Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายวัน29 สิงหาคม 2553
ก.ท่องเที่ยวฯเพิ่งตื่นทำ NI คาด 3 เดือนแรกโกย 1.8 แสนล.             
 


   
search resources

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
Tourism




กระทรวงท่องเที่ยวฯ เพิ่งตื่น รุกจัดเก็บตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยว ระบุ 3 เดือนแรก ไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.8 แสนล้านบาท ภาพรวมรายได้จากการท่องเที่ยวไทยคิดเป็น 8% ของ GDP ขณะที่การใช้จ่ายต่อคนต่อวันลดเหลือ 3.7 พันบาท จากปีก่อน 4.01 พันบาท เหตุจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง ล่าสุด ตั้งคณะทำงานระดมสมอง จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


นางธนิฎฐา เศวตศิลา มณีโชติ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดูแลสำนักเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เตรียมตั้งคณะทำงาน เพื่อจัดทำแนวทาง (ยุทธศาสตร์) การดำเนินธุรกิจการท่องเที่ยวและกีฬา โดยจะประกอบด้วย ตัวแทนจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว การกีฬาแห่งประเทศไทย และ สถาบันพลศึกษา เป็นต้น จุดประสงค์เพื่อจัดเก็บตัวเลขด้านการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นรายไตรมาส และประเมินสถานการณ์ไปข้างหน้า เพื่อให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูล ในการวางยุทธศาสตร์การทำงาน

“ข้อมูลการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พฤติกรรมการท่องเที่ยว ตลอดจนผลการพยากรณ์ จะเป็นเสมือนถังความคิด ที่เปิดเผยให้แก่หน่วยงานรัฐและเอกชนที่ต้องการ เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ด้านการค้าและการลงทุน แต่ยอมรับว่า ท่องเที่ยวเป็นธุรกิจบริการที่จับต้องไม่ได้ ดังนั้น การจัดเก็บจึงทำได้ลำบากกว่า การจัดเก็บข้อมูลดัชนีความเชื่อมั่นของกระทรวงพาณิชย์ เราจึงขอแถลงข้อมูลเป็นรายไตรมาส ไม่เป็นรายเดือนเหมือนของกระทรวงพาณิชย์”

ล่าสุด การจัดเก็บข้อมูลของสำนักเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ในรูปแบบการจัดทำรายงานรายได้ประชาชาติ (National Income หรือ NI) ด้านการท่องเที่ยว ระบุว่า 3 เดือนแรกของปี 2553 ประเทศไทยมีรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย 186,118.93 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 36.23% โดยประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทยสูงสุด 3

อันดับแรก ได้แก่ 1.อังกฤษ ใช้จ่ายรวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท 2.จีน ใช้จ่ายรวมกว่า 1.15 หมื่นล้านบาท 3.เยอรมัน ใช้จ่ายรวม 1.14 หมื่นล้านบาท

ส่วนภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 7 เดือนแรกปีนี้ เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 13.39% เฉพาะเดือน ก.ค.53 โต 14.6% โดยนักท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาแล้ว เช่น เกาหลี ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออก รัสเซีย และ สหภาพยุโรป

พิษเศรษฐกิจและการเมืองฉุดยอดใช้เงินต่อวันลด
ผลการสำรวจยังพบว่า การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมเฉลี่ยต่อคนต่อวัน ช่วง ไตรมาสแรกปีนี้ อยู่ที่ 3.8 พันบาท ส่วนไตรมาสสอง เฉลี่ยอยู่ที่ 3.7 พันบาท เป็นตัวเลขที่ลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 52 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันที่ 4.01 พันบาท เป็นเพราะผลจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ที่ทำให้คนประหยัดการใช้จ่ายประกอบกับปัญหาสถานการณ์การเมืองของไทย ทำให้ผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์ลดราคาจูงใจนักท่องเที่ยว

นางธนิฎฐา กล่าวว่า การจัดทำ NI เพิ่งเริ่มดำเนินการได้ราว 1 เดือนเศษ เป็นการต่อยอดภาระกิจหลักของสำนักเศรษฐกิจการท่องเที่ยวฯ ในเรื่องของการจัดเก็บตัวเลขนักท่องเที่ยว ซึ่งจากสำนักงานบัญชีประชาชาติ ได้วิเคราะห์ข้อมูลรายได้ประชาชาติด้านการท่องเที่ยว พบว่า ภาพรวมสินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยวมีมูลค่าคิดเป็นสัดส่วน 6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศเบื้องต้น (GDP) แต่จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศ คาดว่าจะดันให้สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มเป็น 7-8% หรือมีมูลค่าประมาณ 6.33-7.24 แสนล้านบาท ในปี 2552

จากข้อมูลดังกล่าว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้นำมาต่อยอด คำนวณเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวทั่วประเทศในปี 2552 พบว่า มีมูลค่า 7.16 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 7.19% เทียบกับ GDP ของประเทศ ที่มีมูลค่า 9.05 ล้านล้านบาท โดยกรุงเทพฯ เป็นเดสติเนชันที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดอยู่ที่ 3.31 แสนล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us