Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์16 สิงหาคม 2553
'เซเลบริตี้-ไซซิ่ง' ดาบคู่ 'เซี่ยงไฮ้' ขยายตลาดวัยรุ่น             
 


   
search resources

ยูไนเต็ด ฟูดส์, บมจ.
Snack and Bakery




เซี่ยงไฮ้ รุกเข้มตลาดเวเฟอร์ เปิดตัวรสชาติล่าสุด 'เซี่ยงไฮ้ ดาร์ค' คว้า เก้า-จิรายุ ละอองมณี เป็นพรีเซนเตอร์ในรอบ 4 ปี สะท้อนภาพคนรุ่นใหม่ พร้อมผนึกกลยุทธ์ราคา ส่ง 'ไซส์จัมโบ้ 2 บาท' ขยายฐานลูกค้าวัย 15-20 ปี หลังสำรวจพบแบรนด์อยู่ในตลาดมานาน ส่งผลเกิดช่องว่างโดยมีลูกค้าเฉพาะกลุ่มเด็กอายุ 5-12 ปี และผู้ใหญ่เป็นหลัก การเปิดเกมบุกในครั้งนี้ เซี่ยงไฮ้ต้องการปิดทางคู่แข่งในทุกตลาด โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งจาก 29% เป็น 35% จากตลาดเวเฟอร์ 1,800 ล้านบาทในสิ้นปีนี้

ใครจะรู้ว่า ขนมประเภท 'เวเฟอร์' ที่ขายกันชิ้นละ 1 บาท 2 บาท วันนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 1,600-1,800 ล้านบาท นับว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งที่ผ่านมาตลาดเวเฟอร์ไม่ค่อยมีการเติบโตมากนัก โดย อจลา สุทธิสัมพัทน์ กรรมการ บริษัท ยูไนเต็ดฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเวเฟอร์แบรนด์เซี่ยงไฮ้ บอกว่า ปัจจุบันกลุ่มวัยรุ่นหันไปเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ประเภทสแน็กมากขึ้น ส่วนกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญกับสุขภาพ โดยจะเลือกบริโภคขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพเป็นหลัก เหลือเพียงกลุ่มเด็กที่เป็นลูกค้าหลักของเวเฟอร์

ดังนั้น ในฐานะผู้นำตลาดที่ครองส่วนแบ่ง 29% จากตลาดเวเฟอร์มูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท เซี่ยงไฮ้จึงต้องเปิดเกมรุกขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เพื่อรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งมากขึ้น ซึ่งจากการอยู่ในตลาดมานานกว่า 35 ปี ทำให้เซี่ยงไฮ้เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเด็กอายุ 5-12 ปีได้เป็นอย่างดี รวมถึงกลุ่มผู้ใหญ่ที่ซื้อไปบริโภคภายในครอบครัวด้วย แต่เมื่อหันไปมองลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น กลับพบว่ายังเป็นช่องว่างตลาดที่เซี่ยงไฮ้ไม่สามารถเข้าถึง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดูเด็กเกินไปและไม่ทันสมัย

ฉะนั้น เพื่อทลายกำแพงและเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-20 ปีได้ดียิ่งขึ้น ค่ายยูไนเต็ดฟูดส์จึงเปิดเกมรุกต่อเนื่อง หลังจากปีก่อนนำร่องบุกด้วยการออกสินค้าใหม่ และปล่อยแคมเปญใหญ่ในรอบ 5 ปี 'ลุ้นรับโชค 35 ปี ยูไนเต็ดฟูดส์' พร้อมเปิดตัวหนังโฆษณาเวเฟอร์เซี่ยงไฮ้ ซึ่งพบว่าได้การตอบรับจากวัยรุ่นเพิ่มขึ้น 20% โดยล่าสุดได้เปิดตัวรสชาติใหม่ 'เซี่ยงไฮ้ ดาร์ค' จากเดิมที่มีอยู่ 6 รส ออกมาสร้างความแปลกใหม่และกระตุ้นให้เกิดการทดลอง และเพื่อสะท้อนความทันสมัยของแบรนด์ให้ชัดเจนขึ้น ผู้เล่นรายนี้จึงเลือกใช้กลยุทธ์เซเลบริตี้ ด้วยการคว้า เก้า-จิรายุ ละอองมณี เป็นพรีเซนเตอร์ในหนังโฆษณาชุดใหม่ พร้อมทำหน้าที่สื่อสารกับกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะด้วย ซึ่งถือเป็นการใช้คนดังเป็นพรีเซนเตอร์ในรอบ 4 ปี จากเดิมที่เซี่ยงไฮ้เคยใช้นักร้องรุ่นใหญ่อย่าง 'ฮาร์ท' มาจับกลุ่มลูกค้ากลุ่มครอบครัว หรือการใช้นักแสดงจีน 'ติงลี่' ผู้ที่เคยรับบทเป็นเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้มาช่วยตอกย้ำแบรนด์

