| |
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
“วิชา” เปิดยุทธศาสตร์ใหม่เมเจอร์กรุ้ป ปั้นแบรนด์ใหม่ตามชื่อศูนย์การค้า สร้างความแตกต่าง ล่าสุดชูแบรนด์ “พาราไดซ์ซีนีเพล็กซ์” พร้อมทุ่มงบอีกพันล้านลุยปีหน้า ด้านตลาดอินเดียได้งบเพิ่มอีก 450 ล้านบาทลุยต่อ
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากนี้ไปทางกลุ่มเมเจอร์ฯ มีแผนที่จะสร้างแบรนด์โรงภาพยนตร์ขึ้นมาใหม่ โดยจะใช้ชื่อเดียวกับศูนย์การค้านั้นๆ หากไปตั้งอยู่ในศูนย์ดังกล่าว แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความยินยอมของเจ้าของศูนย์ด้วย เพื่อสร้างความแตกต่างและความโดดเด่นให้กับแบรนด์ของเครือเมเจอร์ฯ เอง
จากปัจจุบันนี้ที่เมเจอร์ฯ มีโรงหนังกระจายอยู่มากมายหลายสาขา และในหลายแบรนด์ ทั้งเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ อีจีวี พารากอนซีนีเพล็กซ์ และเอสพละนาดซีนีเพล็กซ์ (สำหรับแบรนด์ไอแมกซ์นั้นเป็นของต่างประเทศที่เมเจอร์ฯ ร่วมทุนกับต่างประเทศ) ล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์ที่ 5 คือ พาราไดซ์ซีนีเพล็กซ์
ทั้งนี้ พาราไดซ์ซีนีเพล็กซ์ ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าพารไดซ์พาร์ค ซึ่งเดิมเป็นโครงการเสรีเซ็นเตอร์ที่มีเมเจอร์ฯเปิดอยู่แล้ว โดยได้ใช้งบประมาณ 50 ล้านบาทเพื่อรีโนเวตใหม่เป็นพาราไดซ์ซีนีเพล็กซ์ตามชื่อศูนย์การค้าที่เปลี่ยนเจ้าของใหม่ด้วย ซึ่งสาขานี้เป็นระบบดิจิตอลทั้งหมด
นายวิชายังกล่าวถึงแผนการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังนี้ด้วยว่า เตรียมที่จะเปิดอีก 2 สาขาคือ ที่สุพรีม มอลล์สามเสน กรุงเทพฯ และที่จังหวัดกำแพงเพชร
ส่วนแผนลงทุนปีหน้านั้นวางงบประมาณไว้ 800-1,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาใหม่อีกต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายในทุกพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยคาดว่าจะเพิ่มได้อีกประมาณ 30 โรง ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจต่างประเทศนั้น นายวิชากล่าวว่า ล่าสุดได้เสนอต่อคณะกรรมการบริหารหรือบอร์ดของบริษัท เพื่อของบลงทุนเพิ่มอีก 450 ล้านบาท จากเดิมที่ได้อนุมัติไปแล้ว 350 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการขยายธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ในประเทศอินเดียต่อเนื่อง หลังจากที่ธุรกิจโบว์ลิ่งของเมเจอร์ฯ ได้รับการตอบรับอย่างดี หลังจากที่ลงทุนไปในเบื้องต้นที่ผ่านมา 400 กว่าล้านบาท
|
|
 |
|
|