|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ธุรกิจจัดงานส่งเสริมสินค้าและบริการท่องเที่ยวรุ่ง พี.เค.เอ็กซิบิชั่น ฟันธงตลาดโต 20% ชี้ เป็นผลจากการทำตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานภาครัฐ กระตุ้นให้คนไทยตื่นตัวออกเดินทางท่องเที่ยว คอนซูเมอร์แฟร์จึงได้รับอานิสงส์ ขณะที่เจ้าตัวเผย 5 เดือนที่เหลือปีนี้ เล็งเข็นออกอีก 2งาน เที่ยวช่วงปิดเทอม และ ปลายปี มั่นใจกระแสคนไทยท่องเที่ยวไปได้สวย
นายกฤตย์ พัตรปาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจการจัดงานส่งเสริมการขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในปีหน้า มีแนวโน้มเติบโตจากปีนี้อย่างน้อยราว 20% คิดเป็นจำนวนกว่า 3 งานขึ้นไป จากปีนี้ที่มีจำนวนการจัดงานส่งเสริมการขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวอยู่ราว 10 งานเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯไม่นับรวมงานที่จัดตามภูมิภาค สาเหตุที่ธุรกิจการจัดงานในสินค้ากลุ่มนี้เติบโตสูง เป็นเพราะภาครัฐและอีกหลายหน่วยงาน ต่างเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวในการที่จะเป็นกลไกในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงมีการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆให้คนไทยหันมาเห็นความสำคัญของการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อการพักผ่อน ท่องเที่ยวเป็นรางวัลของชีวิต ตลอดจนช่วยเศรษฐกิจชาติ ในส่วนของผู้จัดงานก็มองเห็นแนวโน้มพฤติกรรมของคนไทยที่ปรับเปลี่ยนไป โดยมีความต้องการออกมาเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้นในแต่ละฤดูกาล และเมื่อมีการจัดงานรูปแบบคอนซูเมอร์แฟร์ ยิ่งทำให้คนไทยหันมาเดินเลือกซื้อสินค้าและบริการท่องเที่ยวภายในงาน
“คนไทยปัจจุบันมีพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการท่องเที่ยวเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่เคยเดินเข้าไปจองห้องพักในวันที่เดินทาง ก็เปลี่ยนเป็นมีการวางแผนก่อนการเดินทาง ประกอบกับจำนวน โรงแรมที่มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการตื่นตัวที่จะเข้ามาร่วมงานพร้อมจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ผู้บริโภคก็มีสินค้าให้เลือกหลากหลายเมื่อมาเดินเที่ยวชมงาน”
นายกฤตย์ กล่าวว่า จากการสำรวจตลาด พบว่า ในปีหน้า จะมีการจัดงานส่งเสริมการขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯเฉลี่ยเดือนละ 1 งาน โดยงานใหม่ๆที่จะเพิ่มขึ้นในปีหน้า จะจัดโดยผู้จัดงานรายหญ่ในตลาด โดยผลสำรวจ ยังระบุอีกว่า ผลของจำนวนการจัดงานที่ถี่ขึ้น และเป็นกลุ่มรายใหญ่ จะทำให้เกิดการแย่งชิงผู้ค้าที่จะมาเช่าบูธออกงาน และจำนวนลูกค้าที่จะมาเดินเที่ยวชมงานด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนงานจะมากขึ้น ซัปพลายมีมากขึ้น แต่ความต้องการซื้อของผู้บริโภคก็มีเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน จึงมั่นใจว่าในแต่ละงานที่จัดจะมีผู้บริโภคสนใจเข้าร่วมชมและจับจ่ายสินค้าภายในงานจำนวนมากเช่นกัน
***แนะผู้ประกอบการเพิ่มมูลค่าแทนสงครามราคา***
สำหรับผู้ประกอบการที่มาร่วมออกบูธ งานส่งเสริมการขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว สิ่งที่ควรปรับตัว คือ จะเน้นเพียงแค่การจัดโปรโมชันลดราคาเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับเรื่องของมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่ผู้บริโภคจะได้รับด้วย เพราะจะทำให้เกิดความยั่งยืน การบอกต่อ และการกลับมาใช้บริการซ้ำ ขณะเดียวกัน โครงสร้างราคาของสินค้าก็ไม่เสียหาย ซึ่งขณะนี้ต้องยอมรับว่าผู้บริโภค จะสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดการเปรียบเทียบสินค้าและราคาได้ รูปแบบที่ควรทำ ได้แก่ ขายห้องพัก แถมอาหารเย็น หรือ เพิ่มบริการรถรับ-ส่งสนามบิน ถือเป็นการบริการให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น เป็นบริการที่คุ้มค่าคุ้มราคา
***เข็น 2 งาน ตบท้ายปี เงินสะพัดกว่างานละ 300 ลบ.***
สำหรับช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ ในส่วนของ พี.เค.เอ็กซิบิชั่น จะมีการจัดงานส่งเสริมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวอีก 2 งาน ได้แก่ งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 19 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 2-5 ก.ย.ศกนี้ นำเสนอขายแพกเกจท่องเที่ยวสำหรับที่จะเดินทางช่วงปลายฝนต้นหนาว และแพกเกจทัวร์สำหรับช่วงปิดภาคเรียนที่อยู่ในช่วงเดือน ต.ค.คาดว่า จะมีผู้ประกอบการมาร่วมออกบูธราว 1,250 บูธ ตั้งเป้ามีผู้เข้าชมงานราว 300,000 คน เกิดเงินสะพัดในการจับจ่ายสินค้าภายในงาน 300 ล้านบาท ส่วนงานที่ 2 คือ งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 20 โดยจะจัดระหว่างวันที่ 4-7 พ.ย.ศกนี้ ที่ อิมแพค เมืองทองธานี นำเสนอขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จับตลาดผู้บริโภคที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปี
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการจัดงานส่งเสริมการขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ปีก่อนและปีนี้ มีจำนวนงานใกล้เคียงกัน แต่จากการที่ช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.ปีนี้ ไทยมีปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง ภายในประเทศ ทำให้ผู้จัดต้องเลื่อนการจัดงาน มาอยู่ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.ทำให้งานในช่วงนี้จะดูมากขึ้นผิดปกติ แต่โดยส่วนตัวยังมั่นใจว่าจากการที่ภาครัฐเร่งกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวภายใต้แคมเปญต่างๆ มากมาย จะทำให้คนไทยเกิดอารมณ์ต้องการเดินท่องเที่ยวมากขึ้น ส่งผลให้มาดินเลือกซื้อสินค้าและบริการในแต่ละงานมากขึ้นเช่นกัน
|
|
 |
|
|