีน ทำการขยายบทบาทด้านเสิร์ชเอ็นจิ้นของตนเอง จนเผลอแป๊บเดียว ป่ายตู้ก็มีส่วนครองตลาดกระเตื้องดีขึ้นมาจนเกือบจะใกล้เคียงกับของยาฮูและไมโครซอฟท์แล้ว
(แทรกตาราง 1 นะน้า)
ในส่วนของตลาดให้เช่าพื้นที่โฆษณาบนเว็บในระดับโลกนั้น คาดว่ามูลค่าทางการตลาดทั้งหมดจะตกอยู่ในราว 6,200 ล้านดอลลาร์ แม้ว่ายาฮูและไมโครซอฟท์จะพยายามจับมือกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมส่วนแบ่งทางการตลาดในระดับโลกของ 2 รายแล้วยังได้เพียงประมาณ 10% เท่านั้นเอง ซึ่งยังห่างไกลจากกูเกิลมาก
แต่การที่มีสัญญาณออกมาชัดเจนแล้วว่าทั้งในตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลก มีแนวโน้มว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของกูเกิลจะลดลงจนเหลือต่ำกว่า 70% แล้ว ทำให้นักการตลาดประเมินกันต่อไปว่า กูเกิลจะยังมีโอกาสที่จะไต่ส่วนแบ่งทางการตลาดกลับไประดับสูงสุดที่เคยครองไว้ได้หรือไม่
นักการตลาดส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่น่าที่กูเกิลจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดกลับไปสู่ระดับที่เคยครองมาก่อนอีกแล้ว หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง กูเกิลได้ผ่านจุดสูงสุดของการประกอบการไปแล้ว
ความเชื่อนี้ สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนจากการลดลงของราคาหุ้นของกูเกิล จากจุดที่เคยมีราคาหุ้นสูงสุดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
นอกจากนั้น เมื่อเปรียบเทียบแนวโน้มของการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นเมื่อไม่นานมานี้ ยังพบว่า ราคาหุ้นของกูเกิลมีอัตราการเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 10% เท่านั้น ในขณะที่ราคาหุ้นของป่ายตู้เพิ่มขึ้นไปกว่า 1,205 หุ้นทีเดียว
ด้วยเหตุที่ป่ายตู้มีแนวโน้มของการประกอบการที่ดีวันดีคืน ในตลาดจีนซึ่งขณะนี้เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตของธุรกิจเสิร์ชเอ็นจิ้นมากที่สุดในโลก อาจยืนยันว่ากูเกิลมีโอกาสน้อยมากที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของตนได้อีก
ตัวเลขที่สถิติชี้ว่า ประชากรจีนตอนนี้เข้าไปสู่สังคมการติดต่อทางออนไลน์แล้วกว่า 400 ล้านคน และอีกราว 700 ล้านคนมีโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ทโฟนซึ่งต่อเข้าอินเทอร์เน็ตทางมือถือได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์
ในอนาคต มีการพยากรณ์ออกมาแล้วว่า ตลาดไวร์เลสหรือระบบการติดต่อไร้สายคือตลาดที่เป็นเป้าหมายของสงครามการแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดของบรรดาเสิร์ชเอ็นจิ้นยักษ์ใหญ่ของโลก เพื่อให้สามารถขยายอัตราการเติบโตทางธุรกิจได้ และกูเกิลต้องหาทางรักษาส่วนแบ่งตลาดด้วยการเข้าไปรุกตลาดไวร์เลสให้ได้มากที่สุด
โดยสรุปคือ แม้ว่ากูเกิลจะยังครองตลาดเสิร์ชเอ็นจิ้นในลำดับ 1 ของโลกทั้งในตลาดสหรัฐฯ และตลาดรวมทั่วโลก แต่อิทธิพลของเสิร์ชเอ็นจิ้นรายอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่ายตู้ ที่ครองอันดับ 4 ของโลกในปัจจุบัน จะเริ่มรุกรานส่วนแบ่งทางการตลาดของกูเกิลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
|
|
 |
|
|