พร้อมกันนี้ เพื่อให้สอดคล้องไปกับกำลังซื้อของวัยรุ่นมากขึ้น ผู้นำรายนี้จึงหันมาใช้กลยุทธ์ไซซิ่ง ด้วยการออกสินค้าขนาดใหม่ คือ 'เซี่ยงไฮ้ จัมโบ้' ราคา 2 บาท จากเดิมที่เซี่ยงไฮ้จะมีสินค้า 2 ราคา คือ 1 บาท และ 5 บาท ซึ่งทำรายได้คิดเป็นสัดส่วน 95% และ 5% ตามลำดับ โดยสินค้าขนาด 1 บาทจะเน้นไปที่กลุ่มเด็กเล็กที่มีกำลังซื้อไม่มาก ส่วนขนาด 5 บาทจะเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ที่ซื้อทานเองหรือซื้อไว้บริโภคในครอบครัว ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นเด็กโตและมีกำลังซื้อมากกว่ากลุ่มเด็กเล็ก ผู้นำรายนี้จึงปล่อยสินค้าขนาด 2 บาท ออกมาอุดช่องว่างดังกล่าว แม้ว่าในตลาดจะมีคู่แข่งอย่าง 'ทิวลี่' กำหนดราคาขาย 2 บาทมาก่อนก็ตาม แต่เมื่อพิจารณากันที่ตัวขนม จะเห็นว่า เซี่ยงไฮ้ เลือกดีไซน์เวเฟอร์เป็นไซส์จัมโบ้ 1 ชิ้น ในราคา 2 บาท ต่างจาก ทิวลี่ ที่ดีไซน์ออกมาเป็น 2 ชิ้น ราคา 2 บาท แม้จะเป็นปริมาณที่ต่างกันเมื่อนับชิ้น แต่ผู้บริหารค่ายยูไนเต็ดฟูดส์ ก็บอกว่า เมื่อเทียบกันแล้วนั่นคือสินค้าปริมาณที่เท่ากัน ซึ่งการเลือกออกสินค้าไซส์จัมโบ้ เพราะพฤติกรรมของวัยรุ่นต้องการความสะดวกสบายในการหยิบจับรับประทาน และรู้สึกเต็มอิ่มกับเวเฟอร์ชิ้นใหญ่ ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค ขณะเดียวกัน เซี่ยงไฮ้ จัมโบ้จะเน้นบุกกลุ่มโรงเรียนที่ซื้อสินค้าเข้าไปขายให้เด็กนักเรียนด้วย โดยเรามั่นใจว่าเซี่ยงไฮ้ จัมโบ้ ราคา 2 บาท จะทำยอดขายได้ 10% ในสิ้นปีนี้ ส่วนขนาด 1 บาท จะปรับสัดส่วนเป็น 85% และราคา 5 บาท มีสัดส่วน 5% ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดแบรนด์เซี่ยงไฮ้คาดว่าจะเพิ่มจาก 29% เป็น 35% ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างทิวลี่และปักกิ่งชนิดขาดลอยด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ค่ายยูไนเต็ดฟูดส์จะให้ความสำคัญกับเซี่ยงไฮ้ แบรนด์ที่ทำรายได้หลักถึง 50% ก็ตาม ทว่า ผู้เล่นรายนี้ก็ยังมีความเคลื่อนไหวในแบรนด์อื่นด้วย เช่น ขนมเยลลี่แบรนด์โยโย่ ที่ล่าสุดลอนช์เยลลี่ 4 รสชาติใหม่ คือ มะม่วง มะนาว สับปะรด และลิ้นจี่ พร้อมเปิดตัว วงเจ:อาร์ ศิลปินแดนโสมเป็นพรีเซนเตอร์สะท้อนคาแรกเตอร์แบรนด์คนรุ่นใหม่เพื่อจับกลุ่มเด็ก โดยเชื่อว่าการรุกในแบรนด์นี้จะช่วยให้โยโย่มีส่วนแบ่งเพิ่มจาก 30% เป็น 40% ในตลาดเยลลี่มูลค่า 600 ล้านบาทได้ในปี 2554 ขณะที่รายได้รวมบริษัทจะปิดที่ 1,300 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us